
"นาธาน"แถลงโต้ดีเจสาวปัดร่วมหุ้นกาแฟ
"นาธาน" โผล่แจงไม่ได้โกงเงินค่าเช่าร้านกาแฟดีเจสาว ยังไม่ได้ร่วมหุ้นเป็นเพียงช่วยประชาสัมพันธ์ให้เท่านั้น ยันยังแสดงภาพยนตร์ที่ฮอลลีวูดอยู่ ตัดพ้อทำงานช่วยเหลือสังคมมาตลอดแต่กลับถูกกระทำ เชื่ออีกฝ่ายทำไปเพราะต้องการดิสเครดิต จะฟ้องกลับอย่างแน่นอน
ตามที่ น.ส.จามจุรี แคสเชอร์ อายุ 33 ปี ดีเจวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม 105.5 เมกะเฮิรตซ์ อยู่บ้านเลขที่ 64/33 หมู่ 2 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เข้าพบ ร.ต.ท.ประสงค์ สุ่มหิรัญ พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากมาลงบันทึกประจำวันคดีที่นายณ ธัญ โอมานันท์ หรือ นาธาน โอร์มาน อายุ 32 ปี นักร้องชื่อดัง ซึ่งเป็นหุ้นส่วนเปิดร้านกาแฟ ซึ่งไม่ยอมจ่ายเงินค่าเช่าร้านให้เจ้าของห้องเช่า
นอกจากนี้ นาย ณ ธัญ หรือ นาธาน โอร์มาน อดีตศิลปินดังค่ายอาร์เอส ยังเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง พันทิปดอทคอม ถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้นาย ณ ธัญ เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง "เดอะ ปรินซ์ ออฟ เรด ชูส์" ของบริษัท บิ๊กบลู ในเครือของค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ ด้วยค่าตัว 2.8 ล้านดอลลาร์ และได้ร่วมงานกับนักแสดงระดับฮอลลีวู้ดคนดังอย่าง บรูซ วิลลิส และ คริสตินา ริชชี กำกับโดย วูล์ฟกัง ปีเตอร์สัน
ทั้งนี้สมาชิกในเว็บไซต์ดังหลายคนช่วยกันหาข้อมูลของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว แต่กลับไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ในอินเทอร์เน็ตได้เลย ทั้งที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าเพิ่งเดินทางไปถ่ายทำหนังเรื่องนี้แล้วเมื่อต้นปี และเวลานี้กลับมาเมืองไทย เพราะพักกองถ่ายเป็นเวลา 3 เดือน
แหล่งข่าวในบริษัท ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทแม่ที่ต่างประเทศ ไม่ได้มีแผนการทำภาพยนตร์มหากาพย์ยิ่งใหญ่ไตรภาคดังกล่าว ประจวบกับที่สมาชิกของพันทิปก็โทรศัพท์ไปสอบถามยังบริษัทแม่ ซึ่งได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีโปรเจกท์ทำภาพยนตร์ดังกล่าว และไม่มีชื่อของ "นาธาน โอร์มาน" ปรากฏในรายชื่อนักแสดงของบริษัทด้วย
ส่วนรูปถ่ายในเว็บไซต์ไฮไฟว์ของนาย ณ ธัญ ที่ระบุว่าเป็นรูปที่ถ่ายจากกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องที่ถูกอ้างถึง ก็ยังถูกลบออกในเวลาไม่นาน หลังจากที่สมาชิกในพันทิปออกมาแฉว่ารูปถ่ายดังกล่าว แท้จริงมาจากงานเทศกาลศิลปะหลุดโลก "Burning Man Festival" ต่างหาก
อย่างไรก็ตาม มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าหากเรื่องที่ทุกคนสงสัยว่า นาย ณ ธัญ โกหกนั้น เป็นจริง อาจเป็นเพราะเขากำลังเดือดร้อนเงิน เลยต้องสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองเป็นที่สนใจ และถูกเชิญออกรายการต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแต่ นาย ณ ธัญ จะถูกสงสัยเฉพาะแค่เรื่องผลงานภาพยนตร์โกอินเตอร์เท่านั้น เขายังถูกขุดคุ้ยถามถึงเรื่องว่า นาย ณ ธัญ เป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล จริงหรือ
แม้กระแสวิพากษ์วิจารณ์จะเกิดขึ้นอย่างหนัก แต่นาย ณ ธัญ ยังไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงข้อคาใจสงสัยแต่อย่างใด ซ้ำยังวิ่งหนีสื่อ โทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้ คงส่งเพียงผู้จัดการส่วนตัว นายอนุชา ลังประเสิร์ฐ หรือ ชิ ออกมาแก้ต่างให้ว่าข้อมูลทุกอย่างเวลานี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากต้นสังกัดภาพยนตร์ยังอยากให้เป็นความลับ ไม่ยอมให้เผยแพร่ แม้กระทั่งรูปที่ถ่ายคู่กับนักแสดงฮอลลีวู้ด และไม่ยอมนำพาสปอร์ตออกมาโชว์ เพราะมองว่าไม่ใช่ผู้ต้องหาที่ทำผิดกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าเวลานี้มีคนต้องการดิสเครดิตศิลปินคนดังเยอะ
"นาธาน" แถลงโต้ดีเจสาวปัดร่วมหุ้นกาแฟ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นาย น ธัญ โอมานันท์ หรือ นาธาน โอร์มาน นักร้องดังวัย 32 ปี ออกมาโต้ข้อกล่าวหาทั้งเรื่องโดนหุ้นส่วนร้านกาแฟลงบันทึกประจำวันที่ สน.หัวหมาก ว่าเบี้ยวเงินค่าเช่าร้านรวมเป็นเงินกว่า 1.2 แสนบาท และข่าวลือในเว็บไซต์ทำนองว่าเขาถังแตก ลวงโลกเรื่องชาติกำเนิด และการเป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนต์ฮอลลีวู้ดเรื่อง "เดอะ ปรินซ์ ออฟ เรด ชูส์" ที่กำลังถ่ายทำร่วมกับ "บรูซ วิลลิส-คริสตินา ริชชี"
นาธาน กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้ยักยอกเงินค่าเช่าร้านตามที่คู่กรณีกล่าวอ้าง และมีหลักฐานการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
"ธานไม่มีทางจะอมเงินจำนวนน้อยนิดขนาดนั้น ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร้านดังหล่าว แต่สนิทสนมกับ ดีเจ เจเจ (น.ส.จามจุรี แคสเชอร์) จึงช่วยตั้งชื่อร้านให้ พร้อมกับช่วยโปรโมท เหมือนเป็นลักษณะหุ้นลม ไม่เคยมีหุ้นอยู่จริง และไม่เคยมีหลักฐานใดๆ" นาธานกล่าวย้ำ
นักร้องหนุ่มกล่าวอีกว่า ที่สำคัญภายหลังเมื่อทราบว่า จากเดิมที่ ดีเจ เจเจ เปิดร้านมาเพื่อขายชา กาแฟ แต่กลับมีการขายเหล้าด้วย ในฐานะเป็นชาวมุสลิมจึงไม่สามารถร่วมทำธุรกิจได้ จึงถอนตัวออกมา
ส่วนประเด็นโกหกลวงโลกนั้น นาธานยืนยันว่า หากเปลี่ยนชื่อและปลอมสัญชาติจริง คงไม่ได้เข้ามาทำงานตรงนี้ รวมถึงการได้รับรางวัลต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีพาสปอร์ตเป็นสิ่งยืนยันข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ในอดีตนาธานใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดสลับกัน ไม่มีการโกหกใดๆ
ส่วนการแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดของบริษัท บิ๊กบลู ในเครือของค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ นั้น นาธานย้ำว่า ได้เดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวที่ต่างประเทศจริง เพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก ทำได้เพียงนำรูปมาให้ชมบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากบริษัทต้นสังกัดอนุญาตเพียงเท่านี้
"ธานยังต้องเดินทางไปถ่ายทำเพิ่มเติม ซึ่งจะไปเมื่อไหร่ ไม่ขอบอก เพราะไม่ใช่นักโทษ มันเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล" นาธานย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
นาธานกล่าวด้วยว่า กำลังคุยกับทนายความเกี่ยวกับการจะฟ้องคู่กรณี เนื่องจากทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง



