
ทีวีสีรุ้ง:'เลือกแล้ว'
23 ธ.ค. 2558
'เลือกแล้ว' :คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์
จำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่งระหว่างนั่งดูละคร เกิดไม่อยากขยับตัวไปหยิบกระทั่งรีโมท ผลเลยได้เห็นคุณผู้หญิงคนนึงช่างดูน่ารักชวนมอง ที่ว่าชวนมองก็เพราะบุคลิกที่ดูมาดมั่น ผ่านท่าทางบวกกับหน้าตาของเธอ และที่สำคัญทรงผมของเธอนั้น เรียกได้ว่าไม่แน่จริง ไม่มั่นใจ คงทำไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้หญิงถ้าหากไม่ใช่แม่ชี (เพราะเป็นทรงบังคับ) ค่ะ เธอคนนั้นดูโดดเด่นด้วยทรงผมที่เธอเลือกแล้วที่จะเปรี้ยว เฉี่ยว สะดุดตากับการไม่มีผม
บางคนอาจจะงงนะคะ การไม่มีผมเป็นทรงได้ยังไง ถ้าเราไม่มัวไปยิดติดกับคำว่า ไม่มี มันก็คือการมีในอีกแบบแค่นั้นเอง สำหรับตัวเองผู้ที่มีโอกาสไม่มีผมบนหัวเนื่องจากเลือกที่จะโกนทิ้ง เพราะต้องการไปใช้ชีวิตเป็นแม่ชี ลองเป็น "ผู้ไม่มี” ดูกับเขาบ้าง เพราะจะว่าไปแล้วการไม่มีเพียงสิ่งน้อยๆ ตรงนี้ อาจนำมาซึ่งการมีในอีกหลายสิ่งข้างหน้า
เธอคนนั้นทำให้คนที่ไม่ค่อยสนใจจะ google อย่างตัวเองนั้นถึงขั้นต้องตามไปถามอากู๋ว่า เธอที่หน้าตาแบบนี้ใช้ชื่อนี้ในโฆษณานั้นเป็นคนเดียวกันหรือไม่ (เพราะมีโฆษณาจำนวนไม่น้อยที่ต้องสมมุติตัวเจ้าของเรื่อง แต่ใช้หน้าคนอื่นซึ่งเป็นนักแสดงแทน) สรุปตามจนได้คำตอบว่า เธอใช่ค่ะ เธอแสดงเอง กับเรื่องจริงของเธอ ที่ต้องเผชิญกับเหตุไม่คาดคิดแบบไม่ทันได้ตั้งตัวในวัย 30 ต้นๆ ที่กำลังเพลิดเพลินกับชีวิต แต่แล้วก็มาตรวจพบว่าเธอเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง บางคนอาจจะบอกว่าธรรมดา ใครๆ ก็ป่วยได้ ก็จริงค่ะ ใครๆ ก็ป่วย แต่มันไม่ใช่หวัดที่เป็นแป๊บแป๊บแล้วหาย ที่สำคัญอัตราส่วนมันไม่ใช่ 1:1 ว่าทุกคนต้องมีสิทธิ์เป็นเหมือนๆ กัน แล้วที่น่าสนใจคนเรามักจะคิดว่าถ้ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีโอกาสเป็นได้ประมาณ 4 ใน 100,000 คน (ตามสถิติ) เราคงจะเป็น 99,996 คนที่เหลือ จะมีสักกี่คนที่จะคิดว่าเราอาจจะเป็น 4 คนนั้น แล้วเตรียมใจเพื่อที่จะรับมือกับมัน สำหรับตัวเองคิดว่าคงมี แต่คงเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก
สำหรับ คุณจี๋ จิตรลดา ก็เช่นกันค่ะ เธอก็ไม่ได้เตรียมใจเหมือนกัน แต่สิ่งที่ส่งผลทำให้เธอมาโดดเด่น เฉิดฉาย เดินสวยๆ อยู่ในโฆษณาให้เราเห็นได้ นั้นก็เพราะเธอเลือกค่ะ เธอเลือกจะเข้าใจ ยอมรับ ปรับและเปลี่ยนชีวิตของเธอซะใหม่ เธอเลือกที่จะเป็นตัวร้าย ร้ายให้ได้ยิ่งกว่ามะเร็งที่คนว่าร้าย เธอเลือกกระทั่งทรงผม บางคนอาจบอกว่าทรงนี้เธอไม่ได้เลือกสักหน่อย ในมุมของตัวเองเธอเลือกค่ะ เธอเลือกที่จะรักษาชีวิตด้วยการสละเพียงแค่ผม เพราะผมนั้นเป็นสิ่งสำคัญของคนที่รักสวยรักงาม โดยเฉพาะผู้หญิงแทบทั้งนั้น เพราะเธอเลือกที่จะรับการรักษาด้วยคีโม 8 ครั้ง และฉายแสงอีก 23 ครั้ง ซึ่งผลข้างเคียงของการรักษามีมากมาย รวมถึงผมที่ร่วงหมดทั้งศีรษะ
การเลือกที่จะเสีย หรือยอมที่จะเสีย มันอาจจะทำให้ทุกข์อยู่บ้าง แต่ถ้าเรามองด้วยความเข้าใจแล้วยอมรับมัน เราจะเห็นว่าหลายครั้งการเสียมักเป็นการได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสียแรงขุดดินเพื่อให้ได้พืชผล เสียแรงท่องหนังสือเพื่อทำข้อสอบ บางทีอาจต้องเสียอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตด้วยซ้ำไป อย่างคุณจี๋ เธอเลือกที่จะเสียการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ หันมาใช้ชีวิตแบบใหม่ซึ่งมันทำให้เธอได้รับสิ่งใหม่ๆ มันคือการฟื้นกลับคืนของสุขภาพ และที่สำคัญเธอกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกตั้งไม่รู้เท่าไรที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้ได้ สำหรับตัวเองมองว่าเธอยอมเสียตัวตนคนเก่า เป็นเธอคนเดิมที่มีใจใหม่ เป็นตัวอย่างของการไม่มีแต่มีได้ดีเลยทีเดียว
ส่วนตัวคิดว่าคนเราแต่ละคนจะมีสัญญาณ (ระฆัง) มาเตือนว่า "หมดยก” อยู่เสมอ เสมือนโอกาสให้เราได้แก้เกม แก้ไขตัวเอง เพื่อจะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนเมื่อได้ยินเสียงระฆังนั้น จะวางแผนอย่างไร คนบางคนปรับจนสุดท้ายเป็นผู้ชนะ เดินจากไปอย่างสวยงาม แต่ก็มีบางคนที่ไม่สนใจจะปรับกระบวนการ หรือมีมากมายที่ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเตือน จนสุดท้ายต้องตายเพราะแพ้น็อก ... กลายเป็นเสียงระฆังสุดท้ายที่ได้ยิน
........................................
(หมายเหตุ 'เลือกแล้ว' :ทคอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)



