
"ฮิวโก้"แจงฤกษ์วิวาห์แบบอิสลามกับ"ฮาน่า"21มี.ค.
04 ก.พ. 2552
เล็ก-ฮาน่า" เกี่ยวก้อยเปิดใจวิวาห์แบบอิสลาม ฉลองมงคลสมรส 21 มี.ค. สินสอดในการทำพิธีเงินสด 125 บาท ว่าที่เจ้าบ่าวเผยเข้าศาสนาอิสลามแล้ว ส่วนว่าที่เจ้าสาวหวั่นชีวิตโสดหาย
หลังจากบ่มรักกันมานาน 4 ปี ในที่สุดนายจุลจักร จักรพงษ์ หรือ "เล็ก" หรือที่รู้จักในนาม "ฮิวโก้" จูงมือแฟนสาว น.ส.ทัศนาวลัย องอาจสิทธิชัย หรือ "ฮาน่า" ร่วมกันแถลงข่าวรายละเอียดงานแต่งงานของทั้งคู่ ที่วังจักรพงษ์ ถนนมหาราช กรุงเทพฯ โดยนายจุลจักรกล่าวว่า การแต่งงานครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการตัดสินใจภายในวินาทีเดียว แต่เป็นการตัดสินใจที่นานพอสมควร ตั้งแต่เมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว
"ที่ผ่านมาเวลาเราอยู่ด้วยกัน เรารู้สึกสนุก พอผมต้องไปทำงานเมืองนอก ชีวิตจึงต้องชัดเจนขึ้น ที่ผ่านมาทั้งผมและฮาน่าอยู่ในวงการบันเทิง แม้จะต้องเจอคนเยอะ เราต่างกลับไม่รู้สึกพิเศษกับใคร จึงทำให้รู้สึกว่า คนนี้แหละใช่ เรามักจะเห็นว่าคนในวงการบันเทิงที่อายุเท่าๆ ผม ไม่ค่อยกล้าแต่งงาน แต่สำหรับคู่เรา เราไม่รู้จะรออะไร คือเรื่องแต่งเริ่มจากการล้อเล่นกัน ด้วยความที่อยู่ห่างกัน ก็จะแซวกันเสมอ ว่าเดี๋ยวแต่งงานก็จะได้เจอกันตลอด อีกทั้งต่อมาทั้งสองครอบครัวก็สนิทกัน เราจึงคุยกันเรื่องแต่งงานอย่างจริงจังเมื่อกลางปีที่แล้ว ปีหน้าผมมีงานเยอะ เมื่อเยอะก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต อาจจะต้องย้ายไปประเทศนั้นประเทศนี้ อยากไปด้วยกันอย่างเปิดเผย จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ตัดสินใจแต่งงานกัน" เล็กแจกแจง
เมื่อถามถึงเรื่องการเปลี่ยนศาสนาตามว่าที่ภรรยา นายจุลจักรกล่าวว่า เป็นเรื่องเต็มใจ และได้เข้าศาสนาอิสลามเรียบร้อยแล้ว เมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะมองว่าตนเซอร์ แต่อีกมุมหนึ่งเป็นคนเรียบร้อยพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องความรัก เมื่อเจอคนที่ใช่ก็ไม่อยากปล่อยไป สำหรับครอบครัว พอแนะนำให้รู้จักแฟนสาว เมื่อประมาณ 1-2 ปีที่แล้ว ต่างก็ยุให้แต่งงานกันมาตลอด
"เพราะฮาน่าเป็นคนน่ารัก ในเรื่องศาสนาเป็นเรื่องส่วนตัว ครอบครัวไม่ว่าอะไร และยินดีด้วย เพราะจะได้ศึกษาจริงจังกับศาสนานี้ ที่ผ่านมาทำงานอยู่เมืองนอก แทบเรียกได้ว่าไม่มีศาสนาใดเลย แต่พอกลับมาเมืองไทย ก็ได้มีโอกาสไปงานแต่งต่างๆ ของศาสนาพุทธ แต่ทุกศาสนาผมว่าทุกศาสนาคล้ายกัน เป้าหมายเดียวกัน การเป็นมุสลิมก็ไม่ได้ทำให้ผมลำบาก การรักษาความรักในวงการนี้ คนอื่นอาจจะยาก แต่สำหรับเราสองคน ไม่ใช่เรื่องยากเลย ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ที่ผ่านมาเราต้องคุยกันทุกวัน แม้ห่างกันก็ยังเหมือนเดิม จะเห็นชัดเจนว่าไม่ว่าเรื่องใด มีอะไรเกิดขึ้น เราก็อยู่ด้วยกันได้ แม้จะเป็นเรื่องการเมืองก็อยู่ด้วยกันได้ ส่วนเรื่องความประทับใจ คงเป็นเพราะเราเป็นคู่หูที่ลุยไปด้วยกัน เที่ยวสนุก ชอบการกิน ดูนั่นดูนี่ และพร้อมลำบากพอๆ กัน เรียกว่าหรูก็หรูลุยไปด้วยกัน" นายจุลจักรกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แหวนที่ทั้งคู่สวมที่นิ้วนางข้างซ้ายเป็นแหวนที่แลกกันใส่ใช่หรือไม่ นายจุลจักรกล่าวว่า มีการแลกแหวนกันตั้งแต่เมื่อครั้งขอแต่งงานจริงจัง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแหวนที่หาซื้ออยู่นาน จนกระทั่งไปเจอร้านที่มีรูปบรรพบุรุษครอบครัวของตนติดอยู่ด้วย พร้อมทั้งมีจดหมาย แต่ไม่ทันได้อ่านว่าเนื้อหาในจดหมายเขียนไว้ว่าอะไร เลยเลือกซื้อแหวนที่ร้านนี้ แต่ไม่ขอบอกว่าราคาเท่าไร หรือซื้อที่ร้านไหน สำหรับแผนในปีหน้า จะมีอัลบั้มสากลที่ใกล้จะเสร็จ หลังจากนั้นจะบินไปทำงานที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และจะกลับมาในช่วงพิธีแต่งงาน หลังจากอัลบั้มเสร็จก็ต้องดูก่อนว่าจะอยู่ที่ไหน ทั้งนี้จะมีช่วงเวลาสำหรับฮันนีมูนด้วย
"เป็นไปได้อยากเที่ยวเมืองไทย เพียงแต่เมืองไทย อาจจะมีความเป็นส่วนตัวไม่มากนัก จึงคาดว่าอาจจะฮันนีมูนในแทบเอเชีย ส่วนเรื่องลูกนั้น ผมคงไม่มาพูดเรื่องในห้องนอนตอนนี้ อีกอย่างถ้าเราไม่แน่ใจจะมีลูกกับคนนี้คงไม่แต่งงานด้วยหรอก สำหรับเรื่องสินสอดทองหมั้น ตามศาสนาอิสลามคือ 125 บาท ส่วนอื่นๆ ผมไม่ขอพูดถึง ส่วนห้องหอคงเป็นประเทศ 3 ประเทศหลักที่ผมทำงาน คือ อเมริกา อังกฤษ และประเทศไทย ส่วนพิธีการแต่งงานจะจัดแบบศาสนาอิสลาม โดยในส่วนพิธีอิสลาม จะมีเพียงญาติ และคนในครอบครัวเท่านั้น จึงขอเป็นส่วนตัวจริงๆ ช่วงต้นเดือนมีนาคม ส่วนพิธีฉลองมงคลสมรสจะมีในช่วงเย็นวันที่ 21 มีนาคมนี้ ที่วังจักรพงษ์ ส่วนเรื่องขริบตามแบบศาสนา คือผมเกิดที่ลอนดอน ตอนคลอดหมอถามพ่อผมว่าจะให้ขริบให้เลยหรือเปล่า พ่อก็เลยให้ขริบไปเลย อาจมีบางอย่างบอกผมก็ได้ว่า ให้ผมเดินมาทางนี้" นักร้องมาดเซอร์กล่าว
ด้าน น.ส.ทัศนาวลัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาแฟนหนุ่มทำอะไรให้เยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องการเข้าศาสนาอิสลามทั้งที่ไม่ได้บังคับ แฟนหนุ่มศึกษาเรื่องศาสนามานาน อาจจะตั้งแต่เริ่มคบกัน ทำให้รู้สึกประทับใจ อีกทั้งหลายคนมักมองว่าคนแบบเขา ไม่น่าจะมีใครบังคับได้ แต่กลับยอมให้ตน ที่ผ่านมาไม่มีใครเคยระแวงกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม เพราะต่างไว้ใจซึ่งกันและกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
"ต่างรู้ดีว่าเราไม่ใช่เจ้าชีวิตของกัน แม้กระทั่งแต่งงานไปแล้วก็ตาม เรื่องสินสอดก็เป็นไปตามธรรมเนียมศาสนา สงสัยต้องขอเป็นเหรียญ จะได้ดูเยอะๆ สำหรับแหวนเมื่อเขาให้มา ฮาน่าก็ถามเขากลับว่าซื้อที่ไหน จึงตามไปซื้อให้เขาทีหลัง ส่วนเรื่องการทำงานหลังแต่งงาน ก็จะกลับมาเมืองไทย 1-2 เดือนครั้ง รับงานแสดงปีละ 1 เรื่องก่อน ใกล้วันแต่งงานก็รู้สึกตื่นเต้นและกลัว กลัวชีวิตโสดจะหายไป เพราะเป็นคนติดเพื่อน และรักเมืองไทยมาก ต่อไปก็ต้องเปลี่ยนไปใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง ยังไม่รู้ว่าจะทำหน้าที่ภรรยาได้ดีแค่ไหน ที่ผ่านมาดูแลกันมา 4 ปี ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ต่างซื่อสัตย์ในความรัก เขาห่วงใย และดีต่อเราทุกวัน ปรับตัวเข้าหากัน สุดท้ายเขาเปลี่ยนศาสนามาทางเรา นั่นก็ดีที่สุดแล้ว" น.ส.ทัศนาวลัยกล่าวเสียงปลาบปลื้ม



