บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'ความฝันและความหวัง'

เล่นหูเล่นตา:'ความฝันและความหวัง'

30 พ.ย. 2558

'ความฝันและความหวัง' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ฉันนอนหลับไปพร้อมกับความฝันและความหวังของคน 4 คน...ปาร์ค หนอยแน่ อันฉี และนุ๊ก กว่ารอบน็อกเอาท์จะออกอากาศทางช่อง 3 การถ่ายทำและคัดเลือกตัวแทนรอบนี้ก็ได้เสร็จสิ้นไปตั้งแต่วันที่ 16-17 กันยายน (ถ่ายทำ 2 วัน) ซึ่งก็คาดเดาความน่าจะเป็นว่าใครจะกระแสแรงสุดๆ ได้ตั้งแต่จบการถ่ายทำจริงไปแล้ว การเลือกในรอบนี้จึงไม่อิงกระแสใดๆ ซึ่งถือเป็นการป้องกันแรงผลักดันหรือแรงกระตุ้นจากภายนอกได้เป็นอย่างดีตามกติกาของระบบงานที่ต้นฉบับ (เนเธอร์แลนด์) ได้คิดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ยอดวิวเท่าที่ผ่านมา 3 ซีซั่น ไม่เคยเป็นตัวกำหนด “แชมป์” ได้อย่างแท้จริง ไม่อาจมีใครสะสมยอดวิวหรือใช้กระแสแรงๆ พุ่งไต่อันดับขึ้นมาทำแชมป์ได้สักปี ทำให้มองเห็นว่า “ยอดวิว” ไม่ส่งผลต่อ “ยอดโหวต” ต้องรอวัดกันที่ “ยอดโหวต” ตามเวลาจริงในรอบ ถ่ายทอดสด (Live) ที่เกิดขึ้น หากว่ากันตามสถิติที่ผ่านมา 3 ปี บางคนอาจคิดว่าปีนี้อาจจะเปลี่ยนไป

          ซึ่งก็อาจจะเป็นได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนคนโหวต (ไม่ใช่คนดูเฉยๆ) แต่ละรอบเหมือนกระดานหมากรุกหมดรอบก็ขึ้นกระดานใหม่ เล่นใหม่ นับหนึ่งกันใหม่...ความพลิกผันมันเกิดขึ้นตรงที่ผู้เข้าแข่งขันทำตามโจทย์ที่ได้รับดีแค่ไหนในแต่ละรอบ เมื่อไหร่ที่ร้องออกมาไม่ดีในเวลาแข่ง (ซึ่งส่วนใหญ่ตอนซ้อมจะดี เพราะถ้าไม่ดีจะไม่มีทางให้ออกมา) ก็ไม่ต้องห่วงเพราะคนดูจะด่าโค้ชเองว่า “เลือกเพลงไม่เหมาะ ไม่เข้าปาก เสียของ!!”

          แต่ถ้าร้องดี ความดีความชอบก็จะตกแก่เด็กคนนั้นไปเต็มๆ อือ...เหมือนเด็กเรียนเก่ง ก็บอกว่าเด็กมันเก่งเอง พอเด็กสอบตกก็บอกว่าครูสอนไม่ดี ทั้งที่ครูเขาก็สอนเต็มที่เหมือนกันหมด จะเลือกคนไหนเข้ารอบ ถ้าไม่ถูกใจก็จะมีการครหาว่า “เลือกมาจากบ้าน” ถ้าคำว่า “จากบ้าน” แปลว่า “ประสบการณ์ที่สะสมมา + วิสัยทัศน์” ที่ทำให้มองเห็นหนทางข้างหน้าอันยาวไกลและความแม่นยำในการคาดเดาหาความน่าจะเป็นของ “แชมป์” จากคนในทีม “ถ้าใช่!” ก็ตามนั้นแหละ แต่ถ้าแปลมันไปในทางตื้นๆ แคบๆ ก็อาจกลายเป็นว่า “ใครมาเข้าฝัน” หรือ “แค่ชอบแบบนั้น” ที่สุดแล้วลางเนื้อชอบลางยา ” (ถูกใจแบบไหนก็เลือกไปแบบนั้น) “ถูกผิด” ยังมาทีหลังคำว่า “ถูกจริต” มาถึงตรงนี้แล้ว เราไม่ได้แข่งกันแค่ “เสียง” เมื่อไหร่ที่เราต้องใช้สีหน้าท่าทางมาอย่างละครึ่งกับเสียง เราจะไม่ได้เลือกแค่ร้องดีร้องเก่ง (แม้จะเป็นการประกวดร้องเพลงก็ตามเพราะร้องดีได้พิสูจน์ผ่านมาแล้วในรอบบลายด์ออดิชั่น) ร้องดีร้องเก่ง เป็นได้แค่ “นักร้อง”


          แต่ร้องดีแล้วต้องหน่วยก้านดี มีเสน่ห์ เปล่งรัศมีการเป็น ซัมบอดี้ (somebody) ถึงจะแตะคำว่า “ศิลปิน” ซึ่งมีความหมายว่า เสียงจริง ตัวจริง (คือมาทั้งเสียงและตัว ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง)...การแกว่งตัวและความพลิกผันของ “ตัวเต็ง” ในแต่ละรอบ คือ รสแซบของรายการ! อะไรที่คาดเดาไม่ได้มันช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจชวนให้ติดตาม ปีนี้ช่างเป็นปีที่แกว่งไกวและสะบัดไปมาจนหัวใจจะวาย ตอนที่คุณผู้อ่านอ่านอยู่คงรู้ผลคนสุดท้ายของทีมโค้ชก้องและโค้ชสิงโตกันไปแล้ว ฉันเองก็ลุ้นจนตรีนหงิก เวลาที่เขียนอยู่ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะได้ ลุ้นระทึกจนหัวใจจะหลุดออกมาทางทวารหนักแล้ว ใครได้ก็เหมาะสมแล้วเพราะประชาชนเลือกเอง คำว่า “มหาชน” แปลว่า “คนส่วนใหญ่” เอาที่คนส่วนใหญ่สบายใจ ที่เหลือจะกลุ้มใจก็ต้องหัดปล่อยวางกันบ้างนะ ส่วนทีมโค้ชคิ้มและโค้ชโจอี้ต้องรอดูในวันที่ 6 ธันวาคม ที่จะถึงอีกอาทิตย์เดียว เราก็จะรู้ว่า 4 คนสุดท้ายคือใคร เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน อีก 2 อาทิตย์รายการนี้ก็จะจบลง บรรดาคนชอบวิพากษ์วิจารณ์คงเหงาปากเหงามือน่าดู...แล้วฉันก็คงคิดถึงโค้ชตัวผู้ทั้ง 3 ตัว กับทีมงานทุกๆ ทีม ที่ร่วมแรงร่วมใจทำงานหนักมาเพื่อความสุขของคนดู...แต่ตอนนี้ลูกทีม 4 คนของฉันกำลังฝึกซ้อมเพื่อแข่งขันนัดชี้ชะตาของตัวเอง...จาก 14 คน เหลือ 4 คน เริ่มต้นซีซั่นนี้ฉันได้สัญญากับตัวเองว่าฉันจะไม่เอาใจเข้าไปเกี่ยวข้องหรือผูกพันกับผู้เข้าแข่งขัน จะมีช่องว่างหรือระยะห่างที่ทำให้ฉันไม่กังวลใจ เล่นมันไปตามเกมเหมือนมันเป็นแค่เกมไม่ใช่ชีวิตคน!
 
          “ปีนี้พี่จะไม่ให้เด็กในทีมขึ้นรถสักคน จะไม่ขับรถไปส่งคนที่บ้านอยู่ไกลๆ จะไม่หาที่อยู่ให้พวกที่มาจากต่างจังหวัด จะไม่พาเด็กๆ ไปกินข้าวพูดคุยกัน...จะไม่รักและผูกพันมันเหมือนลูกหลาน...”
 
          ในที่สุดฉันก็ทำได้ครบ แต่เป็นไปในทางตรงข้าม ห้ามอะไรไว้ฉันก็ทำตามที่ห้ามไว้นั่นแหละ ฉันว่าเด็กทั้ง 14 คนในทีมฉัน ไม่ต้องสงสัยในความสามารถที่แข็งแรงของพวกเขา แต่ภายใต้ความมุ่งมั่นและความสามารถนั้น มีความหวังและความฝันอันเปราะบาง แตกสลายง่ายซ่อนอยู่ข้างใน จาก 14 ความหวังและความฝัน เหลือแค่ 4 แต่ก็ยังคงเปราะบาง ต้องการการดูแลเอาใจใส่ และต้องการกำลังใจอย่างมากมาย ฉันให้เขาได้แค่ผลักดันพลังเสียงและอารมณ์ ส่วนพลังใจนั้นคงต้องขอความเมตตาจากผู้ชม (ผู้โหวต) ผู้ซึ่งเป็นคนชี้ชะตาและเป็นส่วนหนึ่งของช่วงที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตพวกเขา นานๆ ทีเราจะเป็นคนที่สำคัญที่สุดของใครสักทีก็ตอนโหวตนี่แหละค่าคุณ วันข้างหน้าเวลาที่คุณเห็นคนที่คุณโหวตให้ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ คุณจะแอบยิ้มคนเดียวแล้วบอกกับตัวเองเบาๆ ว่า “ในความสำเร็จนั้น มีฉันอยู่ข้างใน”
 
          แม้ใครจะไม่รู้ก็เถอะ เรารู้เราก็เป็นสุขใจ...ที่ได้ให้...ให้โอกาสคนได้เติบโต ต่อสู้ และเลี้ยงดูพ่อแม่ บุญใหญ่พอๆ กับสร้างส้วมให้วัดเลยนะคะคุณ!...แม้เวลานี้คุณจะยังไม่รู้ว่า พวกเขาจะโชว์เพลงอะไร แต่งตัวแบบไหน ทำได้ดีแค่ไหน และใครคือคนสุดท้ายของทีม แต่ก็ขอกราบขอบพระคุณในความกรุณาและเมตตาจิตอันสูงของคนที่ตั้งใจโหวตไว้ล่วงหน้า ขอให้ลืมทุกรอบที่ผ่านมา เปิดหู เปิดตา เปิดใจ แล้วคุณจะได้พบกับคนที่ใช่ คนที่จะเสียเงิน 6 บาท ให้มันอย่างไม่เสียดาย คนที่คุณจะเดินไปหาเวลาเจอตัวแล้วบอกเขาว่า “ฉันโหวตให้เธอนะ” อย่างเต็มปากเต็มคำ แววตาแห่งความสำนึกต่อ 6 บาทนั้นจะส่องประกายวิบวับฟรุ้งฟริ้งเป็นจริงอยู่ตรงหน้า ความสุขของคนเราก็มีแค่นี้แหละ...สุขที่ได้ให้...ให้แก่ 4 คนในทีมโค้ชคิ้มปีนี้ ปาร์ค หนอยแน่ อันฉี และนุ๊ก นะคะคุณ...
 
.......................................
(หมายเหตุ  'ความฝันและความหวัง' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)