บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'ไม่เหมือนใคร'

เล่นหูเล่นตา:'ไม่เหมือนใคร'

25 ม.ค. 2559

'ไม่เหมือนใคร' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม


          บางทีฉันก็อิจฉาคนที่ใช้ชีวิตชิลๆ ได้ตามปกติ... ตั้งแต่จับไมค์เป็นนักร้องฉันก็ไม่เคยสะกดคำว่า “ชิล” ได้อีกเลย.... ฉันไม่ค่อยมีเวลาให้ใคร หรือแม้แต่ให้ตัวเองสักเท่าไหร่... เพราะเวลาส่วนใหญ่ฉันให้ “งาน” และนั่นมันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันกลายเป็นนักร้องอย่างทุกวันนี้... การเป็นคนมีชื่อเสียงมันทำให้เรามีชีวิตที่... “ไม่เหมือนใคร” ...คิดไม่เหมือนใคร ทำอะไรไม่เหมือนคนทั่วไป และที่สำคัญ... ความจริงในใจบางอย่างถูกเก็บเข้าไว้ในระบบปิดเสียง ด้วยอาชีพที่ให้ความสุขแก่ผู้คนจึงไม่สามารถทำร้ายจิตใจใครด้วยคำพูด หรือความจริง ที่ผู้คนไม่อาจยอมรับได้... เราต้องเก็บทุกอย่างไว้ในใจ... สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดของการเป็นนักร้อง นอกจากการใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยและเป็นปกติไม่ได้แล้ว บางครั้งยังต้องอยู่อย่าง “โดดเดี่ยว” และไร้คนเข้าใจ แต่นั่นก็ยังไม่เจ็บปวดเท่ากับ... การเป็นนักร้องที่ไม่มีใครจำได้... เมื่อจะต้องเป็นที่จดจำจะต้องเป็นความทรงจำที่งดงาม ต่อให้ลึกๆ ข้างในของคนที่ถูกจดจำนั้นจะต้องเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม... หลายครั้งที่ “ความจริง” มันกัดกร่อนและกินจิตวิญญาณของความเป็นคนในตัวของฉันไปทีละน้อย ฉันรู้ว่าทำให้คนอื่นมีความสุขทำอย่างไร แต่ไม่รู้ว่า... ทำให้ตัวเองมีความสุขต้องทำเช่นไร... ทางออกก็คือ... ข้ามความคิดนั้นไปให้ได้ สุขหรือทุกข์ก็ต้องดำรงอยู่ต่อไปในวิถีแห่งชื่อเสียง
 
          “พี่ไก่ไม่เหงาใช่มั้ย?”.... “พี่ไก่”... สรรพนามที่โก้ มิสเตอร์แซกแมน เรียกฉันอย่างคุ้นปากมานานกว่า 20 ปี เขาเป็น “เทวดาผู้พิทักษ์” ของฉัน ทำให้ฉันเข้าใจในความหมายของคำว่า “เพื่อนแท้” มีคนบอกว่า “เพื่อน คือคนสองคนที่มีหัวใจเดียวกัน”... ใช่... เพราะไม่ว่าฉันจะคิดอะไรเขาก็จะเข้าใจ และที่อันตรายก็คือ... “เขารู้ทัน”... รู้ทันความคิดของฉันก่อนที่ฉันจะรู้ตัวเสียอีก ถึงเขาจะไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ แต่เขาจะมาในเวลาคับขัน แม้เวลาทุกคนไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาจะเป็นคนแรกที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ โดยไม่ถามอะไรสักคำ (ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างพร้อมๆ กับพี่ก้อง ปิยะ และท็อป ดาราณีนุช) จะถูกหรือจะผิดค่อยว่ากันทีหลัง “คำอธิบาย” จึงเป็นอะไรที่ไม่สำคัญสำหรับคำว่า “เพื่อน” เพราะเขาจะเข้าใจทุกอย่างที่เราทำ บางทีฉันก็เกลียดที่พวกมันรู้จักฉันมากกว่าที่ฉันจะรู้จักตัวเองเสียอีก (ไม่ได้ไม่รู้จักตัวเอง แต่จะอายที่จะยอมรับในความไม่ดีหรือความผิดพลาดของตัวเองต่างหาก)... เพื่อนรักของฉันทำให้ฉันไม่รังเกียจ หรือปิดบังความไม่ดีของตัวเอง พวกเขาทำให้ฉันตระหนักในคำว่า “มนุษย์” ซึ่งมีทั้งดีและเลวอยู่ในตัว ทำผิดทำพลาด ทำมั่วๆ มึนๆ มาแค่สองครั้งในชีวิต... ครั้งแล้ว... ครั้งเล่า! (แต่ขี้เกียจจะเล่า...อาย!)… ความจริงที่มิอาจยอมรับได้ใดๆ ก็ตาม โก้รับได้เสมอ อย่างเก่งก็จะบ่นว่า “โถ!..พี่ไก่” แม้ในยามที่ผู้ชายเข้าตา (สมัยสาวๆ) โก้ก็จะคอยตามพิทักษ์ทั้งกายและใจ เอิ่ม... คุณโก้คะ “ใจก็ของกรู จิ๊มิก็ของกรู จะมาหวงแหนแทนกันทำไมละคะ!” โก้มักจะคอยเตือนว่า “พี่ไก่ทำอะไรก็ทำไป...อย่าเสียใจนะ” แล้วก็ไม่เคยทันสิ้นสุดประโยค ฉันก็ต้องมานั่งร้องไห้บโก้อีก 2 ครั้ง.... ครั้งแล้ว... ครั้งเล่า.... นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ชีวิตฉันปลอดผู้ชายมา 10 ปีแล้ว เฮ้อ!!!! นอกจากจะใช้ปากเห่าหอนร้องเพลงหากินเลี้ยงตัวและครอบครัวกินจุแล้ว ฉันคิดว่าจะหาอาชีพสร้างรายได้เสริม เอาอวัยวะบางส่วน (ที่แม่ให้มา) ไปเป็นที่อยู่ของค้างคาว แล้วให้สัมปทานมาเก็บขี้ค้างคาวไปขายปล่อยไว้เฉยๆ หยากไย่จะขึ้นเสียเปล่าๆ... ถ้าทำตั้งแต่ทีแรก ผ่านมา 10 ปี... วุ้ย! รวยตายแล้วนิ! จะสุขจะทุกข์จะถูกจะผิด โก้ มิสเตอร์แซกแมนไม่เคยทิ้งฉันไปไหน... ดีเสียยิ่งกว่าผัวอีกค่ะคุณตำรวจ!
 
          ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมคนไม่มีแฟนหรือไม่มีผัว มักจะถูกตั้งคำถามซ้ำซากว่า “เหงามั้ย?” อันนี้ต้องระบุตำแหน่งที่เหงาเอาไว้ก่อนนะคะคุณ บางทีมันก็เหงาใจ บางทีมันก็เหงา จิ... ฉันว่าความเหงามันไม่เข้าใครออกใคร (แต่เข้ากรูทีไรไม่ยอมออกสักที) จะเป็นใครก็ช่างมันก็ต้องมีอารมณ์เหงากันทั้งนั้น ความเหงาเป็นเหมือนพื้นผนังของชีวิต เราละเลงเรื่องราวเหตุการณ์ที่เปื้อนอารมณ์ต่างๆ ลงไปบนผืนผ้าใบ สีหรือลายที่ป้ายลงไปใหม่อาจจะกลบทับสีพื้นสีเดิมของผนังจนมองไม่เห็น แต่... ความเหงามันก็ยังคงอยู่ที่เดิมนั้นแหละ มันอยู่ในชีวิตเราตลอดเวลา มันมาก่อนคำว่าสุข หรือทุกข์เสียอีก ฉันไม่รู้หรอกว่า “ความเหงา” หน้าตามันเป็นอย่างไร รู้แค่ว่ามันมีโทนสีเทาๆ หม่นๆ ยามฝนตกพรำ อากาศชื้นๆ หรือลมหนาวพัดมามันยังกระตุ้นให้ความเหงามันออกมาแสดงตัว... ความเหงาของคนทั่วไปมีอยู่แค่ไหนไม่รู้ แต่พวกที่ใช้อารมณ์ในการทำมาหากินอย่างนักแสดง นักร้อง ศิลปินต่างๆ (หมายรวมถึง ช่างวาด ช่างปั้น ช่างหล่อ สารพัดช่าง ไปจนถึงช่างมัน!) คนเหล่านี้มีอารมณ์ลึกล้ำและซับซ้อนเวลาเหงามันจะดึงเข้าสู่ระดับ “โคตรเหงา!” แล้วถ้าใช้มันเป็น มันจะสร้างผลงานชิ้นเอกได้อย่างมากมายให้ผู้คนได้ชื่นชมกับความงดงามที่มีรากฐานมาจากความเหงา... ฉันพยายามบอกตัวเองว่า “ฉันไม่เหงา” ฉันปกติดี สบายดี เพราะฉันพยายามมองข้ามมันไป เอาใจไปจดจ่ออยู่กับงาน แต่อย่าให้เผลอ... เผลอเป็นเหงา! เวลาฉันอยู่คนเดียวจะไม่เคยเหงาแต่บางทีฉันอยู่ท่ามกลางผู้คน ฉันกลับรู้สึกเหงา! ไม่ว่าฉันจะอธิบายยาวเหยียดไปอีกกี่หน้ากระดาษฉันก็ว่ามันยากที่จะเข้าใจ แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังรู้สึกว่า... "กรูก็ไม่เข้าใจตัวกรูเหมือนกันค่ะ!” ทั้งๆ ที่ฉันกินอาหารเหมือนคนทั่วไป ไปในที่ที่ใครเขาไปกัน เห็นสิ่งที่ผู้คนเขาเห็นกัน แต่ระบบการตีความในสมองของฉันมันทำงานอีกแบบ ผลที่ออกมามันก็เลยแปลกๆ ของมันไป เอาเป็นว่าไม่ต้องไปใส่ใจ เวลาที่ฉันร้องเพลงแล้วคนเข้าใจ มีความสุข สนุกหรือเศร้าไปตามเสียงและอารมณ์ที่เปล่งออกไปแค่นั้นคงเพียงพอแล้ว สิ่งที่ทำให้นักร้องหรือคนมีชื่อเสียงมีชีวิตไม่เหมือนใครก็อาจเป็นเพราะเราถูกจับจ้องมากกว่าคนปกติ จะผิดจะถูกอย่างไรก็มักจะถูกพิพากษากันอย่างเอาเป็นเอาตาย บางทีเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยก็โดนสั่งประหารไปแล้ว จะแก้ตัว หรือขอโทษอย่างไรก็ไม่เป็นผล จึงไม่แปลกที่การมีชื่อเสียงชีวิตจะยังคงถูกเก็บเป็นความลับ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ความคิดเห็นของผู้คน แต่กลับเป็น “ความคิด” ของคนที่มีชื่อเสียงคนนั้นเองต่างหาก ไม่ว่าความคิดและชีวิตฉันจะต่างจากคนทั่วไปอย่างไร แต่ก็ยังมีครอบครัวและเพื่อนที่ทำให้ฉันกลับไปทิ้งตัวลงสู่อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรักของคนที่รักและเข้าใจฉัน มองฉันเป็นแค่คนโง่ๆ ธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร...