
งานศพ'ปอ'งดเซลฟี่ดารา
22 ม.ค. 2559
งานศพ 'ปอ' วันที่สี่ งดเซลฟี่ดารา คาดพระราชทานเพลิงศพ 24 ม.ค.คนร่วมงานเรือนแสน
22 ม.ค. 59 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการบำเพ็ญกุศลศพพระเอกขวัญใจชาวไทย นายทฤษฎี สหวงษ์ หรือ ปอ ที่ศาลาธรรมานุภาพ 2 วัดกลาง พระอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาเคารพศพอย่างต่อเนื่อง และหนาแน่นมากเมื่อถึงเวลาสวดพระอภิธรรมตอนค่ำ ซึ่งทางวัดได้ขยายพื้นที่และเก้าอี้ไว้รองรับผู้มาร่วมงาน หลังจากคืนก่อนมีประชาชน และเพื่อนในวงการบันเทิงมาร่วมงานอย่างล้นหลามประมาณ 3,000 คน
'โบว์' แวนดา และน้องมะลิ วันที่ 4 การบำเพ็ญกุศลศพ 'ปอ' ทฤษฎี สหวงษ์
เพื่อนดารานักแสดงร่วมไว้อาลัย วันที่ 4 การบำเพ็ญกุศลศพ 'ปอ' ทฤษฎี สหวงษ์
ทั้งนี้ ระหว่างที่ประชาชนเข้าไปเคารพศพภายในศาลาธรรมานุภาพ 2 มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการถ่ายภาพตนเองบริเวณที่ตั้งโลงศพไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งหลายครั้งมีภาพไม่เหมาะสมเผยแพร่ออกไปสู่โลกโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการขอถ่ายภาพเซลฟี่กับศิลปิน ดารา นักแสดงที่มาร่วมเคารพศพ ซึ่งอยู่ในอาการไม่สำรวม ทำให้ผู้จัดงานต้องขอความร่วมมือไปยังประชาชนที่มาร่วมงานและกำลังจะเดินทางมา ให้งดการกระทำดังกล่าว เพื่อเป็นการให้เกียรติครอบครัวผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม พบว่า มีประชาชนหลายคนที่ให้ความร่วมมือ เปลี่ยนจากการถ่ายภาพที่บริเวณหน้าโลงศพภายในศาลาธรรมานุภาพ 2 มาเป็นการถ่ายภาพกับรูปภาพของปอ ที่ผู้จัดงานได้นำมาตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบริเวณงานแทน
นายวิทวัส สหวงษ์ หรือ ป๊อบปี้ น้องชายของปอ ซึ่งมาต้อนรับแขกตั้งแต่ช่วงเช้า กล่าวว่า ครอบครัวได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพวันอาทิตย์นี้ คาดว่าจะมีมาหลายหมื่นคน ซึ่งในวันนั้นหลานชาย 4 คน จะบวชอุทิศส่วนกุศลให้พี่ปอด้วย
นายวิทวัส ยังกล่าวถึงการจัดเตรียมของที่ระลึกแจกผู้ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพว่า ได้เตรียมของชำร่วยเอาไว้ประมาณ 9,000 ชิ้น โดย 3,000 ชิ้น เป็นสมุดบันทึกเล่มไม่ใหญ่มาก ที่ทางแฟนคลับเป็นคนจัดทำขึ้น ข้างในเป็นภาพของปอในแง่มุมต่างๆ และเป็นข้อความคำคม รวมทั้งความรู้สึกที่ปอเคยเขียนไว้ และเขียนถึงภรรยา และลูกสาว อีก 3,000 ชิ้น เป็นสเปรย์ฉีดกันยุง ซึ่งได้รับมอบจากคายาริ และไฟฉายอีก 3,000 กระบอก ที่นางพิศมัย สหวงษ์ แม่ และญาติได้หารือกันว่าไฟฉายเป็นสัญลักษณ์ที่นำพาทุกคนไปสู่แสงสว่าง และจะเป็นแสงสว่างให้ดวงวิญญาณของปอไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วย
วันเดียวกัน นายวิทยา จันทร์ฉลอง รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและตัวแทนญาติของปอ ได้ประชุมเตรียมความพร้อมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพซึ่งคาดว่าจะมีประชาชน ผู้ที่รู้จักคุ้นเคย เพื่อนศิลปินดารา และแฟนคลับทั้งในจังหวัดและจากจังหวัดต่างๆ เดินทางมาร่วมงานครั้งสุดท้ายไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน
นายวิทยา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จัดสถานที่จอดรถไว้ 5 จุด พร้อมจัดรถตู้ 40 คัน รถบัส 3 คัน และรถกอล์ฟ 4 คัน คอยรับส่งผู้มาร่วมงานเดินทางมายังวัดกลาง คิดว่าจะสามารถให้บริการได้อย่างเพียงพอ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม จนเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส่วนการรักษาความปลอดภัย ทั้งภายในวัดกลางและโดยรอบสถานที่จัดงานจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่การรักษาพยาบาลก็มีรถพยาบาลจากโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ และสาธารณสุขจังหวัด พร้อมแพทย์ พยาบาลมาคอยให้บริการตลอด
อย่างไรก็ตาม ภายในบริเวณงานพระราชทานเพลิงศพนั้น วัดสามารถรองรับประชาชน ผู้มาร่วมงานได้ประมาณกว่า 3,000 คน ดังนั้น จึงต้องใช้จอแอลอีดีถ่ายทอดพิธีออกมาให้ประชาชนและผู้มาร่วมงานที่อยู่ภายนอกได้ชมด้วย
วันเดียวกัน นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา มีประชาชนเดินจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หรือหมอชิต 2 ไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพปอจำนวนมาก ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ต้องการเดินทาง บขส.ได้จัดเที่ยวรถ เส้นทางกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ เพิ่มจากเดิมอีกวันละ 40 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มจากเดิมวันละประมาณ 1,500 คน
ด้าน น.ส.ดารณีนุช ปสุตนาวิน หรือท็อป ซึ่งเดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมพร้อมกับเพื่อนดารา นักแสดงจำนวนมาก กล่าวว่า มาร่วมไว้อาลัยปอครั้งสุดท้าย หลังจากวันก่อนไปช่วย น.ส.เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ หรือจิ๊ก แต่งหน้าศพที่โรงพยาบาล ซึ่งแต่งหน้านานมาก เพราะตั้งใจให้ออกมาดีที่สุด สมกับที่เป็นพระเอกของพวกเรา
“ได้คุยกับน้องโบว์เมื่อสักครู่ เขาบอกว่าวันนั้นปอหน้าใสที่สุดเลย ขนาดคุณหมอยังบอกเลยว่าใบหน้าเขาดูสดใสมาก ตอนแต่งหน้าเราบอกกับปอว่าให้ปอมั่นคงในความดีที่เคยทำไว้ เราเชื่อว่าเขารู้อยู่แล้ว และเชื่อในเรื่องของกรรมดีในสิ่งที่เขาทำจะส่งผลให้เขาไปอยู่ในภพภูมิที่ดี และสามารถมองเห็นครอบครัวของเขาได้ ให้ปอได้ดูลูกดูเมียมาจากข้างบนมาคอยดูแลเขาก็แล้วกัน" น.ส.ดารณีนุช กล่าว
น.ส.ดารณีนุช กล่าวต่อว่า ปอเป็นคนตลกน่ารักและชอบอำคนอื่น เวลาเจอกันก็จะกอดกัน เล่นละครกันมา 6 เรื่อง เรารู้สึกว่าเราถูกจริตกัน เขาเป็นคนที่บ้านๆ คุยกันถูกคอ เป็นคนใจดี เคยไปถ่ายละครเรื่อง “ดาวเรือง” ด้วยกันที่ จ.สระแก้ว ที่ไกลมาก เมื่อก่อนเราชอบเอาผลิตภัณฑ์จากโรงพยาบาลรามาธิบดีมาขาย และจะมีกล่องรับบริจาคของโรงพยาบาลที่พอซื้อของก็ใส่ไปบริจาคได้เลย คนจะมามุงดูกันเยอะ แล้วปอก็จะบอกให้เราเอากล่องบริจาคนั้นมา จากนั้นเขาก็เอาไปเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านด้วยตัวเอง และชาวบ้านจะไปรุมล้อมเขา เพราะเขาเป็นพระเอก เรายังได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกในอินสตาแกรม ซึ่งในอินสตาแกรมมีรูปปอเยอะที่สุดคือ 4 รูป เวลาเจอกันเราก็จะมาสุมหัวกัน และคุยอำคนอื่น
"วันนี้ก็ได้คุยกับโบว์และได้เจอกับน้องชายของปอ ซึ่งบอกเลยตอนวันแต่งหน้าปอวันนั้นเราไม่ร้องไห้เลย แต่พอมางานวันนี้มันรู้สึกสะเทือนใจ พอเจอโบว์ก็กอดกัน ซึ่งเราได้รู้จักเขาตั้งแต่ตอนเราไปเยี่ยมปอที่โรงพยาบาล กลายเป็นว่าในวันนี้คนที่เข้มแข็งคือโบว์ และมาให้กำลังใจเรามากกว่า หลังจากนี้จะเหลือแต่ความภาคภูมิใจ ซึ่งเมื่อสักครู่ได้มีโอกาสคุยกับโบว์ เขาบอกว่าที่สุดของปอ คือเขารักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากๆ และตอนนี้โบว์ไม่ห่วงอะไรเลย เพราะปอเขาได้สิ่งที่ดีที่สุดคือเขาได้รับพระราชทานเพลิงศพจากในหลวง นี่คือสิ่งที่สูงสุดแล้วของชีวิตคนคนหนึ่ง ปอเขาคงจะมีความสุขและไปในที่ที่ดีแน่ๆ” น.ส.ดารณีนุช กล่าว
ด้าน ผศ.สงวน สหวงษ์ พ่อของปอ ให้สัมภาษณ์เปิดใจต่อผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์ชุลมุนวันเคลื่อนย้ายศพที่กลุ่มผู้สื่อข่าวและแฟนคลับเบียดเสียดแย่งกันถ่ายภาพจนดูไม่เหมาะสมว่า เป็นเพราะทุกคนรักปอแต่อยากให้มีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งครอบครัวก็ไม่ได้โกรธหรือคิดอะไรมาก
“จริงๆ แล้วเรื่องนี้ในฐานะที่ผมอยู่ด้วยกันมา 70 วัน ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และสิ่งที่ผมได้รับจากนักข่าวก็ไม่มีอะไร เราทำงานร่วมกันด้วยความราบรื่น ทำข่าวน่ารัก เวลาโรงพยาบาลขอร้องหรือขอความร่วมมืออะไรก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดีมาโดยตลอด แต่เหตุวันที่จะพาปอกลับนั้นจริง ๆ ผมได้วางแผนกับ ผอ.โรงพยาบาล แต่ด้วยเนื้อที่มันจำกัดและมีคนมาก อีกทั้งยังมีปัจจัยสำคัญที่สุดคือนักข่าวก็อยากได้ข่าวมันก็เลยทำให้มีภาพออกมาอย่างที่ทุกคนเห็น ซึ่งเรื่องนี้ทางครอบครัวเราก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะมันชุลมุน ตัวผมเองก็แทบจะเข้าไปไม่ได้ แต่ที่น่าสงสารที่สุดคือพระคุณเจ้าที่จะพาปอกลับมาบุรีรัมย์ก็ไม่สามารถเดินกลับเข้ารถได้แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ต่างคนต่างทำหน้าที่ ต่อไปก็ระมัดระวังกันหน่อยละกันครับ” ผศ.สงวน กล่าว
ผศ.สงวน ยังกล่าวถึงน้องมะลิ ด.ญ.พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาววัย 2 ขวบ ของปอ ว่า ทุกคนรักสงสารและเสียใจกับเรื่องที่ปอจากไป เพราะปอจากพวกเราเร็วเกินไป เหมือนเขาเกิดมาทำหน้าที่บางสิ่งบางอย่างให้แก่โลกให้แก่สังคม พอเสร็จหน้าที่เขาก็กลับ สำหรับแผนในอนาคตที่วางไว้ให้มะลิ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาก ตัวมะลิกับโบว์ก็คือปอเพราะฉะนั้นมะลิกับโบว์ก็คือครอบครัวเราตลอดไป
“สิ่งที่ปอคิดจะทำอะไรให้กับมะลิอย่างไรเราก็จะรับ ทางครอบครัวของเราจะดูแลกันให้อย่างดี แต่ปอเขาอยากทำอะไรบ้างนั้น อันนี้ผมไม่ทราบ น่าจะเป็นเรื่องเรียนหนังสือเพราะปอเขาห่วงเรื่องนี้มาก หลายๆ อย่างเขาเตรียมไว้ให้ลูกเขาแล้ว เช่น ทุนการศึกษาอะไรแบบนั้นตัวผมเองก็คิดสนุกๆ อยู่ว่าเขามีรถมินิคลาสสิกอยู่ยังบอกว่าจะเอาไว้ให้มะลิขับตอนเขาโตขึ้นอย่างนี้เป็นต้น ปอเขาหวังอะไรกับลูกเขามาก ตอนนี้ก็ได้แต่บอกว่าถ้าเขามาอยู่กับเรา เราก็จะทำให้เขาสบายใจทุกอย่างเพราะเราเองก็รัก ตัวคุณแม่เองก็เพิ่งจะลาออกจากราชการเพื่อจะไปดูแลหลานเช่นเดียวกัน ดังนั้น ก็ไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องเป็นห่วง”
ผศ.สงวน กล่าวถึงวันครบรอบวันเกิดปอ วันที่ 23 มกราคม ว่า คงไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่แฟนคลับอาจจะมีอะไร ตนไม่ทราบ คงไปทำบุญกัน ส่วนที่ถามเรื่องการให้ทุนการศึกษาตลอดระยะเวลาการทำงานของปอ เขาให้เป็นประจำอยู่แล้ว หลังจากนี้ก็คงจะมีการสาน่ต่อไป
ผศ.สงวน กล่าวด้วยว่า การจัดงานศพปอ ทางครอบครัวได้รับความอนุเคราะห์จากทางจังหวัดและทุกหน่วยราชการเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ อาหาร การบริการ การจราจร ครอบครัวเราปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง เพราะถ้าสังเกตจะเห็นว่าทุกแยกจราจรจะมีภาพอาลัยปอติดอยู่ตลอด ทางครอบครัวปลื้มใจมาก เป็นกำลังใจให้ครอบครัวเราอย่างที่สุด ดูจากพวกหรีด ดูจากจำนวนคนในงาน ทั้งกลางวันและกลางคืนจะเห็นว่าประชาชนรักปอ และให้กำลังใจครอบครัวเรามากมายจริงๆ
“ส่วนเรื่องที่ทางจังหวัดจะยกย่องปอนั้น ผมไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ เพราะเป็นเรื่องของทางจังหวัด ผมคิดว่าตอนนี้ในภาวะที่เราสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังมีอะไรที่ทดแทนให้แก่เรา โดยเฉพาะความรักจากประชาชนในหลายๆ จังหวัด เดี๋ยวนี้พ่อจะได้รับกล่องพัสดุ ซึ่งในกล่องจะมีดอกไม้จันทน์ส่งมาให้ มีเพลงส่งมาให้ มีคลิปส่งมาให้ นี่คือสิ่งที่เราดีใจ คนในวงการรวมถึงผู้ใหญ่ นักแสดง ที่เคยและไม่เคยทำงานร่วมกับปอ เราก็เห็นทุกวัน นี่คือสิ่งที่เราดีใจมาก เพราะว่าเพื่อน และผู้ใหญ่ในวงการไม่ทอดทิ้ง โดยเฉพาะในวันที่ 23 มกราคมนี้ ทุกคนจะมากันมาก อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอบคุณก็คือช่อง 3 ที่เขาดูแลแม้กระทั่งนำปอมาที่วัดท่านดูแลเป็นอย่างดี ส่วนช่องอื่นๆ ก็โอเคนะ น่ารักทุกช่อง ทุกคน แต่โดยเฉพาะช่อง 3 ในฐานะที่เป็นบ้านของปอ เราให้เกียรติท่านเป็นธรรมดา” ผศ.สงวน กล่าว
บิดานายทฤษฎีกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่อง ไร่นาป่าสงวน ปกติถ้าตนอยู่จะดูแล ซึ่งตอนนี้ก็ยังดำเนินการต่อ แต่บังเอิญว่าเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาปราชญ์บุรีรัมย์ และดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่องการเกษตรอยู่แล้ว เมื่อวันที่ 21 มกราคม มีโอกาสได้คุยกันว่าอาจจะร่วมมือกันในการพลิกฟื้นส่วนนี้ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่โทรมลงไปบ้าง อีกอันหนึ่งที่ยังไม่ได้พูดคือ เรื่องอาหารการกินต่างๆ ทางครอบครัวได้เสริมมาจากหลายๆ อำเภอ ประชาชนมาจากที่ต่างๆ มากมาย
ด้าน นายธนทรัพย์ พูลสวัสดิ์ เจ้าของร้านไปรวิทย์ ฟลาวเวอร์ ที่มาจัดดอกไม้หน้าหีบศพของนายทฤษฎี กล่าวว่า สาเหตุที่จัดดอกไม้เป็นรูปทรงพวงมาลัย เพราะพวงมาลัยมีความหมายของมัน ซึ่งก็คือการมอบให้แก่คนทุกคนที่รักแสดงถึงความไว้อาลัย ซึ่งมันเป็นความหมายโดยนัยของพวงมาลัยอยู่แล้ว สำหรับดอกไม้ที่ใช้นั้นเป็นโทนสีขาว และเขียว ประกอบไปด้วย ดอกลิลลี่ คาร์เนชั่น กล้วยไม้ สวอนแพลนท์ ไลเซนทัส สมัยที่ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่งเสียชีวิต ก็มีโอกาสได้เป็นคนจัดดอกไม้ไว้อาลัยให้ด้วย
"เราตั้งใจเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ตีห้า เพื่อจัดดอกไม้ให้คุณปอในวันนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเราทำด้วยใจ และได้บอกกับทางครอบครัวของคุณปอตั้งแต่วันแรกๆ แล้วว่าเราจะมาช่วย เพราะเขาเป็นคนดี เป็นคนของประชาชน” นายธนทรัพย์ กล่าว



