
หมอวางแผนให้ลูกไมเคิลทนดูพ่อถูกปั๊มหัวใจ
แม้เงื่อนงำการตายของ ไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อปยังคงเป็นปริศนา แต่รายละเอียดช่วงเวลาก่อนเสียชีวิตของนักร้องดังก็ได้รับการเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ ล่าสุด ครอบครัวของ ไมเคิล ออกมาเผยว่า ดร.คอนราร์ด เมอร์เรย์ หมอประจำตัวของ ไมเคิล ที่เป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรกใน
ครอบครัวแจ็กสันกล่าวหา ดร.เมอร์เรย์ ว่าวางแผนทำให้ พรินซ์ เห็นความพยายามอันไร้ผลในการกู้ชีวิตพ่อ เพราะต้องการพยานรู้เห็นความพยายามของตัวเองในการช่วยชีวิต ไมเคิล ที่ทางโรงพยาบาลยูซีแอลเอเชื่อว่า เสียชีวิตมาแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลไปส่งยังห้องฉุกเฉิน
ขณะเดียวกัน ดร.สตีเว่น เฮิฟฟลิน ศัลยแพทย์มือหนึ่งด้านศัลยกรรมความงามที่เคยทำศัลยกรรมให้ ไมเคิล อ้างว่า คนที่อยู่ในคฤหาสน์เห็น ดร.เมอร์เรย์ ให้ยาโพรโพฟอล ยาสลบชนิดแรงให้ ไมเคิล ด้วยการหยดเข้าเส้นเลือดดำเหมือนกับการให้น้ำเกลือทุกคืน ซึ่ง ดร.เฮิฟฟลิน คิดว่า ดร.เมอร์เรย์ ต้องเผลอหลับไปในคืนที่ ไมเคิล เสียชีวิต โดยที่เข็มยังเสียบคาแขนของนักร้องดังอยู่ และ ดร.เมอร์เรย์ ยังรู้ด้วยว่า ไมเคิลเสียชีวิตไปแล้ว จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ยอมเอาตัวไมเคิลลงจากเตียงไปอยู่บนพื้นราบที่แข็งกว่าเพื่อกู้ชีพให้
และในขณะที่แฟนๆ ทั่วโลกยังคงทำใจกับการจากไปกะทันหันของ ไมเคิล ดาราดังอย่าง รูเพิร์ต เอเวอเร็ตต์ กลับมองว่า ไมเคิล โชคดีที่ตายแบบนั้น
"เขาจะต้องเล่นคอนเสิร์ต 50 รอบที่ลอนดอน และไม่ว่าจะออกมาดีหรือไม่ดี เขาคงไม่สามารถทำได้หมด และสื่อก็จะทำลายเขาอีก" รูเพิร์ต กล่าวก่อนจะบอกว่า คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กคือ "ฆาตกรตัวจริง" ที่ฆ่า ไมเคิล และถือเป็นบทเรียนให้แก่คนดังยุคนี้
"ชีวิตและการตายของ ไมเคิล เป็นบทเรียนที่ดี ผมคิดว่าเราจะได้เห็นจุดจบของคนดังอย่างที่เราเห็นๆ กัน วงการบันเทิงไม่ใช่พวกซื่อสัตย์นักหรอก" รูเพิร์ต กล่าวทิ้งท้าย



