
เลื้อยเลาะเกาะขอบหนัง2015
31 ธ.ค. 2558
หนังโรงเล็ก : เลื้อยเลาะเกาะขอบหนัง 2015 : โดย...นันทขว้าง สิรสุนทร
ผมเขียนบทความชิ้นนี้เป็น "ต้นฉบับสุดท้าย" ของปี 2015 เป็นการเขียนในคืนคริสต์มาสที่สีสันของมัน ดูจะสว่างไสวกว่าอนาคตอนหนังไทยปีที่ผ่านไป ระหว่างเขียนก็รู้สึกว่า ปีวอกที่จะมาถึงนั้น ลิงจะน่ารักแบบ "เจ้าจ๋อ" ในการ์ตูนช่อง 7 หรือว่ามันจะน่ากลัวแบบลิงถือปืนใน the planet of the ape
เมื่อโลกยุคใหม่เดินทางมาถึงดูเหมือนทุกอย่างจะยากไปเสียทั้งหมดไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร แน่นอนว่าหนังก็เป็นหนึ่งในความหมายนี้ด้วย เพราะมันได้ถูกยกเลิกวิธีการทำการตลาดแบบเก่าๆ เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว ใครจะเชื่อว่าเมื่อเราเปิดนสพ.ยักษ์ใหญ่อย่างไทยรัฐ ที่ผมเคยอาศัยดูโปรแกรมฉาย มาถึงวันนี้ หน้ากระดาษนั้นแทบจะไม่มีโฆษณาหนังเรื่องใดๆ ลงแอดเอาไว้เลย หน้านี้ของไทยรัฐนับเป็นหมุดหมายหนึ่งของคนดูหนังยุค 90 นี่เป็นเพียงเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับวงการหนัง ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่นึกย้อนกลับไปในอดีต เช่นหนังที่เคยถ่ายด้วยฟิล์มและโรงแบบนั้น หายไปหมด และสิ่งที่สูญสลายไปด้วยก็คือ ความรู้สึกหรือฟิลลิ่งในการดูหนังที่มาจากฟิล์ม
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกเสียดายก็คือ การแยกทางระหว่างคนใน GTH และระหว่าง “เสี่ยเจียง” กับ “จาพนม” เพราะทั้งสองเรื่องมาจากประเด็นคล้ายกันนั่นคือ ความไม่ลงตัวของผลประโยชน์ แม้ว่าที่สุด จาพนมจะหอบเงินมากมายไปคืนให้เสี่ย และในที่สุด GTH จะกล่าวอำลาต่อกัน และต่างไปสร้าง “รัง” ของตัวเองต่อไป ทั้งสองเรื่องนี้มีความละม้ายกันอย่างหนึ่งตรงที่ว่า คนเคยรักกัน กอดกันด้วยความอาทร วันหนึ่ง ก็ห่างกันไป เมื่อถึงเวลาของมัน..ผมเคยคิดว่าเรื่องแบบนี้ มีแต่ในเรื่องเล่าของเพื่อนวัยเยาว์เท่านั้น มันอาจดูไม่แปลก แต่สำหรับคนที่เห็นอะไรในด้านดีๆ ในเป็นสิบปี มันดูจะแปลก เพราะมันสะท้อนว่า ในระดับต่างๆ กันของ relationship นั้น ไม่เคยมีอะไรแน่นอน ที่จะบอกว่า คนรักกันในวันนี้ จะยืนยาวและยาวนานไปถึงวันหน้า แม้ว่าเราจะพยายามเชื่อว่า คนมีความจริงใจต่อกัน
ถ้ามองแบบปลงหรือทำใจ เรื่องของ GTH กับ เสี่ยเจียงและจา พนม ก็เป็นเรื่องธรรมดาแบบหนึ่งอย่างที่เราเคยเห็นในแวดวงอื่นๆ เพียงแต่ในฐานะคนใกล้ตัวกัน อาจจะต้องกล้ำกลืนอยู่บ้าง ที่พวกเขาต้องมาแยกทางกัน
ผมรู้สึกเสียดาย GTH เพราะว่าตลอด 11 ปีที่ผ่านมา พวกเขาสร้างสิ่งดีๆ เอาไว้มากกว่าสิ่งไม่ดี GTH ไม่เคยทำหนังลามกแบบเจตนาขายฉากโป๊เปลือย (ขณะที่บางค่าย ถ้ามีโอกาสพวกเขาก็รีบทำทันที)
GTH สร้างนักแสดงไว้หลายคนเข้าสู่วงการ แม้ว่าหลายคนเหมือนกัน จะได้เล่นหนังที่ GTH เพียงเรื่องสองเรื่องเท่านั้น แต่ก็มีผลในการไปสร้างอนาคตต่อกับค่ายอื่นๆ ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ GTH สร้างมาตรฐานให้การทำหนังไทยเอาไว้ ในระดับที่น่าภาคภูมิใจ กล่าวคือ ในทุกส่วนการสร้างงาน หนังไทยต้องมีวิธีการวางแผนด้านการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์ มีการคุมคอนเซ็ปต์ของการกระจาย message ไปสู่การรับรู้ของลูกค้า
นั่นทำให้้เวลา GTH มีสินค้าสักชิ้น การดึงดูดความสนใจของคนทั่วไป รวมทั้งสื่อมวลชน มีมากกว่าค่ายอื่นๆ เพราะเบื้องหลัง เกิดจากการสุมหัว รวมไอเดียของคนทำงานที่เข้าใจสินค้าตัวเอง และเข้าใจธรรมชาติของสังคมไทย
GTH ปิดตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว
ได้ข่าวว่าพนักงานหลายคนร้องไห้จากลาบนชายหาดที่ไหนสักแห่ง
เพราะบางคนอยู่ต่อ และบางคนเดินจากไป
ทิ้งให้ปี 2015 อยู่ในความทรงจำของคนดูตลอดไป
happy new year 2016



