
มาร์ค รัฟฟาโลกับบทแห่งความภูมิใจในSpotlight
20 ธ.ค. 2558
บันเทิงต่างประเทศ : มาร์ค รัฟฟาโล กับบทแห่งความภูมิใจ ใน Spotlight
“มาร์ค รัฟฟาโล” นับว่าเป็นนักแสดง ที่มีความสามารถเก่งกาจหาตัวจับยากคนหนึ่งในฮอลลีวู้ดทุกวันนี้ เป็นทั้งนักแสดงละครเวที และภาพยนตร์ ผ่านการทำงานกับผู้กำกับมากฝีมือหลายคน บทบาทที่โด่งดังของรัฟฟาโล่ คือ การเล่นเป็น เดวิด ชูลท์ซ นักมวยปล้ำโชคร้ายผู้ตกเป็นเหยื่อของมหาเศรษฐีป่วยทางจิตใน Foxcatcher บทนี้ทำให้เขาได้เข้าชิงรางวัลจากทั้งเวทีลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์ ล่าสุดเขามารับบท “ไมค์ เรเซนเดส” นักข่าวดาวรุ่งของทีมข่าว Spotlight ที่รัฟฟาโล่ ต้องร่วมกับทีมนักข่าวสปอตไลท์ทั้ง 4 คน สืบหาความจริงของคดีความที่เพิ่งเกิดขึ้นเรื่องราวของบาทหลวงท้องถิ่นที่โดนกล่าวหาว่าได้ทำการล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์ประจำโบสถ์ ที่ลุกลามจนสร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งศาสนจักร
@ ความรู้สึกแรกหลังจากคุณได้อ่านบท Spotlight
ผมอ่านจบก็รู้สึกได้ทันทีว่า หนังเรื่องนี้ ต้องกลายเป็นหนังเรื่องสำคัญ ในฐานะนักแสดง มันมีหนังบางประเภทที่เราทำเพื่อปากท้อง และก็มีหนังแบบ Spotlight นี่แหละ เป็นหนังที่เรารับเล่นเพื่อความภาคภูมิใจในตัวเอง เด็กๆ ที่น่าสงสารมีอยู่มากมายรายรอบตัวเราในสังคม พวกเขาบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ จากการกระทำของสถาบันที่ควรจะทำหน้าที่ปกป้องพวกเขา
@ คุณเล่นเป็น ไมค์ เรเซนเดส ตอนคุณเจอเขา เป็นอย่างไรบ้าง
ผมจำได้ว่าโทรหาเขา และเขาโทรกลับหาผม ผมกำลังเดินไปถนนหมาย 5 และมีโบสถ์อยู่ 5 - 10 หลัง ผมนั่งที่นั้นและนั่งคุย(โทรศัพท์)ในลานเล็กๆของพวกเขา ผมถามเกี่ยวกับอดีต และความสัมพันธ์เกี่ยวกับโบสถ์คาทอลิก ผมสนใจเรื่องเหล่านี้มาก นั่นคือสองเดือนก่อนที่ผมจะพบเขา
@ คุณศึกษา ไมค์ เรเซนเดส อย่างไร
วันแรกที่ผมเจอไมค์ เขาไว้เชิงพอสมควร ผมไม่แปลกใจหรอก เขาคงคิดว่า ไอ้ดาราคนนี้มันจะมาไม้ไหนของมัน หลังจากนั้นเราก็ไปที่อพาร์ทเม้นท์ของเขา ทานข้าวเย็นด้วยกันเสร็จ ก็ออกไปเดินคุยกันข้างนอก เราคุยกันนานมากๆ คุยจนผมเริ่มเข้าใจว่า เขาผ่านอะไรมา และเขารับมือกับเรื่องต่างๆ ด้วยวิธีการใด แล้วผมก็ไปที่สำนักงานของบอสตัน โกล้บ ใช้เวลาดูไมค์ทำงาน 5 วันเต็มๆ ก่อนที่จะเริ่มซ้อมบท ตอนที่เราเริ่มถ่ายทำ ไมค์แวะมาที่กองถ่ายแป๊บเดียวเท่านั้น การที่เขามายืนอยู่หลังกล้อง ทำเอาผมหัวหดเลย ผมกลัวว่าจะเล่นได้ไม่เหมือนตัวจริง
@ เคมีระหว่างทีมนักแสดงในเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง
การทำงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาเป็นนักแสดงชั้นยอดทั้งนั้นเลย ทั้งไมเคิล คีตัน ราเชล แม็คอดัมส์ และทุกคนทั้งหมด จอห์น สแลทเทอรี่ ด้วย มีแต่นักแสดงระดับมาตรฐานสูงส่งทั้งนั้น และพวกเขาทำให้กระชุ่มกระชวยและสนับสนุนกัน เรียกได้ว่าเป็นทีมนักแสดงที่สุดยอดมากครับ
@ คุณมีอะไรเหมือนกับไมค์ เรเซนเดสบ้าง
ไมค์กับผมเราก็ต่างเป็นพวกนอกคอก โลกของเราสองคนเหมือนกันตรงที่ เราไม่เคยได้โอกาสทำงาน ในสิ่งที่เราอยากจะทำ เรากลายเป็นขบถเหมือนๆกัน และเราก็โตมากับครอบครัวคาทอลิก ไมค์กับผมเลิกไปโบสถ์ด้วยเหตุผลแบบเดียวกัน ก็คือ ทนรับความมือถือสากปากถือศีลไม่ไหว
@ อะไรเป็นความซับซ้อนของหนังเรื่องนี้
มันเป็นเรื่องยากที่มีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนมาก และบอกเล่าได้ตั้งหลายแบบ ความพิถีพิถัน ข้อเท็จจริง ทั้งหมดเล่าไปพร้อมกัน เพื่อรักษาความซื่อสัตย์ ความสมบูรณ์ของตัวละคร ที่พวกเรารักและจับมันไว้ให้อยู่หมัด ในเรื่องนี้ จอช (คนเขียนบท) และทอม (ผู้กำกับ) ทำสำเร็จแล้วครับ
@ ทำไมนักข่าวในเรื่องนี้ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นฮีโร่
เพราะทุกๆ คนเหล่านี้ กล้าทำให้เรื่องนี้ ดำเนินต่อไปเพื่อความยุติธรรม ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นฮีโร่ เหยื่อเป็นฮีโร่ มาร์ตี้ บารอน เป็นฮีโร่ ซาช่า ไฟเฟอร์ แม็ตต์ คาร์โรลล์ และไมค์ เรเซนเดสเป็นฮีโร่ ครอบครัวผู้เสียหายเป็นฮีโร่ ทุกคนทั้งหมดเป็น เมื่อคุณเปิดเรื่องราวนี้มันมีค่าใช้จ่าย มันเสี่ยง มันน่ากลัว เพราะว่ามันมีบางสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงโลกไปเลยครับ
@ อยากให้ทางศาสนจักรออกมาเคลื่อนไหวต่อเรื่องราวครั้งนี้บ้างมั้ย
จะดีมากเลย ถ้าเห็นโป๊บทำอะไรบ้างมากกว่าวางท่า ตอนที่พวกเราอยู่ที่เวนิซ (งานฉาย Spotlight) ผมพูดว่า “เราจะเชิญโป๊บและวาติกันมาดูหนัง เพื่อเริ่มรักษาบาดแผลของคนเหล่านี้กัน ซึ่งไม่เพียงแต่ผู้ตกเป็นเหยื่อ แต่รวมถึงความศรัทธาของผู้คน ในทุกคนที่สูญเสียความศรัทธาเพราะเรื่องนี้เช่นกัน” สำหรับเหยื่อ พวกเขา(บาทหลวง) ทำลายชีวิตของพวกเขา แล้วโบสถ์ทำอะไรตอนนี้บ้าง ? ผมหมายถึงว่าพวกเขาทำอะไรที่เป็นธรรมแล้วบ้าง ?
@ เรื่องนี้จะกระทบใจผู้ชมอย่างไร
เรื่องนี้จะเข้าไปในชีวิตของผู้คน ไม่ใช่แค่เลยผ่านไป และผมคิดไปถึงวันข้างหน้า ว่าคนจะคิดอย่างไรต่อความยุติธรรมนี้ คนแคร์มั้ย หรือไม่แคร์ แต่พวกเขาจะไม่ละเลยไปซะทีเดียวและหนังจะช่วยให้คุณรู้ว่าเราควรจะหวังต่อไปได้มั้ย
หนังเข้าฉาย 14 ม.ค.2559



