
เสียงเรียกพ่อขาๆช่วยกระตุ้นปอดีขึ้น
เสียงเรียกพ่อขาๆจากน้องมะลิช่วยกระตุ้นปอดีขึ้น อาน้ำอ้อยเผยหมอยังห่วงติดเชื้อ ญาญ่าพร้อมแม่เข้าเยี่ยม
ความหวังที่จะได้เห็น “ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์” พระเอกขวัญใจแฟนละครชาวไทย หายจากอาการป่วย หลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน กำลังใกล้เป็นความจริงขึ้นมาแล้ว เมื่อเจ้าตัวเริ่มสื่อสารให้คนในครอบครัวดีอกดีใจด้วยการขยับมือและกระพริบตาได้บ้าง ล่าสุดเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน นายศรมนตรา พิชัยศรแผลงหรือ “อาน้ำอ้อย” ผู้จัดการส่วนตัวของพระเอกคนดัง ได้เปิดเผยถึงอาการของนายทฤษฎีอีกครั้งว่า หมอได้บอกกับตนว่าโดยรวมแล้วต้องเฝ้าระวังเรื่องติดเชื้อ ซึ่งมีนิดหน่อย มีส่องกล้องลงไปดู อื่นๆ ยังปกติ ขาขวาก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เลือดยังเลี้ยงได้ ไม่ต้องกลัว มีวิธีทุกอย่างที่คอยประคับประคอง
ตอนนี้ปอหน้าตาดูดีเหมือนคนนอนหลับ ส่วนภรรยา จะเข้าไปบ่อย เพราะภรรยากับลูกสำคัญ คนไข้อยากเจอลูก อยากเจอภรรยา ส่วนเรื่องแผลกดทับมีนิดเดียว ไม่เป็นปัญหา ถ้านอนสักปีหนึ่งอาจจะมีปัญหา แต่ถ้า 6-7 เดือนขึ้นไปมันอาจจะมีขึ้นมาบ้าง แต่ว่า ณ ตอนนี้ไม่ได้เป็นข้อกังวล เรื่องกายภาพบำบัดตอนนี้ยังต้องรอให้ร่างกายเขาฟื้นเต็มที่ก่อน เพราะการเริ่มต้นต้องมีการขยับ สื่อสารกันโดยที่พูดแล้วรับฟัง แล้วขยับมือ ขยับนิ้ว ก็ต้องเป็นในลักษณะนี้ก่อน ซึ่งก็ทำให้ พ่อกับแม่ มีรอยยิ้มและรู้สึกโล่ง
"เราอยากยิ้มได้มากกว่านี้ แต่ข้อกังวลก็อย่างที่คุณหมอบอกว่ากลัวติดเชื้อ แต่ก็เฝ้าระวังตลอด มีแพทย์ประกบ 24 ชม. จะดูทุกนาที ทุกชั่วโมงว่ามีอะไรแปลกๆ เข้ามาก็จะโฟกัสตรงนั้นเลย ซึ่งตอนนี้ก็ถือว่าบางส่วนดีขึ้นมาก ขอให้ดีขึ้นเรื่อยๆ การใช้ยาต่างๆ ลดลง สายต่างๆ เอาออกไปเยอะแล้ว มีไม่ค่อยมากแล้ว รอการฟื้นของเขานี่แหละ ฉะนั้นมีสิ่งเดียวคือลูกไปเต้น (ยิ้ม) พ่อขาๆ ของเขานี่แหละ พ่อก็ได้ยินนะ คิ้ว หน้าผาก หลับตาลืมตา เหมือนอยากจะคุย อยากลุกขึ้นมากอด อยากขึ้นมาจับ มือจะขยับนิดหนึ่ง มีการตอบสนอง แต่แขนเขายังมีสายอยู่ แต่เขาขยับมือได้ เราก็ถามว่ารับรู้ไหมลูก ถ้ารับรู้ส่งสัญญาณสิ เขาก็ขยับมือ คุณหมอก็บอกว่าเป็นการตอบสนอง เป็นการรู้สึกในการรับรู้นั่นแหละ ในเชิงแพทย์ก็จะมีคำอธิบายของเขา แต่ส่วนของพวกเราการที่เราไปเยี่ยมไข้ตอนที่เขายังหลับๆ ตื่นๆ อยู่เนี่ย โสตประสาทส่วนหนึ่งจะได้ยิน หูจะได้ยิน ก็ได้แค่นั้น แต่ตอนนี้ยังหลับอยู่ ยังต้องให้พัก ต้องให้ร่างกายเขาแข็งแรงก่อน ต้องดีขึ้นดรื่อยๆ คาดว่าคงระยะเฝ้าระวังอีกสัก 3-4 วันก็คงจะขยับได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้สมองเขาก็รับรู้นะ ไม่มีอะไรผิดปกติอย่างอื่น”ผู้จัดการปอกล่าว
นายศรมนตรา ยังเล่าด้วยว่า น้องมะลิ คงจะถามพ่อเหมือนกันว่าทำไมนอนตลอด แต่พ่อตอบอะไรไม่ได้ พอพ่อลืมตา เขาก็ร้อง วู้ (ยิ้ม) ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ฟังจากโบว์พูด พออุ้มเข้าไปใกล้ๆ มะลิจะเรียกพ่อจ๋า พ่อขา แล้วพ่อก็จะลืมตา กระพริบตา แล้วก็ทำจมูกบาน มือก็จะขยับ คือรับรู้เลยว่ารับรู้ทุกอย่างเขาดูดีขึ้นเยอะ ผิดไปจากตอนขามาตอนนี้เริ่มมีผิวหน้าเหมือนคนปกติ ไม่ดำคล้ำ แลดูราบเรียบ ปราศจากเมคอัพ เลยดูใสๆ
“เราจะบอกเขาทุกวันว่าลูกรออยู่นะ ลูกก็จะส่งเสียงตลอด พ่อขาๆ ตลอด เขาก็จะรับรู้ โบว์ก็จะพูดอะไรหลายอย่างให้กำลังใจ ให้สู้ไปด้วยกัน จะพูดในแนวนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องสู้ไปด้วยกัน ส่งให้เขาได้แข็งแรง บอกเขาว่ามีคนหลายคนนะ เกือบทั้งประเทศเลยนะที่ส่งกำลังใจและความเป็นห่วงมา และเซ็นชื่อ ตอนนี้มีบัตรอวยพรด้วย เราก็บอกเขาว่าตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นที่โรงพยาบาล เขาก็รับรู้มือขยับ เหมือนเขาอยากจะลุกขึ้นมาเรารู้เลยว่าถ้าปอเขาตื่นขึ้นมาอยากเจอภรรยากับลูกก่อน แต่โบว์ก็ต้องแข็งแรงด้วย เขาก็ต้องพักผ่อน ตื่นมาก็พุ่งเข้าไปหาปอตลอด เราก็คอยสลับเวลา ดูแลกันไป แต่ก็ถามเขาแล้วว่าจะออกมาให้สัมภาษณ์ไหม เขาบอกยังก่อนขอให้พี่ปอแม่นยำกว่านี้หน่อย เขาอยากออกมาพร้อมปอ”นายศรมนตรากล่าวพร้อมยิ้ม
ขณะที่เพื่อนดาราอย่างเช่น ‘ญาญ่า’อุรัสยา เสปอร์บันด์ พร้อมแม่ เดินทางมาเยี่ยมอาการป่วยของนายทฤษฎีไม่ขาดสาย



