
'หนังไทย(เกือบ)ดี ที่น่าสนใจในปี 58'
07 ม.ค. 2559
หนังไทย(เกือบ)ดี ที่น่าสนใจในปี 58 : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
ปีมะแมที่ผ่านมา แม้หนังไทยดีๆ จะมีจำนวนน้อยเหมือนทุกๆ ปีและหนังดีส่วนใหญ่ มักจะมาจากแวดวงคนทำหนังนอกกระแส รวมถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกันสำหรับ “อนธการ” งานกำกับของอนุชา บุญยวรรธนะ ที่ขยายความออกมาจากตอนหนึ่งในทีวีซีรีส์ “เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน” หนังเล่นกับความคลุมเครือ ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ ด้านมืดในโลกอาชญากรรมที่หนุ่มน้อยเผลอไปคลุกคลีตีโมง ทั้งเรื่องหนี้นอกระบบ รับซื้อ-ขายของโจร แหล่งซ่องสุม ค้าอาวุธฯ ความโดดเด่นของหนังไม่เพียงพล็อตที่คลุมเครือ หากแต่บรรยากาศขมุกขมัวที่อบอวลปกคลุมไปทั่ว ตั้งแต่แสงเงาอึมทึม คอนทราสต์ไม่ได้จัดจ้าน ไม่มีช็อตไหนสว่างจัด มืดทึบ เป็นโทนโลว์คีย์ ถึงขั้นถ่ายแบบอันเดอร์ จนไม่สามารถระบุ หรือจำแนกแยกแยะองค์ประกอบภาพที่ปรากฏบนหน้าจอได้โดยเฉพาะฉากบนกองขยะ แต่พอถึงฉากที่ตัวละครพยายามลอยตัวฟูฟ่อง กึ่งจม กึ่งปริ่มระเรื่อเหนือผิวน้ำ อันเป็นช่วงเวลาที่คู่รักทั้งสองเปี่ยมสุขทุกครั้งเมื่ออยู่ด้วยกัน แสงแดดมลังเมลืองที่ส่องกระทบ ทะลวงลอดผิวน้ำ ก็สื่อถึงห้วงเวลาแห่งความสุขที่หาได้น้อยนักของคู่รักหัวโปกคู่นี้ การเล่นกับความคลุมเครือจนถึงขั้นอาจจะเลยเถิดเกินไปของ “อนธการ” ส่งผลให้หนังปฏิเสธที่จะสื่อความนัยให้คนดูได้เข้าถึงและเข้าใจ "อัตถิภาวะ" ของตัวละครที่ออกแบบมาได้อย่างมีมิติและน่าสนใจไปโดยปริยาย
ตรงกันข้ามกับ “ละติจูดที่ 6” หนังที่ดูง่าย หากเปรียบกับอาหารหนังจานนี้คนดูแทบไม่ต้องเคี้ยว หากแต่คนทำคอยประเคนป้อนเข้าปาก เผลอๆ ใช้มือประกบบังคับให้ บดอาหารกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว (จนอยากจะขย้อนออกมาด้วยซ้ำไป) หนังมีแต้มต่อที่สามารถสร้างความน่าสนใจ ความดีงามจรรโลงใจ ไปจนปลุกเร้าอารมณ์เศร้าสะเทือนใจได้ไม่ยาก...แน่นอนว่า หนังเลือกเดินทางนี้อย่างไม่มีข้อกังขา แต่ทว่าพล็อตมันง่ายเกินไป วิธีการต่างๆนานา เพื่อการโน้มน้าวให้เกิดความเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมตัวละครในหนัง ถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พบเจอในหนังหลายร้อยพันเรื่องจนไม่เกิดความรู้สึกตื่นเต้น ตื้นตัน แต่อย่างใด ความดีเพียงหนึ่งเดียวในหนังคืองานกำกับภาพที่สวยบาดใจแบบเอาตาย การตัดต่อลำดับภาพที่ไม่เพียงไล่เรียงแต่ละคัทแต่ละฉากให้คนดูทำความเข้าใจได้โดยง่าย หากแต่ยังรู้จักจังหวะจะโคน ผ่อนสั้น ผ่อนยาว หรือเน้นย้ำเมื่อถึงฉากสะเทือนใจ ที่สำคัญ “ละติจูดที่ 6” ถือเป็นหนึ่งในหนังที่มีการแสดงที่ดีที่สุดอีกเรื่องประจำปีที่ผ่านมาจากฝีมือนักแสดงทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า (ยกเว้น พระเอกของเรื่อง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ที่ดูเหมือนข่าวฉาวๆ ที่เขาสร้าง ดูจะน่าสนใจกว่าการแสดงแสนจะอ่อนด้อย ปวกเปียก ยวบยาบ ห่างชั้นกับนักแสดงหญิงหน้าใหม่ๆ ในหนังด้วยซ้ำ) น่าเสียดายที่ความพยายามสะท้อนปัญหาไฟใต้ในสามจังหวัดชายแดนถูกเล่าออกมาอย่างตื้นเขิน งบประมาณสนับสนุนส่วนหนึ่งจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอรมน.) ถูกพร่าผลาญไปอย่างน่าเสียดาย
แม้ฉากหน้าของ “มนต์เลิฟสิบหมื่น” จะเป็นหนังตลกกะโหลกกะลา หยิบเอาเรื่องราวของไอ้คล้าว ทองกวาว คู่หนุ่มสาวผู้สร้างตำนานรักบ้านทุ่ง มาประกอบร่างใหม่ แต่พี่โต๊ะ พันธมิตร กลับหลอมรวมสิ่งละอันพันละน้อยของขนบหนังที่เรียกว่าเป็นจิตวิญญาณของคนไทยเอาไว้ได้อย่างครบครัน ตั้งแต่การให้เสียงพากษ์ที่เพิ่มเติมอารมณ์การแสดงออกของตัวละครเช่นในหนังไทยยุคเก่าก่อน หรือหนังต่างประเทศที่ทุกวันนี้ยังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ชมที่ไม่ชอบอ่านซับไตเติ้ล กระทั่งเพลงที่ใส่เข้ามายังมีการออกแบบลีลาท่วงท่าประกอบเพลงประหนึ่งหนังอินเดียที่เคยได้รับความนิยมอย่างมหาศาลเมื่อครั้งอดีต การสร้างตัวละครประหลาดพิสดารขึ้นมาเพื่อสร้างสีสันในหนัง (สำหรับหนังเรื่องนี้คือ “ไก่ชน”) เสียงเฮฮาจากมุกตลกและความประหลาดเพี้ยนที่ดัดแปลงจากขนบหนังที่คนไทยคุ้นเคยทำให้ “มนต์เลิฟสิบหมื่น” เก็บเงินเกินกว่า 20 ล้านบาท ในปีที่เศรษฐกิจส่อแววทรุด และปีนี้ก็น่าจะส่อเค้าตกต่ำที่สุดอีกปีหนึ่งเลยทีเดียว
เช่นเดียวกับ “แคทอ่ะแว๊บ” หนังตลกที่ “แมว” คือจุดขายในหนัง เพราะได้ อาตแมว จอห์นนี่ แมวเซเลบชื่อดังในโซเชียลมีเดีย ที่มีแฟนติดตามหลายแสนคน มาปรากฏตัวในหนัง ทำเอา ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และ เป้ อารักษ์ แทบจะกลายเป็นตัวประกอบไปเลยทีเดียว คนทำหนังเรื่องนี้ เก่งตรงที่หยิบเรื่องราวใกล้ตัวที่คนทั่วไปกำลังให้ความสนใจมาเล่น หยิบเป็นพล็อตมาเล่า แต่กลับพลาดเมื่อไม่สามารถใช้ของดีอยู่ในมือได้อย่างเต็มที่ เพราะมัวแต่พลัดหลงไปกับการเสียเวลาอยู่กับตัวละครพ่อแง่แม่งอนมากเกินไป ทั้งยังห่วงว่า “เท่ง-โหน่ง” ที่อุตส่าห์เจียดเวลามาเล่นหนังเรื่องนี้คนดูจะได้เห็นทั้งคู่ประชันมุกกันน้อยเกินไป (ทั้งๆ ที่มุกของเท่ง-โหน่ง ดูจะฝืดเฝือเต็มทนก็ตาม) แต่สุดท้ายความน่ารัก แมว จอห์นนี่ ก็พ่ายให้แก่เสน่ห์แห่งความน่ารักยั่วยวนชวนให้เคลิ้มของ “ใบเฟิร์น” พิมพ์ชนก โดยหนังอีกเรื่องที่เธอรับบทนำ อย่าง “2538 อัลเทอร์มาจีบ” ใบเฟิร์น ก็ยังบริหารเสน่ห์ได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ทว่าความสามารถทางการแสดงในเรื่องหลังเธอก็ยังทำได้ดีกว่า
สัปดาห์ที่แล้วเลือกหนังดี สัปดาห์นี้เลือกหนัง (เกือบ) ดี หวังว่าปีนี้ หนังไทยน่าจะมีทางเลือกดีๆ และหนังดีๆ ให้เราดูมากกว่าปีที่ผ่านมา เขาว่ากันว่า ความซุกซนของปีวอก น่าจะมีคนทำหนังซนๆ หาเรื่องแปลกๆ ใหม่ๆ มาเล่าสู่กันฟังบ้าง



