
มองย้อนวงการทีวีดิจิทัลปีมะแม
31 ธ.ค. 2558
มองย้อนวงการ ทีวีดิจิทัล ปีมะแม กับความแปรเปลี่ยนอันร้อนระอุ
กำลังจะสิ้นสุดปี 2558 แล้ว แต่ชีวิตและวงการทีวีดิจิทัลก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในรอบปีที่ผ่านมาวงการโทรทัศน์ไทยมีเหตุการณ์ทั้งดีร้ายเข้ามามากมาย วันนี้ “คม ชัด ลึก” เลยขอพาทุกคนมาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันหน่อย
ช่องไทยทีวี โลก้า ลาจอ
ช็อกวงการบันเทิงกันพอสมควรสำหรับคำประกาศของ “ติ๋ม ทีวีพูล” พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้รับสัมปทานคลื่นทีวีดิจิทัลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในนามช่องไทยทีวี กับ LOCA ซึ่งถือเป็นรายแรกที่ไม่จ่ายค่าสัมปทานทีวีดิจิทัลงวดที่ 2 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 พร้อมกับประโยคเด็ดๆ เสียดแทงใจที่ว่า “ใครจะจ่ายก็จ่ายไป แต่เราและอีกหลายช่องไม่ยอมจ่ายแน่ๆ ธุรกิจดิจิทัลไม่ได้สวยหรูกว่าที่คิด” แน่นอนว่า “ติ๋ม ทีวีพูล” โยนความผิดพลาดให้เป็นของ กสทช. ที่ไม่ทำไปตามแผนแม่บทที่วางไว้
“ติ๋ม ทีวีพูล” ทำหนังสือถึง กสทช.ในนามบริษัทไทยทีวี โดยแจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตและการประกอบกิจการของ 2 ช่องทีวีดิจิทัล โดยระบุถึงเหตุผลของการยกเลิก ว่าเป็นความผิดพลาดของ กสทช.เอง ในการบริหารทีวีดิจิทัลที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายจนส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทเป็นจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้ที่ผ่านมาบริษัทไทยทีวี เคยมีหนังสือถึง กสทช.เพื่อให้กสทช.ปฏิบัติตามกฎหมายและแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ได้รับการเพิกเฉย ดังนั้นบริษัทจึงขอยกเลิกการทำกิจการทีวีทั้งสองช่องคือไทยทีวี และ LOCA โดยให้มีผลนับจากวันที่หนังสือดังกล่าวถึงมือ กสทช.ภายใน 15 วัน ซึ่งไทยทีวีเอง จะไม่ขอเยียวยาผู้ใช้บริการ เพราะผู้รับชมทีวีดิจิทัลมีจำนวนไม่มาก และมาจากความผิดพลาดของ กสทช. แต่ยังคงขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป
ละครทีวีดิจิทัลร้อนระอุ
สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวผู้จัดละครหน้าใหม่ให้ช่อง “ทรูโฟร์ยู” อย่าง “นัท” กับซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “เจ้าเวหา” โดยมี “อั้ม” อธิชาติ ชุมนานนท์ เป็นพระเอกในตอนแรก “ฝั่งน้ำจรดฝั่งฟ้า” ส่วนอีก 2 ตอนที่เหลือคือ “พิชิตแดนใจ” พระเอกเป็น แอนดริว เกร้กสัน และ “ผู้ครองฟ้า” เป็น “ติ๊ก” เจษฎาภรณ์ ผลดี ส่วนนางเอกอีก 2 คน อย่าง “แพนเค้ก” เขมนิจ จามิกรณ์ และ “ใหม่” ดาวิกา โฮร์เน่ ยังไม่ได้รับการยืนยันที่ชัดเจน โปรเจกท์ต่อไปจะเป็น “เถียนมีมี่ รักนี้ชั่วนิรันดร์” ได้ “ญาญ่าญิ๋ง” รฐา โพธิ์งาม มาเป็นนางเอก และ “ตู่” ภพธร สุนทรญาณกิจ เป็นพระเอก “เวลาในขวดแก้ว” ของผู้จัด “น็อต” นุติ เขมะโยธิน ได้ “เต๋า” เศรษฐพงศ์ เพียงพอ มาเล่น มีโปรเจกท์ของ “แดน” วรเวช ดานุวงศ์ เป็นซีรีส์ที่หนุ่มแดนจะเอามาทำต่อจากหนังของเขานั่นเอง และยังมีเรื่อง “ส้มตำแฮมเบอร์เกอร์” ซึ่งได้พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี เป็นคนเขียนพล็อตขึ้นมา เป็นละครคอมเมดี้ โดยโปรเจกท์ละครทั้งหมดได้ “อ๊อด” บันฑิต ทองดี นั่งแท่นที่ปรึกษาเรื่องละครให้ทรูโฟร์ยู ด้านงบประมาณละครปีหน้า ทรูโฟร์ยูวางไว้เกินหลัก 500 ล้านบาท
ด้านช่องพีพีทีวี เตรียมละคร 10 เรื่องเด็ดจากบทประพันธ์ดังหรือรีเมก “บัวแล้งน้ำ” “ไอซ์” ศรัณยู วินัยพานิช และเรื่อง “เสียดาย” ที่รีเมกมาจากภาพยนตร์ บทประพันธ์ของท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) ผู้จัดคือ “หญิงแมงมุม” ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล และ “หมอผี” ตามด้วยตลาดของคนรุ่นใหม่ ในละครลอตนี้จะมี “รักร้อนออนไลน์เดอะซีรีส์ ตอน ตกหลุมหัวใจยัยปีศาจ” “ผมม้าหน้าเต่อ” รวมไปถึงเพิ่มละครแนวแซบตีตลาดอย่าง “เสน่ห์ร้ายอุบายรัก” ของ “เอ” ศุภชัย ศรีวิจิตร “ธิดาผ้าซิ่น” “มนต์รักสองฝั่งคลอง” ละครฟอร์มใหญ่จะมี “ปาฏิหาริย์เดอะซีรีส์” ของเจเอสแอล ได้ “นก” สินจัย เปล่งพานิช “หนุ่ม” ศรราม เทพพิทักษ์ “เจมส์” เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ มาแสดงนำ
อีกทั้งช่อง 8 ยังเตรียมโปรเจกท์ละครใหญ่อย่าง “มหานรธา” ละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ที่ช่อง 8 ลงทุนมหาศาลสร้างสรรค์ขึ้น และรวมดารานักแสดง รวมไปถึงเรื่อง “ล่าดับตะวัน” ละครบู๊ระเบิดภูเขา โดยผู้จัด “หนุ่ม” กรรชัย กำเนิดพลอย
ช่องตรงกันทุกแพลตฟอร์ม
คนยังคงสับสนกับการใช้และการเข้าถึงที่มีหลากหลายรูปแบบ ประเด็นหลักใหญ่ที่สำคัญเลยคือ ปัญหาการจัดเรียงเลขช่อง ที่ยังคงคาราคาซังอยู่ แต่ล่าสุดปัญหาเหล่านั้นกำลังจะหมดไปเมื่อ กสทช. หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงมีการจัดหลักเกณฑ์การเรียงลำดับช่องในทีวีดิจิทัลใหม่เกิดขึ้น ทั้งการรับชมจากกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ช่องดาวเทียม หรือเคบิลทีวี จะต้องจัดเรียงตัวเลขช่องทีวีดิจิทัลใหม่ให้ตรงกันในทุกๆ ระบบ
โดยเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ หรือหลักเกณฑ์การเรียงช่อง ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2558 จะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ผู้รับใบอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ อาทิ ช่องดาวเทียม เคเบิลทีวี ต้องจัดให้มีรายการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (ช่องทีวีดิจิทัล) ไว้ที่ช่องรายการ 1-36 ส่วนช่องรายการที่ 37-60 เป็นช่องที่ผู้ประกอบการเลือกนำรายการใดมานำเสนอก็ได้
เมื่อประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ประชาชนจะได้รับประโยชน์ ไม่ต้องสับสนจำเลขช่องที่แตกต่างกัน เมื่อดูช่องรายการทีวีดิจิทัลจากแพลตฟอร์มที่ต่างกันต่อไป ไม่ว่าจะดูทีวิดิจิทัลจากจานดาวเทียม / เคเบิลทีวี หรือกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ประชาชนที่ดูทีวีจะรับชมทุกช่องเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะดูผ่านเคเบิลทีวี หรือทีวีดาวเทียม จะเป็นเลขช่องเดียวกับที่ผู้ประกอบการช่องทุกช่องได้เลือกหมายเลขทีวีดิจิทัลตั้งแต่การประมูล ซึ่งเป็นสิ่งที่สำนักงาน กสทช. ได้ผลักดันให้การเรียงเลขช่องเกิดขึ้น และมีผลบังคับใช้ได้จริง
ยุคทองของนักแสดงอิสระ
เรื่องของการหมดสัญญาคึกคักกันมากๆ เพราะเหล่าดาราของ 2 ช่องยักษ์ ต่างพาเหรดเดินจากกันมาเป็นทิวแถว เริ่มที่วิกสามพระรามสี่ ที่พระเอกตัวท็อปอย่าง “อั้ม” อธิชาติ ชุมนานนท์ ที่หมดสัญญาลงเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และไม่ต่อสัญญา เพราะมุ่งมาทำหน้าที่ผู้จัดร่วมกับศรีภรรยา “นัท” มีเรีย เบนเนเดดตี้ ให้กับทางช่องทรูโฟร์ยู การไม่ต่อสัญญาของอั้ม เรื่องของช่วงเวลาพันธสัญญาที่หมดลงคือเหตุผลน้อยนิดมากในการตัดสินใจไม่ต่อสัญญาของอั้ม เพราะข่าวลือออกมาว่าเหตุผลหลักของการไม่ต่อสัญญาของอั้มมาจากการน้อยอกน้อยใจช่อง 3 ที่ไม่ให้พระเอกหนุ่มขึ้นแท่นเป็นผู้จัด หลังจากที่เสนอละครไปหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้ช่องพิจารณา แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ ผิดกับทางทรูโฟร์ยู ที่แค่เข้าไปเพียงครั้งเดียวก็พร้อมทุ่มเงินมหาศาลถึง 150 ล้านบาท ให้อั้มทำละครซีรีส์ให้ช่องทรูโฟร์ยู ความทรงจำดีๆ ของอั้มกับช่อง 3 ยังอยู่ แต่ที่ไม่อยู่คงจะเป็นเรื่องของใจและความก้าวหน้ามากกว่า รวมไปถึงสองนางเอกชื่อดังจากวิก 7 สี อย่าง “แพนเค้ก” เขมนิจ จามิกรณ์ และ “ใหม่” ดาวิกา โฮร์เน่ ที่ช่อง 7 ร่อนจดหมายถึงสื่อมวลชนว่าทั้งสองนางเอกหมดสัญญานักแสดงกับทางช่อง 7 และตัดสินใจเลือกเป็นนักแสดงอิสระ



