บันเทิง

eat play life : คุยกับ ‘ทิ้ว Lidodvd’

eat play life : คุยกับ ‘ทิ้ว Lidodvd’

29 ธ.ค. 2558

eat play life : คุยกับ ‘ทิ้ว Lidodvd’ : โดย...นันทขว้าง สิรสุนทร

 
      ปี 2015 อาจไม่ใช่ปีที่น่าจดจำของคนทำหนังไทย ที่เค้กส่วนแบ่งถูกแย่งไปจากหนังเทศ มากขึ้นอีกครั้ง แต่กับธุรกิจหนังแผ่น มีบางอย่างไปได้ดี บางสิ่งน่าสนใจ และบางมุม น่าติดตามว่าจะเป็นอย่างไร...
 
      เนชั่นทีวีกับคม ชัด ลึก ไปสัมภาษณ์ร้าน lidodvd มีบางคำถามจาก กิตติ พิพัฒน์ธาราสกุล และขอถอดเทปมาสำหรับการมองภาพจากลาปีที่ผ่านเลยไป
 
      1.ลองสะท้อนภาพปี 2015 ด้วยคำถามที่ว่า อะไรคือยอดขาย Top 5 ของ DVD ทั้งหมด และหนังเรื่องใดคือยอดขายเซอร์ไพรส์คนขาย อาจไม่อยู่ในยอดขาย 5 อันดับแรกก็ได้
 
      ในปี 2015 ยอดขายโดยทั่วไปยังอยู่ในทางขาลง เนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น แต่หนังดีรางวัลและหนังดีๆ ที่ควรสะสมยังขายได้อยู่ เนื่องจากหนังเก่าๆ ที่น่าสะสม และหนังรางวัลดีๆ หาดาวน์โหลดได้ยาก หรือถึงมีคนก็จะดูแล้วถ้าชอบก็จะซื้อหาเอาไว้ คนส่วนใหญ่ยังคงที่อยากจับต้องเป็นสมบัติที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมมากกว่าอยู่ในกล่องหรือในอากาศ
 
      ในส่วนของทางร้านยังคงยึดแนวทางหาหนังรางวัลหนังน่าสะสมเป็นหลักในการจำหน่ายยอดขายที่ผ่านเมื่อเทียบกับปีที่แล้วยังไม่แตกต่างกันนัก แต่ในปีนี้ก็ถือเป็นการสิ้นสลายของ FormatVCD จะเห็นได้ว่าไม่มีหนังที่ผลิตออกมาเป็น VCD อีกแล้ว แต่จะถูกแทนที่ด้วย DVD เสียงไทยแทน เพราะต้นทุนถูกกว่าภาพชัดกว่าส่วน 5 อันดับหนังที่ขายดี
 
      อันดับที่ 1 ในแง่รวมทั้งปีของที่ร้าน การ์ตูนของค่าย Ghibli ยังคงเป็นที่ต้องการของนักดูหนัง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหม่หรือเป็นแฟนรุ่นเก่ายังคงซื้อเก็บสะสมได้ตลอด แม้จะเป็นการ์ตูน แต่คนที่ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นหรือคนทำงานซื้อเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากทั้ง Set ของ Ghibli นี้มีถึง 21 เรื่องแล้วจนถึงปัจจุบัน ทำให้ยอดขายสูงอย่างต่อเนื่องไม่แพ้หนังเรื่องใดเหมือนกัน
 
      อันดับที่ 2 ในปีนี้คงต้องยกให้ซีรีส์พระพุทธเจ้า มีทั้งหมด 14 แผ่น/ ชุด ถามจากผู้ผลิตและเจ้าของสิทธิ์ ขายได้เป็นหลักแสนชุดถ้านับเป็นแผ่นก็มากกว่าล้านแผ่น น่าจะทำลายสถิติหนังขายดีในปีนี้ได้อย่างราบคาบ
 
      อันดับ 3 เดี่ยว 11 ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาในตอนแรกที่แผ่นสะดุด แต่ชื่อของอุดม แต้พานิช ก็ยังคงขายได้ แม้ยอดจะน้อยกว่าชุดที่ผ่านๆ มาก็ตาม
 
      อันดับ 4 ฟรีแลนซ/เมย์ไหน แกรมมี่ตัดสินใจออกวางตลาดพร้อมกัน ถึงจะเพิ่งวางขายในวันที่ 17 ธันวา แต่จากการแยกตัวของ GTH และการตั้งราคาหนังที่ค่อนข้างจะถูกคือ 179 บาท รวมถึงคุณภาพของหนังค่ายนี้ ทำให้คนซื้อตัดสินใจหยิบได้ง่าย เป็นผลให้ยอดขายแรงอย่างที่คาดไว้
 
      อันดับ 5 Begin Again เป็นหนังที่เพลงประกอบหนังดังและดังมาก่อนออกแผ่นด้วยซ้ำ ประกอบกับเนื้อหาดี จนฉุดให้หนังของผู้กำกับเรื่องนี้ที่ผ่านมาขายดีไปด้วย เช่น Once จนถึงปัจจุบันนี้ราคาจะลงมาแล้วตามระยะเวลา ก็ยังคงเป็นหนังที่ขายดีอย่างสม่ำเสมอ
 
      ส่วนหนังที่มียอดขายเซอร์ไพรส์ คือ ซีรีส์พระพุทธเจ้า เพราะปกติหนังซีรีส์โทรทัศน์มักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในด้านการทำแผ่นขาย แม้กระทั่งคนผลิตยังคาดไม่ถึงว่ายอดขายจะถล่มทลายขนาดนี้ ช่วงที่วางจำหน่ายแผ่นผลิตไม่ทันขายอยู่ช่วงใหญ่ๆ และยอดขายยังคงขายได้อยู่เรื่อยๆ เนื่องจากใกล้เทศกาลปีใหม่ ก็จะเป็นของขวัญยอดฮิตที่ถือไปให้ผู้ใหญ่ได้สบายๆ
 
      2.ช่วงใดบ้างของปีที่หนังแผ่นจะขายดี ลองยกตัวอย่างพร้อมอธิบาย
 
      โดยปกติในวันหยุดจะวันขายดีของเกือบธุรกิจ ธุรกิจขายแผ่นหนังก็เช่นกัน ช่วงโลว์ซีซั่นแน่ๆ คือหน้าฝน ส่วนช่วงไฮซีซั่นเป็นช่วงหน้าหนาว และช่วงหน้าหนาวที่ขายดีคือ เดือนธันวาคม ต่อเดือนมกราคม เนื่องจากเป็นหน้าหนาวและวันหยุดเยอะเป็นพิเศษ คนส่วนใหญ่พร้อมที่จะใช้เงินเพื่อซื้อสินค้าเพื่อตัวเองและเป็นของขวัญในเทศกาลทั้งหลายใน 2 เดือนนี้ รวมถึงก็จะถือโอกาสซื้อหนังไว้ดูในวันหยุดยาวๆ หลายวันอีกด้วย
 
      3.หนังอินดี้ไทยเติบโตในการฉายโรงแล้วธุรกิจ DVD ล่ะ มีอะไรเป็นมวยนอกกระแสหลัก ที่ค่อยๆ โตอย่างน่าสนใจ
 
      ใช่ครับช่วงหนังอินดี้ไทยได้รับความสนใจจากนักดูหนังจำนวนไม่น้อยเลย เพราะเมื่อหนังไทยนอกกระแสที่ทำขึ้นเริ่มทำรายได้และชื่อเสียงได้เพิ่มขึ้นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนสร้างหนังประเภทนี้มีกำลังใจทำหนังดีๆ แบบนี้ออกมาไม่ขาดช่วง ซึ่งทางร้านยังมีนโยบายอยากเป็นตัวกลางในการเป็นช่องทางจำหน่ายให้แก่เจ้าของผลงานของตัวเอง เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นจุดขายของหนังประเภทนี้เหมือน House RCA เพราะหนังไทยอินดี้โดยส่วนใหญ่ก็ฉายที่ลิโดอยู่แล้ว ลูกค้ากลุ่มนี้ก็แวะเวียนมาถามไถ่ถึงหนังนอกกระแสนี้ตลอด และที่สำคัญกลุ่มคนที่ดูหนังประเภทนี้ก็ถือเป็นลูกค้าเป้าหมายของที่ร้านอีกด้วย
 
      4.ราคาที่เหมาะสมของ DVD ไม่ถูกไป ไม่แพงเกินควรอยู่ที่เท่าไหร่ หากมองในสายตาคนขาย
 
      ผมขอมองในมุมของตัวเองครับ และผมขอแบ่งหนังออกเป็น 2 ประเภทคือ
 
      1.หนังออกใหม่ ราคาที่ขายง่ายน่าจะไม่เกิน 200 บาท คือ 199 บาท ลงมา ตัวอย่างเช่น ฟรีแลนซ์ / เมย์ไหน ผมถือว่าเป็นการตั้งราคาให้คนซื้อหยิบได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ถ้าไม่เกิน 300 บาท คือ 299 บาท ก็ยังง่ายต่อการซื้อถ้าเป็นหนังที่คนอยากดูจริงๆ เช่น Jurassic World, เดี่ยว 11 ส่วนถ้าตั้งเกิน 300 แล้วจะเริ่มขายยากแล้วครับ
 
      2.หนัง Reprice ไม่ควรเกิน 100 บาท แต่ราคาในหนังประเภทนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพหนังด้วย ไม่ใช่หนังถูกอย่าง 3 แผ่น 99 จะขายดีเสมอไป เพราะถูกลดทอนคุณภาพลง คนที่สะสมหนังจริงๆ มักจะดูคุณภาพมาก่อนราคาเสมอครับ
 
      ปล.ร้าน lidodvd หมายเลขโทรศัพท์คือ 09-5541-7156 และ id line คือ lidodvd