บันเทิง

ท้าพิสูจน์บทบาทใหม่กับวันนี้ที่มาไกลของ‘เต้ย-พงศกร’

ท้าพิสูจน์บทบาทใหม่กับวันนี้ที่มาไกลของ‘เต้ย-พงศกร’

26 ธ.ค. 2558

ท้าพิสูจน์บทบาทใหม่กับวันนี้ที่มาไกลของ ‘เต้ย’ พงศกร : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... การะเกด อัศวเสนา ภาพ... ธัชดล ปัญญาพานิชกุล

 
          เป็นพระเอกหน้าคมเข้ม ขวัญใจแฟนๆ โดยเฉพาะละครแนวพีเรียดต้องนึกถึงเขา “เต้ย” พงศกร เมตตาริกานนท์ ที่มาในวันนี้เขามีบทบาททางการแสดงใหม่ๆ ที่ท้าทายฝีมือมากขึ้น โดยเฉพาะผลงานล่าสุดกับภาพยนตร์แห่งปีที่หลายคนรอคอย “พันท้ายนรสิงห์” บันเทิง “คม ชัด ลึก” ฉบับวันนี้พาไปรู้จักเขาคนนี้ให้มากขึ้น
 
 
00 ผลงานล่าสุด
@@ ภาพยนตร์ “พันท้ายนรสิงห์” บทบาทเป็นอย่างไร
          รับบทเป็น “สิน” เป็นคนมีความมุ่งมั่น มีความเป็นผู้นำสูง รักในสิ่งที่ถูกต้อง รักเดียวใจเดียวกับนวล (“มัดหมี่” พิมดาว พานิชสมัย) และรักกษัตริย์ที่ตัวเองนับถือ เป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ รักษาความถูกต้อง ก่อนถ่ายทำ ผมจุดธูปขอขมาท่านทุกครั้ง ก่อนที่จะเข้าฉากเลย และมีไปกราบที่ศาลพันท้ายด้วย เคยเรียนในวิชาภาษาไทย เกี่ยวกับเรื่องประวัติศาสตร์ตอนเด็กๆ ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสมาเล่นเป็นท่านเอง และตัวผมเองติดตามผลงานของท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) มาตลอด ตั้งแต่ภาพยนตร์สุริโยไท และพระนเรศวร พอได้มาร่วมงานกับท่าน ทำให้ผมได้ประสบการณ์เยอะแยะเลย ท่านมุ้ยเป็นคนที่ละเอียด เป็นผู้กำกับคนหนึ่งที่เข้าใจนักแสดง ผมเองเป็นนักแสดงใหม่ ท่านจะคอยขัดเกลา คอยสอน และท่านจะใจเย็น กินข้าวพร้อมกับนักแสดงตลอด จะคอยเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ทำให้เราซึมซับในตัวละคร พี่เบิร์ด (พ.ท.วันชนะ สวัสดี) อาเอก (สรพงศ์ ชาตรี) ก็ช่วยสอน และมีพี่อ้อย (จิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา) เป็นแอ็กติ้งโค้ช เรื่องนี้ผมต้องขอบคุณผู้พันเบิร์ด บังเอิญว่าเราเล่นฟิตเนสที่เดียวกัน ได้เจอพี่เบิร์ด ก็พาผมไปแคสติ้งเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าผมหน้าไทย โครงหน้าคล้ายๆ แนวพี่โป๊ป (ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) เลยได้ไปแคส แล้วก็ได้เล่นเลย
 
 
@@ การถ่ายทำยากขนาดไหน เพราะใช้เวลาถ่ายทำนานเป็นปี
          การถ่ายทำยากมาก ก่อนหน้านี้พายเรือไม่เป็นเลย ดูเหมือนง่าย แต่พอได้ลองพาย พายวนเป็นวงกลมเลย (หัวเราะ) ผมไปฝึกเรียนจริงจังเลย เพราะเราต้องสามารถคุมได้หมด และถ้าคุมไม่ตรง ในกองเขาจะเสียเวลาด้วย ส่วนฉากถ่ายทำ ที่คิดว่ายากที่สุด คงเป็นฉากสุดท้ายที่ทุกคนรอดู เป็นฉากโดนตัดหัว ท่านมุ้ย ท่านเข้าใจนักแสดง มีการถ่ายทำแบบเรียงมาเรื่อยๆ โดยที่ไม่ถ่ายข้ามฉากเลย อย่างเรื่องอื่นอาจถ่ายฉากแรก แล้วข้ามไปถ่ายฉากสุดท้ายเลย มันจะลำบากน้องนักแสดงใหม่ ซึ่งอารมณ์ของเราอาจจะไม่ได้ไปถึงจุดนั้น จนกระทั่งในซีนสุดท้าย ก็เป็นวันสุดท้ายที่กองได้ถ่ายทำ ทำให้นักแสดงอินในบทบาท ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมาเป็นยังไง ต้องรอไปชมพร้อมกันที่โรงภาพยนตร์ แน่นอนว่ามีหลั่งน้ำตา ซาบซึ้ง ฉากสุดท้ายนี้เราถ่ายทำกันตั้งแต่เช้าจนแสงหมด เป็นฉากที่ผมรู้สึกประทับใจมากที่สุด เพราะมันพีคที่สุดแล้ว ที่ต้องตัดสินใจว่าจะทำยังไง เสียสละยังไง อธิบายว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ เป็นเพราะอะไร เรื่องนี้ถ่ายทำนานเป็นปี กว่าจะได้แต่ละฉากต้องจัดแสงก่อน 3 ชั่วโมง การตัดต่อเรื่องนี้ ผมคิดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี
 
 
@@ เนื่องจากเรื่องนี้ถ่ายทำมานาน กังวลบ้างไหมว่าหน้าอาจจะเปลี่ยนไป
          มันต้องเปลี่ยนอยู่แล้วแน่นอน (หัวเราะ) ตอนนั้นอาจจะเด็กหน่อย เพราะตอนนั้นผมอายุแค่ 19 ตอนนี้ผมอายุ 23 จะ 24 แล้ว ถามว่าหวั่นไหมคนจะเอาภาพมาเปรียบเทียบ ไม่หวั่นหรอก มันเปลี่ยนอยู่แล้วไปตามอายุ
 
 
@@ จากตอนแรก ที่ถูกวางแพลนทำขึ้นเพื่อเป็นละคร พอปรับมาเป็นภาพยนตร์เรื่องราวจะยังเข้มข้นไหม
          ผมคิดว่าเรื่องจะเข้มข้นมาก แต่ตามจริงที่เป็นละคร จะมีตัวละครรายล้อมเยอะมาก พอถูกปรับเป็นหนังจะเหลือแค่ผม มัดหมี่ และผู้พันเบิร์ดที่เป็นตัวละครนำแค่ 3 ตัว ความสนุกสนานมีเต็มอิ่มแน่นอน จากละครที่มีหลายๆ ชั่วโมง ตัดออกมาเป็นหนังฉายแค่ไม่กี่ชั่วโมง ผมรอคอยเรื่องนี้นานมาก รอคอยที่จะดูทุกวัน ตั้งแต่ที่ได้ปิดกล้องละคร มีแฟนคลับที่ติดตามผม เขาก็รอชมเหมือนกัน ว่าเมื่อไหร่จะได้ชมผลงานเรื่องแรกของผม ถามว่าเสียดายมั้ยจากละคร กลายเป็นหนัง ผมไม่ได้คิดในส่วนนั้นเลย คิดแค่ว่า แค่มันได้ออกมาให้คนได้ดู ดีใจแล้ว เพราะมันเป็นผลงานเรื่องแรกของผมด้วย รอคอยอยากให้มันออกมา ดีกว่าเก็บไว้ เก็บไว้ก็ไม่มีใครได้ดู ฝากติดตามชมพันท้ายนรสิงห์ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของผม เป็นความตั้งใจอยากจะให้คนไทยได้ดู วันที่ 30 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์คิดว่าเป็นของขวัญปีใหม่ของผม มอบให้กับทุกคน
 
 
00 ละครเรื่องล่าสุด
@@ ละคร “กำไลมาศ” กับบทบาทที่ท้าทายเป็นอย่างไรบ้าง
          เรื่องนี้ยากอีกแบบ เพราะผมต้องเล่นเป็น 2 ตัวละครในเรื่องเดียว มีพาร์ทอดีต กับพาร์ทปัจจุบัน ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ในเรื่องต้องเป็นผู้ใหญ่มากกว่าพี่เจนี่ (เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์) พี่จุ๋ย (วรัทยา นิลคูหา) ต้องทำให้คนดูเชื่อให้ได้ นิยายเรื่องนี้เขาโด่งดังมาก ทางบรอดคาซท์เลยหยิบมาทำเป็นเวอร์ชั่นละคร ตัวผมเองทำเต็มที่ ตั้งใจมากและยากมาก พูดถึงตัวละครปัจจุบันมันก็ท้าทายดี สำหรับบทบาทใหม่ของผม แต่พาร์ทอดีตมันท้าทายในอีกรูปแบบหนึ่ง และช่วงโดนของด้วย เราต้องแยกไปอีกว่า ตอนโดนของจะเป็นยังไง เพราะตัวผมเองก็ไม่เคยโดนของ
 
 
@@ บทบาทสำคัญที่มาพร้อมกับความคาดหวัง กดดันไหม
          ช่วงแรกยอมรับว่ากดดัน เราคิดไปเองว่า เขาเป็นนักแสดงรุ่นพี่ที่เก่งมากๆ พอพยายามไม่คิด มันก็ยิ่งคิด แต่ตอนหลังเริ่มสนิทสนมกัน เลยไม่เกร็ง พี่ๆ เขาเก่งกันนะ แต่ชอบแกล้ง ในกองผมโดนแกล้งอยู่คนเดียว (หัวเราะ) พี่ๆ ทุกคนมีพลังกันเยอะมาก ทั้งพี่เจนี่ พี่จุ๋ย พี่หญิง (รฐา โพธิ์งาม) ผู้หญิงแซบทุกคนในเรื่องนี้
 
 
@@ ด้วยความเป็นละครที่เกี่ยวกับเรื่องอาถรรพณ์ ได้เจออะไรแปลกๆ บ้างไหม
          มันมีหลายฉากที่น่ากลัว คิดว่าทุกคนเมื่อได้ดูละครแล้ว กลับไปนอนบนเตียง คงจะมีหลอนๆ กัน มันมีเรื่องราวที่อิงจากเรื่องจริงบ้าง เพราะว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 เวลาที่ให้ของผู้หญิง นิยมให้เป็นกำไล ผู้หญิงจะมีการแก่งแย่งชิงดีกัน เพื่อต้องการความรัก แต่ในส่วนของผมไม่ได้เจออะไรแปลกๆ นะ คนอื่นอาจจะเจอ แต่ผมจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร ไม่ค่อยฟังเท่าไหร่ เพราะกลัว และไม่ได้อยากจะเจอด้วย (หัวเราะ) ก่อนจะถ่ายทำผมต้องไหว้ก่อนเสมอ เรื่องนี้น่าจะออนแอร์ช่วงมกราคม
 
 
@@ ละคร “คิวปิดส์” มีกระแสตั้งแต่ยังไม่ฟิตติ้ง เพราะเป็นการมาของ “เชียร์” ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ เป็นอย่างไรบ้าง
          ฟิตติ้งแล้ว ใกล้จะเปิดกล้องแล้ว คู่กับพี่เชียร์ (ฑิฆัมพร ฤทธิ์ทาอภินันท์) ได้เจอกันแล้ว ก็โอเค แต่ยังไม่ได้มีโอกาสได้คุยอะไรกันมาก พี่เขาเป็นคนร่าเริงสไตล์ลุยๆ เฮฮา คล้ายกับพี่จุ๋ย กับกระแสที่เข้ามา เราก็ให้กำลังใจกัน เขากดดันในแบบของเขา ผมก็กดดันในแบบของผม ต้องทำให้ดี เป็นโจทย์ที่เป็นคอมเมดี้ โรแมนติก ถ้าเกิดเล่นไปแล้วมันไม่ตลก มันก็แป้ก ของผมกับพี่เชียร์ชื่อตอนว่า “ซ่อนรักกามเทพ” ต้องบอกว่าตั้งแต่เล่นละครมา ผมเล่นกับนางเอกไม่ซ้ำคนเลย (ยิ้ม) ถือว่าโชคดี ได้ลองของใหม่เรื่อยๆ (หัวเราะ) และต่อจากนี้ผมมีอีก 2 เรื่องที่รอเปิดกล้องอยู่ ปีหน้าได้ถ่ายทำกัน 3 เรื่องเลย
 
 
00 ชีวิตในวงการบันเทิง
@@ ถือว่าเป็นนักแสดงที่ไม่มีข่าวเสียหายเลย มีวิธีการวางตัวอย่างไร
          ผมใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีอะไรอยู่แล้ว ไม่ต้องระมัดระวังตัวอะไร แค่เป็นตัวเราเวลาอยู่บ้าน แต่เวลาออกมานอกบ้านเป็นคนสาธารณะแล้ว เราต้องวางตัวให้ดี ผมเป็นคนที่เรื่อยๆ ยังไงก็ได้ เป็นคนจริงจังและตั้งใจ บางทีอาจจะมีความตั้งใจที่เยอะจนเกินไป บางครั้งอาจทำให้ดูเครียดไปบ้าง ซึ่งผมจะถือคติที่ว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” เมื่อได้รับโอกาสอะไรมาแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด การอยู่ในวงการเราต้องพัฒนาฝีมือของเราไปเรื่อยๆ ถ้าหยุดพัฒนาแล้ว มันจะย่ำอยู่กับที่ไม่ได้พัฒนา เราต้องคอยพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ที่สำคัญเราต้องแข่งกับตัวเอง ไม่ต้องไปแข่งกับคนอื่นหรอก ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ไม่ต้องไปสนใจว่าใครจะทำอะไร เพราะแต่ละอย่าง มันเป็นจังหวะและโอกาสของแต่ละคน ที่มันจะสามารถขึ้นมา และลงไปได้ ผมขออยู่ไปเรื่อยๆ เนิบๆ ช้าๆ แต่ชัวร์
 
 
@@ ความภาคภูมิใจในวันนี้
          ผมภูมิใจนะ ที่ได้มาถึงตรงจุดนี้ได้ ซึ่งมันก็ถือว่าเร็วนะ คุณพ่อ คุณแม่ก็ภูมิใจ วงการให้อะไรกับผมมากมาย ให้ความเป็นระเบียบวินัย ความเป็นผู้ใหญ่ ความตั้งใจในการทำงาน การวางแผนในชีวิต ว่าเราต้องทำอะไรต่อไป ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากมาย ในชีวิตคนเราอาจจะเป็นได้แค่อาชีพเดียว แต่ว่าในวงการ เราสามารถเป็นได้หลายอาชีพ เป็นได้หลายคน เป็นได้หลายบุคลิก ทำให้ได้รู้ถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น ตั้งแต่อยู่ในวงการผมสามารถเก็บตังค์ได้เยอะ แต่ถ้าคนที่ใช้เงินไม่เป็น พอได้เงินมา อาจจะเอาไปซื้อของหมด และผมก็ได้ซื้อบ้าน ผมคิดว่าเราควรจะซื้อสิ่งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ไว้ มันมีค่าในภายภาคหน้า จะไม่ซื้ออะไรที่ฟุ่มเฟือย
 
 
00 ตัวตนของเต้ย
@@ คนภายนอกมองเต้ยว่า ดูเป็นคนขรึมๆ งานอดิเรกที่ชอบมีอะไรบ้าง อยากทำอะไรนอกเหนือจากนักแสดง
          มีตีกอล์ฟ ฟิตเนส ออกกำลังกาย ดูภาพยนตร์ ดูซีรีส์เกาหลี (ยิ้ม) วาดรูป ชอบหาอะไรทำที่มันผ่อนคลายกับตัวเรา ผมอยากทำงานเบื้องหลัง อยากเป็นเหมือนพี่อ๊อฟ (พงพัฒน์ วชิรบรรจง) อะไรแบบนี้ เพราะเรียนด้านนี้มา และมีคิดอยากทำธุรกิจด้วย
 
 
@@ เรื่องหัวใจ ไม่ค่อยมีข่าวกับสาวๆ จริงๆ มีคนคุยๆ อยู่ไหม
          มีคนคุยๆ บ้าง แต่ผมคิดว่า ผมยังไม่พร้อมที่จะมีใครจริงๆ ตอนนี้ผมต้องคว้าโอกาสที่ผู้ใหญ่มอบให้เอาไว้ก่อน มีแฟนมีตอนไหนก็ได้ คุณแม่ผมจะคอยสอนให้เราตั้งใจทำงานไปก่อน แม่บอกว่า 30 เมื่อไหร่ค่อยแต่งงาน ตอนนี้เพิ่ง 23 มีเวลาอีกเยอะ สเปกขอเป็นผู้หญิงไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน เริ่มเยอะไหม (หัวเราะ) ชอบสาวยิ้มหวาน น่ารักๆ แต่ที่ผ่านมาผมมักจะมีแต่ผู้หญิงอายุมากกว่าทั้งนั้นเลย เป็นดวงนารีอุปถัมภ์ บวกดวงนารีพิฆาต (หัวเราะ) ล้อเล่น อาจจะเป็นเพราะว่า ผมไม่ค่อยมีเวลาเทคแคร์ใครเท่าไหร่ ไม่ค่อยชอบคนที่มีความคิดเด็กกว่า
 
.......................................
 
เขาชื่อ : พงศกร เมตตาริกานนท์
ชื่อเล่น เต้ย
เกิด : 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
การศึกษา : ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาโฆษณา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ผลงานที่ผ่านมา : สุภาพบุรุษจุฑาเทพ, บางระจัน, ผีห่าอโยธยา ฯลฯ
ผลงานล่าสุด : ภาพยนตร์พันท้ายนรสิงห์ 
 
.......................................
(หมายเหตุ ท้าพิสูจน์บทบาทใหม่กับวันนี้ที่มาไกลของ ‘เต้ย’ พงศกร : บันเทิงวันเสาร์  เรื่อง...  การะเกด อัศวเสนา  ภาพ...  ธัชดล ปัญญาพานิชกุล)