บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน : สุขไหม?

ขบคิดขีดเขียน : สุขไหม?

29 ธ.ค. 2558

ขบคิด ขีดเขียน : สุขไหม? : โดย...หญิงยศ / twitter : @YossieBistro

 
      กำลังจะหมดไปอีกหนึ่งปี ทำไมเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเช่นนี้ เหมือนตั้งจิตตั้งมั่น ตั้งอกตั้งใจว่าปีใหม่จะทำอะไร ยังไม่ทันได้หันซ้ายหันขวา หันมาอีกทีสิ้นปีซะแล้ว อะไรว๊าาา…
 
      ต้องยอมรับมันช่างเป็นปีแห่งลูกข่าง ขุ่นพระช่วย ชีวิตมันหมุนติ้วๆๆๆๆๆ ทั้งงาน ทั้งเรื่องราวโกลาหล ทั้งคน ทั้งเศรษฐกิจ เชื่อว่ามันไม่ได้เกิดแค่กับหญิงยศแน่ๆ แต่ได้ยินหลายๆ คนบ่นกันขรม ปีนี้นี่มันแซ่บสุดทรวงจริงๆ อย่างที่บอกว่าได้แค่หันซ้ายหันขวา วันๆ หัวหมุนไปกับธุระปะปัง จนเหลือเวลาให้มีสติอยู่กับเนื้อกับตัวน้อยเหลือเกิน หญิงยศรู้สึกจริงๆ ว่า วันๆ หนึ่งได้มีเวลาดึงสติกลับเข้าตัวก็เพียงแค่ห้าหรือสิบนาทีก่อนจะหลับตานอนเท่านั้น ได้แค่นั้นจริงๆ
 
      พอถึงปลายปีที่จังหวะการงานเริ่มจะคลายตัวนี่แหละค่ะ ที่ได้มีเวลากลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้กลับมานั่งทบทวนอย่างจริงๆ จังๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อว่างก็มีคลื่นคำถามซัดมาปะทะอย่างบ้าคลั่ง หนึ่งคำถามที่ดังเด่นชัดขึ้นมาก็คือ “นี่เราทำไปทั้งหมดนี้เพื่ออะไรกัน?”
 
      ปีที่กำลังจะผ่านไปคือปีที่ไม่ค่อยจะมีตรงกลาง หญิงยศมีเป้าหมายที่ทั้งตั้งขึ้นเองและมีคนช่วยตั้งให้ ทั้งหมดทั้งสิ้นล้วนเป็นเป้าหมายที่ต้องพุ่งใส่อย่างไร้เบรก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการฟิตซ้อมร่างกาย การทำงานที่ต้องรวบเอาความรับผิดชอบต่างๆมาไว้กับตัว บางเวลาที่นึกจะสวดมนต์ก็สวดเสียยาว บางเวลาจะออกกำลังกายก็เอาเป็นเอาตาย บางช่วงต้องคุมอาหารก็ไปไกลจนแทบจะไร้แรง บางวันไฟแรงก็นั่งทำงานทั้งวันทั้งคืนจนตาแทบแตก... อันนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่อาจจะไม่เหมือนกับคนอื่น แต่หญิงยศเชื่อว่าเราทุกคนคงต้องเคยผ่านเหตุการณ์ช่วงชีวิตติดล้อ แหกโค้งสุดโต่งกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นงานที่เอาเวลาของเราไปมากมาย จนเราแทบไม่เหลือเวลาให้กับคนรอบข้าง ความรักที่ม้วนสูบเอาความเป็นตัวของเราให้หายวับไป เหลือไว้แค่หมาน้อยตัวหนึ่งที่คอยรอแต่ความสนใจจากใครคนหนึ่งที่เขาไม่ได้รักเราเลยแม้แต่น้อย หรือแม้บางครั้งเราก็เฝ้าทำทุกอย่าง ดูแลคนรอบข้างอย่างไม่คิดชีวิต จนหลายครั้งพอหันกลับมาส่องกระจกแล้วเหมือนพบกับคนแปลกหน้า...
 
      เคยเกิดขึ้นบ้างไหมคะ? เคยส่องกระจกแล้วเหมือนเห็นเงาของคนที่เราแทบจะไม่รู้จักอีกแล้ว หลายครั้งชีวิตมันพาเราไปทำความรู้จักกับคนนู้น เห็นใจคนนี้ หลงรักคนนั้น จนเราหลงลืมไปว่าเราได้เคยหันมาหลงรักและทำความรู้จักกับตัวเราเองบ้างหรือเปล่า... ทุกครั้งที่กดโทรศัพท์ไปหา ไลน์ไปถามคนอื่นอยู่ที่ไหน เคยได้รู้ไหมว่า ตัวเราที่แท้จริงนั้นนั่นแหละ... อยู่ที่ไหน?
 
      ปีนี้หญิงยศใช้ชีวิตคล้ายๆแบบนั้น คือใช้ชีวิตวิ่งออกจากตัวเอง วิ่งไปหาแต่เป้าหมาย แต่ไม่ได้สนใจจุดหมายที่แท้จริงของชีวิต...
 
      เคยได้ถามตัวเองกันบ้างไหมคะว่าจุดหมายที่แท้จริงของชีวิตเรามันคืออะไรกัน
 
      ทุกๆ วันขึ้นปีใหม่ เราจะตั้งเป้าหมายกันว่า ปีนี้นะเราจะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง เราจะออกกำลังกาย เราจะมีซิกแพค เราจะเก็บเงิน เราจะไปเที่ยว เราจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนให้ได้ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้มันคือการมองไปข้างหน้า มองไปข้างนอก แต่เราไม่ได้มองเข้ามาข้างในเลยแม้แต่นิดเดียว... 
 
      เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเมื่อหญิงยศได้มีเวลาว่าง แล้วนั่งอยู่บนเครื่องบินเงียบๆ ไร้การติดต่อสื่อสารใดๆจากโลก มันมีคำถามเข้ามาในหัวประมาณว่า “ระหว่างเงินกับความสุข เราจะเลือกอะไร?” เชื่อว่าทุกคนก็ต้องคิดว่า เราก็ต้องความสุขดิวะ โง่ป่ะ? หญิงยศเองก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดค่ะว่าเราเลือกความสุข ในหัวเราเลือกเอาความสุข แต่การกระทำของเรานั้นเป็นไปในทางเดียวกันหรือไม่? หญิงยศเชื่อว่าตัวเองเลือกเอาความสุขเป็นที่ตั้งมาโดยตลอด แต่เกือบสิบสองเดือนที่ผ่านมา หาวันหยุดพักแทบจะไม่มี... มีใครเป็นแบบนี้บ้างหรือเปล่าคะ
 
      มีคนเคยพูดว่าสิบปีแรกในการทำงานคือช่วงเวลาที่ยากเย็นที่สุด ในขณะที่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่เคยทำงานถึงสิบปีเสียด้วยซ้ำ คนเหล่านี้บอกว่าพวกเขาจะทำงานอย่างบ้าคลั่งติดต่อกันเพียงแค่แปดปีเท่านั้น แล้วจะหยุดพักหนึ่งปีเต็มๆเพื่อชาร์จแบต เพื่อพัก เพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับสมอง และเมื่อเขากลับมาทำงานหลังจากพักไปหนึ่งปีเต็มๆนั้น ปีแรกจะเป็นปีที่เขาทำงานได้ดีที่สุด...
 
      จะมีสักกี่คนบนโลกนี้ที่ได้รับสิทธิพิเศษอันนั้น เราทั้งหลายทำงานติดต่อกันเป็นสิบๆปี ในบางวันพูดจริงๆว่าเหมือนมีคนเปิดกะโหลกแล้วเอาสมองออกมาบิดจนมันเหือดแห้งหายไปหมด จะหยุดก็กลัวโดนด่า จะไปเที่ยวก็เดี๋ยวคนอื่นหาว่าขี้เกียจ...
 
      บางทีมันอาจถึงเวลาที่เราต้องยอมขี้เกียจบ้าง แล้วออกเดินทางเพื่อสร้างพลังบวกให้กับตัวเราเองบ้างนะคะ เมื่อเราเดินออกจากที่เก่าๆ วงจรเดิมๆ เราจะอยู่ในระยะที่ไกลออกมา แล้วเราจะต้องปรับโฟกัสเสียใหม่ เพื่อให้เราได้มองอะไรๆในชีวิตให้ชัดขึ้น โฟกัสในชีวิตก็คือ “สติ” ของเรานี่แหละค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากเย็นเหลือเกินในปัจจุบัน บางครั้งเราอาจต้องเดินห่างออกมาสักหน่อยเพื่อออกมาเป็นผู้ชมชีวิตของตัวเองบ้าง อย่าเอาแต่เป็นผู้เล่นในสนามตลอดเวลา
 
      หญิงยศนั่งนิ่งๆ อยู่บนเครื่องบินกับคำถามข้อเดิม แล้วก็ได้แต่ขอโทษตัวเอง รู้สึกผิดเหลือเกินกับคนรอบๆข้างรอบๆตัว ที่ปีที่ผ่านมาช่างเป็นปีที่หญิงยศแทบจะไม่ได้ดูแลใครที่รักเราเลย ขอบคุณการเดินทางที่ทำให้เราได้ปรับโฟกัสใหม่แล้วย้ำกับตัวเองอีกครั้งว่า ขอเลือกความสุขมากกว่าการมีทุกอย่าง ขอเลือกคนมากกว่างาน...
 
      ถึงตาพวกคุณที่ต้องตอบคำถามนี้กับตัวเองแล้วนะคะว่าปีหน้าจะใช้ชีวิตเพื่ออะไรหรือเพื่อใคร ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าหมายไปอย่างไร้จุดหมายเหลือเกิน ขอให้ได้คำตอบกันทุกคน สวัสดีปีใหม่ค่ะ