บันเทิง

วู้ดดี้...เกิดมาเพื่อ'แอ็กติ้ง'!?'

วู้ดดี้...เกิดมาเพื่อ'แอ็กติ้ง'!?'

16 ธ.ค. 2558

วู้ดดี้...เกิดมาเพื่อ “แอ็กติ้ง”!? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

 
          ขอออกตัวก่อนว่า ความตั้งใจแรกที่อยากพูดคุยกับ “วู้ดดี้” วุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง คือเรื่องการบวชของเขา
 
          ซึ่งในรายการ “Open Eyes by มาดามนัน” ในวันอังคารที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้สัมภาษณ์เขาในประเด็นดังกล่าวค่อนข้างชัดเจน และรู้สึกอิ่มใจ  
 
          ความรู้สึกผู้ร่วมสนทนาทั้งทึ่ง ทั้งแปลกใจที่ประสบการณ์ในผ้าเหลือง และสิ่งที่วู้ดดี้ได้รับ ในห้วงเวลาแค่หนึ่งเดือนครึ่ง ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป!
เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น...
 
          ทั้งการมองชีวิตที่ผ่านมา อนาคตที่ยังไปไม่ถึง และการอยู่กับปัจจุบันขณะ
 
          ดูเขาเข้าใจชีวิต และรับฟัง “เสียง” คนอื่นมากขึ้น    
 
          "ก่อนบวชผมเป็นคนใจร้อน คิดเยอะ คิดเร็ว โกรธง่ายหากใครพูดไม่เข้าหู ไม่ฟังใครทั้งนั้น คือตัวเป็นใหญ่ เช่นในที่ประชุมบริษัท เรียกพนักงานมาคุยกัน เมื่อลูกน้องพูดผมไม่เคยฟังเลย ไม่สนใจ เพราะตัวเองตั้งเป้า มีคำตอบในใจอยู่แล้ว สุดท้ายฟันธงตามตัวเองคิดมา... 
 
          ตอนนี้เปลี่ยนไป รู้จักฟังมากขึ้น รู้สึกว่าเขามีไอเดียดีๆ มากมาย เพราะเมื่อก่อนไม่เคยฟัง ไม่เคยใส่ใจ คนเราต้องฟังกันและกันให้มากขึ้น" 
 
          ความคิดเขาเปลี่ยนไป แม้กระทั่งการทำหน้าที่ “พิธีกร” ที่เขารัก 
 
          "ผมมาสังเกตตัวเอง ว่าได้แบบการพูดการคุยมาจากทั้งพ่อและแม่ แต่ความโอเวอร์ มาจากตัวเองล้วนๆ!
 
          เพราะเราอยากเป็นพิธีกร ไปเสนอรายการ ผู้ใหญ่บอก ไม่มีจุดขาย จืด แต่ตัวเองถนัดที่จะถามจากใจ แต่ถามตรง ถามแรง นี่เราสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นจุดขาย เป็นคาแรกเตอร์เรา จนเราหลอกตัวเองว่านั่นคือสิ่งที่เป็นเรา และคนก็คงชอบ เราคิดอย่างนั้น แต่มันเป็นแอ็กติ้งล้วนๆ เลย"
 
          พิธีกร ฝีปากกล้า ยอมรับว่า มาดูตัวเองย้อนหลังแล้ว ไม่อยากกลับไปทำอย่างนั้นอีก เขาอยากเป็นพิธีกรที่ดูผ่อนคลาย เป็นตัวของตัวเอง ไม่กระเหี้ยนกระหือรือเอาเป็นเอาตายกับแขกแบบให้ตายไปข้างหนึ่งอย่างที่เคยทำมา 
 
          นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่อยากเปลี่ยน แต่มีอีกเรื่องที่เขาต้องทำให้ได้ และอยากให้คนอื่นทำด้วย นั่นคือการดูแลและให้เวลากับพ่อแม่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  
“ผมได้ค้นพบมาปีกว่าแล้วว่า ชีวิตเรามีแค่พ่อแม่ แม้ว่าเราจะมีคนอื่นๆ อยู่รอบกาย ทั้งแฟน เพื่อน แต่ยังไงวินาทีสุดท้ายก่อนเราหมดลมคือพ่อแม่จริงๆ เพราะมันคือตัวเรา เราคือผลผลิตของท่าน อยากให้ทุกคนคิดว่ามันไม่มีอะไรจะทำเราเสียใจหากพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว แล้วมาเสียดายที่ไม่ได้ดูแลท่าน ทุกวันคือวันพ่อและวันแม่ ทุกนาที คือนาทีของพ่อและแม่ ส่วนใหญ่นึกถึงแต่วันกูเท่านั้น”
 
          วู้ดดี้ พูดต่อว่าเขาสัมภาษณ์คนมาทุกระดับ แต่เกือบทุกคนก็มานั่งเสียใจที่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่ จนท่านจากไป ซึ่งไม่มีใครอยากยื้อเวลาได้ และไม่มีใครที่ไม่เสียใจ 
นี่แค่บางส่วนของการสัมภาษณ์ “คนบันเทิง” ที่บอกเล่าเมื่ออยู่ในสมณเพศ เขาได้ศึกษา ได้เรียนรู้ “ด้านใน” อย่างไร และบอกต่อ แบ่งปัน ด้วยคำพูด ด้วยการกระทำผ่านบทบาทหน้าที่ในชีวิตปัจจุบันอย่างกลมกลืน  
 
          เราได้สัมผัสถึงความนิ่ง และสงบขึ้นของเขา ผ่านการพูดคุย และรายการที่เขาดำเนินรายการ
 
          ความเปลี่ยนไป มีผลต่อการดำเนินชีวิตแน่นอน ในรายการ “Open Eyes by มาดามนัน” จึงต่อยกยอดต่ออีกสัปดาห์ เพื่อให้ครบถ้วนกระบวนความในสิ่งที่อยากรู้ และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้ชมแน่นอน
 
          แล้วพบกับ “วู้ดดี้” ผู้เกิดมาคุย ที่จะมาในฐานะผู้ถูกสัมภาษณ์ ในเรื่องราวการต่อสู้ ที่กว่าจะมาสร้างอาณาจักร “วู้ดดี้เวิลด์” เจ้าของผู้ผลิตรายการร้อยล้านในวันนี้... 
 
          และอนาคตข้างหน้าของเขาว่า จะนั่งตรงไหน ระหว่างคำว่า “พอแล้ว” กับคำว่า “ต้องโต”!  
 
          ท้าทายจริงๆ...พลาดไม่ได้ พี่น้องชาวไทย    
 
.......................................
(หมายเหตุ 'วู้ดดี้...เกิดมาเพื่อ “แอ็กติ้ง”!?' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)