บันเทิง

'ในวันที่ต้องกล่าวคำร่ำลา'

'ในวันที่ต้องกล่าวคำร่ำลา'

26 ม.ค. 2559

'ในวันที่ต้องกล่าวคำร่ำลา' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
          นั่งเขียนต้นฉบับอันนี้ ในวันที่กำลังจะเผาร่างของน้องชายคนดี ปอ ทฤษฎี สหวงษ์…
 
          ทุกครั้งที่นึกถึงก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่ละครที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ปอเคยเล่น ที่เมื่อผู้กำกับสั่งคัท แล้วปอก็จะลุกกลับขึ้นมายิ้มแย้มให้กับพวกเรา เป็นคนดีที่ทุกคนรักเหมือนดังเดิม
 
 
          เพียงแต่คราวนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง และปอก็จากครอบครัวของเขา จากพวกเราทุกคนไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ
 
          ให้นึกถึงปอ ทฤษฎี สิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาในหัวคือท่าเต้นเพลงสาวบางโพอันแสนจะร้ายกาจ ปอเป็นคนสนุกสนาน ยิ้มแย้ม เมื่ออยู่กับคนที่สนิทสนม แต่ถ้าอยากอยู่ในหน้าที่การงานหรือกลุ่มคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เราจะเห็นรอยยิ้มสดใส จริงใจ ยิ้มที่ออกมาจากข้างใน เพียงแต่เราจะเห็นปอยิ้มน้อยๆ ไม่ได้โชว์สเต็ปเทพให้ดูเหมือนกับคนสนิทเท่านั้นเอง หญิงยศเคยร่วมงานกับปอในละครเรื่อง “บัวปริ่มน้ำ ในวันที่ปอยังเป็นนักแสดงน้องใหม่ ที่ต้องประชันฝีมือกับรุ่นพี่อย่างพี่นก จริยา และ เข็ม รุจิรา ในวันที่ปอเป็นรุ่นน้อง ปอเรียนรู้ทุกอย่าง น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย มีสัมมาคารวะ คอยช่วยเหลือดูแลทุกอย่างแม้จะไม่ใช่หน้าที่ของพระเอกเลยสักนิดเดียว ปอไม่เคยสร้างปัญหาให้ปวดหัว มีแต่รอยยิ้มขำๆ เขินๆ ที่มีมาให้เราเห็นเสมอ
 
          จนพอวันหนึ่งที่ปอโตขึ้นมาเป็นรุ่นพี่ให้กับนักแสดงรุ่นน้อง เราก็เห็นความสง่างามที่สร้างมาวินัยและฝีมือของปอ ในวันนี้ที่ปอจากไป มีรุ่นน้องในวงการแสดงโพสต์คำสอนที่ได้มาจากปอกันอย่างมากมาย ทุกคำพูดสะท้อนให้เห็นถึงรากฐานของการสะสมความคิดที่ดี ในวันที่ปอจากไป น้ำตาจากเพื่อนร่วมวงการไหลล้นปรี่ เพราะเราสูญเสียบุคคลที่เรารักอย่างจริงใจ เราสูญเสียเขาไปก่อนเวลาอันควร…
 
          คำว่าเวลาอันควรนี่… มานั่งนึกถึงจริงๆ แล้วก็แปลกดีนะคะ เวลาอันควรคือเวลาที่ถูกต้องเหมาะสม เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเวลาไหนมันเหมาะสมหรือโอเคแล้วที่จะสูญเสียใครไปสักคน
 
          ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน หญิงยศสูญเสียพี่ที่สนิทคนหนึ่งไป พี่เขาอายุสี่สิบนิดๆ ในวันนั้นหญิงยศเสียหลักปัดเป๋ คิดแค่ว่าพี่เอไม่น่าไปตอนนี้ พี่เอยังหนุ่มแน่น ยังไม่ถึงเวลาอันควร… ปรับทุกข์อยู่กับพี่แจง วราพรรณ และกู๋นุ้ย วิทยา สามีของพี่แจง พี่ทั้งสองเป็นเหมือนไอดอลและผู้ชักนำจิตใจของหญิงยศให้เข้าสู่แก่นแท้ของธรรมะ พี่แจงพูดให้ฟังค่ะว่า ใครเป็นคนกำหนดกัน ว่ามนุษย์เราควรมีชีวิตถึงอายุเท่าไหร่ พวกเรากำหนดสมมุติกันขึ้นมาเองทั้งนั้นว่าคนเราจะอยู่ได้ถึงแปดสิบถึงร้อยปี ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง คนคนนี้เขาก็อาจจะหมดบุญไปที่ยี่สิบ สามสิบ สี่สิบก็ได้ เด็กทารกบางคนคลอดออกมาก็เสียชีวิตไปในทันที บุญกรรมคนเราไม่เท่ากัน จะเอาคำว่าอายุขัยมาเป็นตัวกำหนดก็มีแต่จะทำให้เศร้ากันเข้าไปอีก คนหมดกรรม เขาก็หมดกรรม ก็เท่านั้น การที่เขาไม่ได้อยู่จนถึงเจ็ดสิบแปดสิบปีมันไม่เกี่ยวกับควรหรือไม่ควร…
 
          คนเราส่วนใหญ่เศร้าสร้อยเพราะรู้สึกว่าเรายังทำดีต่อกันไม่พอ เราเอาแต่คิดว่าคนข้างๆ เรา เขาจะอยู่กับเราไปแสนนาน งั้นเขาก็รอได้ ไม่ต้องรีบทำดี ไม่ต้องรีบกลับไปอยู่ด้วยกันก็ได้ มันทำให้เราประมาทนะคะ ความสูญเสีย โดยเฉพาะความตายนี่มันแปลกประหลาดไม่เหมือนอย่างอื่นใดในโลก หากใครเคยสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก บุคคลที่อยู่ใกล้หัวใจ ความสูญเสียนั้นมันจะเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล เราจะมองชีวิตในมุมใหม่ แต่มุมที่หญิงยศอยากจะแชร์มากที่สุดก็คือมุมนี้นั่นแหละค่ะ มุมที่เราต้องไม่ประมาทกับการดูแลคนใกล้ตัว
 
          อย่าผลัดผ่อนที่จะกอดเขา อย่าประมาทที่จะบอกว่ารัก อย่าคิดว่าพรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้ ปีหน้าก็ยังมี อย่าเอาความรักไปแขวนไว้กับอนาคตที่เราไม่รู้เลยว่ามันจะมาถึงหรือไม่ เมื่อรักจงละทิ้งทุกอย่างแล้วแสดงออกไป ในวันนี้ นาทีนี้ที่เรายังมีกันอยู่ ดูแลคนใกล้ตัวเราเสียก่อนที่เราจะออกไปนอกบ้าน เพราะเมื่อความสูญเสียเกิดขึ้น ต่อให้เป็นเวลาที่ควร เหตุที่เหมาะสมแค่ไหน หัวใจก็จะสลายไปอยู่ดี ต่อให้รู้ว่าเป็นธรรมดาของชีวิต คนเราเกิดมาก็เพื่อตาย สังขารมีหน้าที่ดับสลาย แต่ความตายนั้นมันแปลกประหลาด ทุกครั้งที่เกิดกับคนที่เรารัก มันจะกระชากเอาส่วนหนึ่งในหัวใจของเราให้ตายไปด้วย สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้คือใช้เวลาทุกนาทีที่มีอยู่ดีต่อกันให้มากที่สุด
สุดท้ายอายุขัยไม่มีใครรู้ เราได้แค่สมมุติมันขึ้นมาเพื่อให้เราสบายใจเท่านั้น สำคัญกว่าคืออายุความดีที่เราจะสั่งสมได้ในวันที่เรามีชีวิตอยู่ จากไปก็ไม่เสียดาย จากไปก็มีแต่คนคิดถึงและสรรเสริญ ปอ ทฤษฎีน่าจะเป็นตัวอย่างของอายุความดีที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ในวันนี้มีแต่คนคิดถึง มีแต่คนเสียใจ เพราะเราสูญเสียคนดีที่แท้ไปหนึ่ง แต่หญิงยศเชื่อว่าทุกคนจะมีรอยยิ้ม ถึงแม้วันนี้มันยังแสนเศร้า แต่เราก็จะยิ้มเมื่อนึกถึงเขาและความดีที่เขาได้ทำไว้เป็นตัวอย่างให้กับทั้งลูกสาวตัวน้อย และคนรอบข้างรวมไปถึงแฟนๆละครของเขาเอง…
 
          หลับให้สบายนะปอ ขอให้น้องได้อยู่ในที่แสนสว่าง ที่ที่สุขสงบ ที่ที่ไม่เจ็บไม่เหนื่อยอีกแล้ว รออยู่ตรงนั้นนะ แล้ววันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่… ด้วยรักและอาลัยอย่างสุดหัวใจ