
'เทียมแท้ก็พ่อเรา'
24 ธ.ค. 2558
'เทียมแท้ก็พ่อเรา' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
มีการพบกันที่น่าหวาดกลัวบางรูปแบบที่ทุกคนกลัว ไม่ว่าจะเป็นการพบกับพ่อตาแม่ยายหรือพ่อแม่สามี พบกับเจ้านาย การนัดบอด แต่บางที การพบกันที่น่าปั่นป่วนใจที่สุดอาจจะเป็นการทำความรู้จักกับอดีตของคู่ชีวิตของคุณ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขาเป็นพ่อของลูกเลี้ยงที่คุณพยายามจะเอาชนะใจให้ได้ สถานการณ์นี้ถูกกระพือให้กลายเป็นเรื่องสุดโต่งใน “Daddy’s Home” เมื่อแบรด พ่อเลี้ยงผู้มุ่งมั่นจะทำให้เด็กๆ ชื่นชอบให้ได้ ได้พบกับพ่อแท้ๆ ของลูกๆ เขาเป็นครั้งแรก และพบว่าเขาดันเป็นพ่อที่เจ๋งที่สุดในโลก ผู้ดูเหมือนจะสามารถปราบคู่ต่อสู้ได้ทุกราย แก้ไขปัญหาทุกอย่างในบ้านได้ และทำให้ทุกคนหลงเสน่ห์ รวมถึงครอบครัวที่แบรดพยายามจะรักษาไว้ยิ่งชีพ
ผู้กำกับและมือเขียนบทร่วม ฌอน แอนเดอร์ส (“We’re The Millers,” “Horrible Bosses 2”) พูดถึงเรื่องราวนี้ว่า “Daddy’s Home" เป็นเรื่องของพ่อเลี้ยงผู้น่ารัก ผู้ต้องการจะเป็นพ่อที่ดีให้ลูกเลี้ยงของเขา ในตอนที่พ่อแท้ๆ ของพวกเขากลับเข้ามาในชีวิตพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง ชายคนนี้ก็เป็นฝันร้ายที่สุดของพ่อทุกคน แบรด ตัวละครของวิล เฟอร์เรล เป็นคนดี ส่วน ดัสตี้ ตัวละครของมาร์ค วอห์ลเบิร์ก ก็เป็นตัวแสบที่เท่ เนี้ยบและหล่อเลิศ เขาเจ๋งถึงขนาดที่ทำให้แบรดออกอาการไม่มั่นใจในทันที ในขณะเดียวกัน ดัสตี้ ที่รู้สึกได้ถึงความวิตกกังวลของเขา ก็ใช้มันให้เป็นประโยชน์ แต่ทั้งคู่ก็ต้องการในสิ่งเดียวกัน นั่นคือการเอาชนะใจครอบครัวของพวกเขา
เช่นเดียวกับไอเดียที่ตลกที่สุดมากมาย ไอเดียเบื้องหลัง “Daddy’s Home” เริ่มต้นขึ้นจากสถานการณ์สุดเลวร้ายในชีวิตจริง นั่นคือการผจญภัยในฐานะพ่อเลี้ยงและการพบกันครั้งแรกของผู้อำนวยการสร้างและมือเขียนบทไบรอัน เบิร์นส์กับอดีตสามีผู้มีเสน่ห์จนไม่น่าไว้วางใจของภรรยาเขา คอนเซ็ปต์ของการที่พ่อเลี้ยงคนธรรมดาผู้รักลูกทำสงครามสู้สุดตัวกับสุดยอดคุณพ่อเพื่อเอาชนะใจครอบครัวโดนใจแอนเดอร์สและจอห์น มอร์ริส คู่หูการเขียนบทของเขามาก
แต่โปรเจกท์นี้เริ่มต้นขึ้นจริงๆ ด้วยความตื่นเต้นในตอนที่ทีมผู้สร้างเริ่มจินตนาการถึงสุดยอดคู่คนละขั้วสำหรับสองคุณพ่อคู่ปรับในภาพยนตร์เรื่องนี้
เมื่อแกรี ซานเชซ โปรดักชันส์ ที่บริหารงานโดยวิล เฟอร์เรลและอดัม แม็คเคย์ เข้าร่วมงานนี้ด้วย รูปการณ์ก็ชัดเจนขึ้นว่าเฟอร์เรลจะรับบทหนึ่งในบทที่ตลกอย่างมีเสน่ห์น่าสนใจนี้ แต่ใครจะเป็นคู่ปรับของเขากันล่ะ ความคิดของพวกเขาโลดแล่นด้วยความเป็นไปได้มากมาย และก็เกิดคำตอบที่ทำให้ทุกคนยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น เขาก็คือมาร์ค วอห์ลเบิร์ก นักแสดงผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงสองรางวัลออสการ์ ผู้เป็นที่รู้จักดีที่สุดจากบทตัวละครเข้มข้นผู้พูดจาแข็งกร้าวในดรามาฟอร์มยักษ์ เฟอร์เรลและวอห์ลเบิร์กเคยร่วมงานกันมาก่อนแล้วในบทของคู่หูตำรวจนิวยอร์กใน “The Other Guys” แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำตรงกันข้าม ด้วยการนำพวกเขามาประจันหน้ากันเป็นครั้งแรก ตัวต่อตัว โดยมีความน่ารักเฟอะฟะของเฟอร์เรลมาสู้กับเสน่ห์และพลกำลังของวอห์ลเบิร์ก
เฟอร์เรลเล่าว่า “ในตอนเริ่มต้น เราพูดคุยกันหลายครั้งว่าผมจะเล่นเป็นดัสตี้หรือแบรดด้วยรึเปล่า แต่สิ่งต่างๆ เริ่มมีชีวิตชีวาในตอนที่ชื่อของมาร์คถูกพูดขึ้นมา และเราก็รู้ทันทีว่าเขาคือดัสตี้ มาร์คเป็นคนประเภทที่ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องดูหรือทำตัวเจ๋ง เพราะเขาเกิดมาเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ในขณะที่พวกเราคนอื่นๆ ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการพยายามทำในสิ่งที่เป็นธรรมชาติสำหรับเขา มาร์คนำคุณสมบัติทั้งหมดนั้นมาสู่ดัสตี้ เขาเป็นคนที่มีแจ็คกเก็ตหนังสีซีด ตัวสวยอยู่ในตู้เสื้อผ้าอยู่แล้ว มันไม่ใช่ของที่เขาซื้อมาจากบานานา รีพับลิคเพื่อพยายามจะทำตัวเจ๋ง และทุกเช้ามาร์คก็ออกกำลังกายสองชั่วโมงอยู่แล้วในขณะที่ผมยังนอนฝันหวานอยู่เลย”
.......................................
(หมายเหตุ 'เทียมแท้ก็พ่อเรา' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



