
มะเร็งคร่าเดวิด โบวี่ด้วยวัย69ปี
เดวิด โบวี่ สิ้นลม ปิดตำนานวงการเพลงร็อกชื่อดังของอังกฤษ มะเร็งคร่าชีวิตในวัย 69 ปี นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยกย่องเป็นปรมาจารย์แห่งการสร้างสรรค์
เมื่อวันที่ 11 มกราคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เดวิด โบวี่ ผู้สร้างนวัตกรรมใหม่ในวงการเพลงร็อกเกาะอังกฤษสิ้นลมอย่างสงบเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมานาน 18 เดือน ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคม โบวี่เพิ่งเปิดตัวสตูดิโอ อัลบั้มใหม่ล่าสุดชื่อ “แบล็ค สตาร์” ในวันครบรอบอายุ 69 ปี
ทั้งนี้มีการเขียนข้อความในบัญชีสื่อโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของโบวี่ว่า “เดวิด โบวี่เสียชีวิตอย่างสงบภายใต้ความอบอุ่นของครอบครัวที่มาดูใจ หลังจากที่เขาต่อสู้กับโรคมะเร็งมาตลอด 18 เดือน”
ด้านนายดันแคน โจนส์ บุตรชายของเดวิด โบวี่ ที่เกิดกับแองจี โบวี่ ภรรยาคนแรกของนักร้องดังชาวอังกฤษ ยืนยันว่าบิดาเสียชีวิตแล้ว และรู้สึกเสียใจอย่างที่สุดที่ต้องกล่าวว่าเป็นเรื่องจริง ตนเองจะงดใช้สื่อออนไลน์สักระยะหนึ่ง
การสิ้นลมของเดวิด โบวี่เป็นการปิดตำนานศิลปินในยุคใหม่ของวงการเพลงอังกฤษ ผู้สร้างสรรค์เพลงดังอย่าง “Space Oddity” เมื่อปี 2512 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักบินอวกาศที่ชื่อว่าพันตรีทอม ที่ถูกทอดทิ้งอยู่ในอวกาศเพียงลำพัง
โบวี่ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้รังสรรค์เพลงหลากหลายรสชาติ ทั้งเพลงร็อก นิวโรแมนติก เคราท์ร็อกจนถึงเพลงเต้นรำและเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อก โซล และ ฮาร์ด ร็อก เขายังสร้างความโดดเด่นบนเวทีด้วยการประกาศว่าตนเองเป็นเกย์ และแต่งชุดผู้หญิงบนเวทีคอนเสิร์ตทุกครั้งในการขึ้นเวทีช่วงที่เล่นเพลงในอัลบั้มซิกกี้ สตาร์ดัสท์ จนเขาได้รับสมญาว่า Thin White Duke
เดวิด โบวี่ หรือ เดวิด โรเบิร์ต โจนส์ เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2490 เป็นทั้งนักร้อง, นักแสดง, นักดนตรี, โปรดิวเซอร์เพลง และนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ที่มีผลงานต่อเนื่องยาวนานมาถึง 5 ทศวรรษ และได้ชื่อว่าเป็นศิลปินที่ทดลองอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งด้านแนวดนตรี และภาพลักษณ์ของตัวเขาเอง จนส่งอิทธิพลต่อศิลปินรุ่นหลังมากมาย
เขาเริ่มต้นใช้ชื่อว่า “เดวิด โบวี่” ที่เพื่อหลีกเลี่ยงการมีชื่อซ้ำกับ “เดวี โจนส์” แห่งวงเดอะ มังกี้ส์ ที่เป็นคู่แข่งของเดอะบีทเทิลส์ ในปี 2509 และเริ่มออกแสดงแซกโซโฟนในคลับแถบลอนดอน จนได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงเมอคิวรี่ เรคคอร์ดส์ จนได้ออกอัลบั้มชุดแรกชื่อ “David Bowie” ในปี 2510 ต่อมาในปี 2512 จึงออกอัลบั้มชุดสองที่มีเพลง Space Oddity เป็นผลงานฮิต
อัลบัมที่ขายดีที่สุดของโบวี่มีชื่อว่า “Let's Dance” ม่ียอดขายสูงสุดถึง 7 ล้านแผ่นทั่วโลก โบวี่ ยังได้ชื่อว่าเป็นศิลปินที่หาโอกาสร่วมกับงานเพื่อนในวงการอยู่เสมอ ทั้งวงควีน, มิค แจ็คเกอร์, ทีนา เทอร์เนอร์ และเดอะ แพท เมธีนีย์ กรุ๊ป นอกจากนั้นก็ยังเคยก่อตั้งวงทิน แมชชีน และออกอัลบั้มมา 2 ชุด แม้จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จนักก็ตาม เขายังเคยทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้เพื่อนในวงการทั้ง ลู รีด, เดอะ สตูจส์ และ มูท เดอะ ฮูเปิล ด้วย
นอกจากวงการเพลงแล้ว โบวี่ยังหาโอกาสเล่นหนังอยู่เรื่อยๆ ทั้งหนังแฟนตาซีเรื่อง ลาบีรินธ์, รับบทเป็นเชลยสงครามในเมอร์รี คริสต์มาส มิสเตอร์ ลอว์เรนซ์ (1983) ของนางิสะ โอชิมะและยังรับบทเป็นปอนติอุส ปิลาตุสชาวยิวผู้สั่งประหารพระเยซูในเดอะลาสท์ เทมป์เทชั่น ออฟ ไครสท์ (1988) ของ มาร์ติน สกอร์เซซี ด้วย
ด้วยการเปลี่ยนแปลงทั้งเพลง และตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเป็น “กิ้งก่าเปลี่ยนสี” แห่งวงการเพลงร็อก โบวี่เป็นศิลปินประเภทที่เปิดรับอิทธิพลจากศิลปะทุกแขนงตั้งแต่ ละครใบ้ จนถึงคาบูกิ เพื่อหล่อหลอมในการสร้างงานของตัวเองขึ้นมา แต่เนื่องจากปัญหาสุขภาพทำให้ โบวี่ไม่ได้ออกผลงานใหม่ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตามในปี 2556 หลังเงียบหายไปเป็นทศวรรษ โบวี่ ได้กลับมาออกผลงานใหม่อีกครั้งด้วยซิงเกิ้ล Where are We Now? ที่มีเนื้อหารำลึกถึงช่วงเวลาที่เขาเคยอยู่ที่เบอร์ลินในช่วงทศวรรษ 2513 โดยเพลงได้รับเสียงชมจากทุกฝ่าย โดยก่อนจะเสียชีวิต โบวี่ได้มีโอกาสออกผลงานชุดแบล็กสตาร์ ที่คราวนี้เขาขอนำเสนอเพลงแนวแจ๊สออกมาบ้าง เป็นการทดลองทำงานใหม่ๆ แม้แต่ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งสหราชอาณาจักรก็ได้ออกแถลงการณ์เพื่อยกย่องโบวี่ ในวาระการจากไปของเขาว่า “ผมเติบโตมาจากการชม และฟังผลงานของอัจฉริยะทางป๊อป เดวิด โบวี่ เขาเป็นปรมาจารย์แห่งการสร้างสรรค์ ที่ทำอะไรออกมาได้ถูกต้องเสมอ ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ”



