บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'เยี่ยมญาติ (4)'

เล่นหูเล่นตา:'เยี่ยมญาติ (4)'

23 พ.ย. 2558

'เยี่ยมญาติ (4)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          การเยี่ยมเยียนผู้หลักผู้ใหญ่ที่รักและเคารพนับถือคือ “บุญ” อย่างหนึ่งที่พึงกระทำก่อนที่เราจะเข้าวัดทำบุญถวายสังฆทานเสียอีก ... ว่าด้วยเรื่องทำบุญทำกุศลคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก ความจริงแล้วง่ายกว่าที่คิด แค่ไม่โกรธ ไม่เกลีียด รู้จักให้อภัยก็ได้บุญแล้ว ยังไม่เสียตังค์สักบาท เช่นเดียวกันการเป็นโกรธเป็นแค้นตำหนิติเตียนด่าว่าคนอื่น วุ่นวายเรื่องชาวบ้านติฉินนินทา นั่นแหละ “บาปรายวัน”

          ซึ่งทำกันในโลกโซเชียลอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เกาะกลุ่มกันจนไม่รู้สึกว่ามันเป็นบาป เพราะใครๆ เขาก็ทำกัน เฮ้อ! คนดีก็คบแต่คนดี คนชั่วก็คบแต่คนชั่ว เลือกเอาเองละกันนะคะคุณ ... ฉันซึ่งดูเหมือนจะชอบฟังเรื่องชาวบ้าน แต่ฉันไม่ชอบยุ่งหรือออกความคิดเห็น เพราะมันเป็นเรื่องของคนอื่น ลำพังเรื่องของฉันเองก็ยังเอาตัวไม่ค่อยจะรอด เวลาว่างฉันจึงมักอยู่กับผู้คนที่ฉันรักและรู้จักกันเป็นอย่างดี วิธีที่ดีที่สุดคือไปเจอกันตัวเป็นๆ ได้กอด ได้หอมแก้ม ได้สัมผัสและพูดคุยกันอย่างสบายใจ มันคือวิธีการสะสมพลังงานความสุขอย่างหนึ่ง

          ถ้าเปรียบตัวเราเป็นโทรศัพท์มือถือพลังงานในแบตเตอรี่ที่มีอยู่คือ พลังจากการรู้จักรักและเห็นคุณค่าของตัวเอง ส่วนเพาเวอร์แบงก์ หรือแบตสำรองคือพลังงานของความรักที่ได้จากผู้คนที่เรารักเสมือนญาติสนิท ฉันจึงไม่เคยรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว หรือขาดความรัก ชีวิตช่างเพอร์เฟกต์ จะขาดจริงๆ ก็แค่ “ผู้ชาย” ... แต่ไม่เรียกว่า “ขาด” เพราะไม่ได้ “อยากได้” ขนาดนั้นมั้ยคะคุณ! คิดถึงความสุขที่แท้จริงในระยะยาวแล้ว “ผู้ชาย” จึงไม่ใช่คำตอบของฉัน ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทำให้ชีวิตค้นพบคำว่า “ความสงบสุข” อย่างยั่งยืน ด้วยเกรงว่ามันจะมาเปลี่ยนใจหรือหนีเราไปตอนแก่! ที่แย่กว่านั้นก็คือตอนตังค์หมด! ต้องมาเห่าหอนเพลง “ก็เคยสัญญา” ว่า ... “เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน ช่างกระไร ใจหนอใจคน เคยเคียงคู่ ลองคิดดู ... จะรู้บ้างไหม?” ... เสียอะไรก็เสียไป แต่อย่ามา “เสียฟอร์มหมาแก่!”
 
          มาเยี่ยมคุณแม่ดาวเรือง พี่อ้อย พี่หม่วย อ้ายมด ที่เชียงใหม่แค่ 2 ครั้งในชีวิต ... ครั้งแล้ว ... ครั้งเล่า ... จะกี่ครั้งก็สนุกและมีความสุขกลับมามีแรงทำงานทุกครั้ง ได้อิ่มใจและอิ่มท้องในเวลาเดียวกัน ... ทำบุญอิ่มใจ หาของกินอร่อยๆ ให้อิ่มท้อง แวะร้านใหม่ที่อีนุชนาฎมันหาในเน็ต “เขาว่าร้านนี้อร่อยนะคะคุณพี่ แต่ถ้าไม่อร่อยก็อย่ามาว่าน้องนะ น้องไม่ได้ว่าอร่อย แต่เขาว่าอร่อย ...” อีนุชเปิดตัวแต่ละร้านที่มันสนใจและกันตัวเองออกไปจากความเสียหายอันจะเกิดจากการด่าของฉันแบบนี้ทุกครั้ง ... “กรูอยากรู้จริงๆ นะอีนุช “เขา” ที่มรึงว่าเนี่ย ใครกันวะ?” ฉันคาดคั้นมัน “ก็คนในเน็ตอ่ะคุณพี่” เรื่องโยนขี้กับโยนหินถามทางอีนุชมันถนัด ทำยังไงก็ได้ก็ขอให้ฉันยอมไปกับมัน สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำทุกทีค่าคุณตำรวจ! พวกเราก็เลยต้องกลับมากินร้านประจำล้างปากล้างท้องให้หายรมณ์เสีย
 
          แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอถ้าเราหาข้อดีเจอ ข้อดีก็คือเราไม่กลัวที่จะเจอสิ่งใหม่ๆ (ต่อให้ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่) เราได้เปิดหูเปิดตามองการแข่งขันในตลาดอาหารและเครื่องดื่มพร้อมกับนิสัยในการบริโภคของคนไทยที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้เน้นกันที่บรรยากาศ เอาไว้ถ่ายรูป อัพเฟซบุ๊ก หรืออวดเพื่อนในไลน์มากกว่าจะเน้นรสชาติของอาหารอย่างจริงจัง เอาภาพลักษณ์มาก่อนความจริงงี้! สุดท้ายฉันก็ต้องกลับมาตายรัง กินน้ำพริกถ้วยเก่า กินร้านที่คุ้นเคย มากี่ทีก็ต้องแวะมากิน เพราะรสชาติคุ้นเคยและอร่อยแบบคงเส้นคงวา ... ร้านประจำของฉันก็คือ “ร้านเจี่ยท้งเฮง” ที่ขายกับข้าวราคาสบายใจสบายกระเป๋า เหมือนกลับไปกินข้าวบ้านแม่ มันเป็นกับข้าว ต้ม ผัด ทอด ของคนแต้จิ๋ว กินกับข้าวสวยใส่ชามกาไก่ขนาดถ้วยข้าวต้มคีบกับข้าวเข้าปากแล้วใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวตามไป อร่อยจนน้ำตาจะไหล คิดถึงเตี่ย คิดถึงกับข้าวแม่ที่ทำให้กินสมัยที่ฉันยังเด็ก บ้านคนจีนต้องมีต้ม ผัด ทอด ครบในแต่ละมื้อ ทอดปลาหรือหมู 3 ชั้นกรอบ ผัดผัก แกงจืดเต้าหู้ หรือเกี่ยมบ๊วย บางทีก็มีจับฉ่าย เหม่งซุ่ง (หน่อไม้จีน) มีปลานึ่งเกี่ยมบ๊วย หมูสับปลาเค็มนึ่งใส่ไข่แดง หน้าตาดี๊ดีค่าคุณ กับข้าวเหล่านี้ฉันไม่เห็นในห้างเพราะคนไทยเดี๋ยวนี้นิยมกินอาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่น อาหารที่ซื้อแฟรนไชส์มาจากเมืองนอก มีดาวกำกับระดับมิชลินสตาร์ กินเอาตื่นเต้นพอไหว แต่ให้กินทุกวันไม่ไหว ฉันชอบกินแบบบ้านๆ เป็นอาหารที่กินแล้วอิ่มท้องอิ่มใจ สบายกระเป๋า อาหารมีไว้ระงับความหิวไม่ได้มีไว้อวดกันหรือเป็นสิ่งเชิดชูสถานภาพทางเศรษฐกิจที่ผู้คนตีความผิดๆ กันไป อาหารไม่เคยแบ่งระดับชนชั้นคนกิน มีสิ่งเดียวที่แบ่งมันไว้คือ “ราคา” ตั้งให้มันดูหรูหราเอื้อมไม่ถึง เป็นอาหารเฉพาะกลุ่ม นี่เป็นเรื่องของ “การตลาด” (maketing)
 
          แต่ความจริงอาหารมันไม่ซับซ้อนขนาดนั้น ถูกลิ้นถูกปากก็แปลว่า “อร่อย” แค่นั้นจริงๆ หน้าที่ของมันก็มีแค่ทำให้อิ่ม “ชั่วคราว” แล้วเราจะกลับมาหิวใหม่อีกหลายชั่วโมงต่อมา ... “ร้านแยงซีเกียง” (ถ.นิมมานเหมินทร์ ซอย 5) ติ่มซำฮ่องกงแต่ราคาคนไทย มีทั้งขนมจีบ ฮะเก๋า ซาลาเปา เกี๊ยวนึ่ง กระดูกหมูนิึ่งเต้าซี่ ตีนไก่นึ่งขิง เปาะเปี๊ยะกุ้ง-ปู ตันตันเหมี่ยน ก๋วยเตี๋ยวผัดสิงคโปร์ หูฉลามผัดแห้ง เป็ดปักกิ่ง ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ราดหน้าปลาเต้าซี่ ไก่แช่เหล้า+แมงกะพรุนน้ำมันงา พอร์คช็อปเหล้าแดง ฯลฯ ถ้าให้เขียนหมดคงไม่จบในตอน ... อาหารฝรั่งประเภทสเต๊ก สลัด สปาเกตตี ฉันก็กินอยู่แค่เจ้าเดียว “สเต๊ก ออฟ เดอะ เดย์” (Steak of the Day) ของเชฟเรย์และคุณหนุ่ย อยู่ที่แม่ริมพลาซ่า ราคาสเต๊กตั้งแต่ร้อยกว่าบาทไปถึง 4,500 บาท ซึ่งเป็นเนื้อวากิว กินกันได้ 4-5 คนก็ไม่หมด อาหารเมืองฉันไม่ต้องไปร้านไหนนอกจาก “เนส คาเฟ่” (Nest Cafe) คอฟฟี่แอนด์เบเกอรี่ และรีสอร์ทของพี่อ้อย อีกบ้านก็คือบ้านอ้ายมด
 
          เพื่อนรุ่นน้องของฉัน รู้จักกับมันมา 10 ปี กินกับข้าวบ้านมันยังไม่ครบเลย มาแต่ละอย่างเมืองเหนือแต๊ๆ ทั้งตำมะหนุน (ตำขนุน) แกงแค น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง น้ำพริกมะขาม น้ำพริกสะเดา (เอาหมูสับไปผัดน้ำพริกแล้วคลุกกับดอกสะเดาที่เป็นเม็ดๆ ขมๆ มันๆ เลอค่ามาก) ของโปรดที่บ้านนี้ทำอร่อยสุดๆ ก็คือ “ข้าวซอย” นางเอาน้ำพริกมาจากเชียงราย (ถิ่นกำเนิดข้าวซอย) มดกับคนที่บ้านจะเอาของกินใส่กล่องให้ฉันเอากลับมากรุงเทพฯ กินทั้งอาทิตย์กว่าจะหมด ตัวกลับมาแล้วแต่เหมือนยังอยู่เชียงใหม่ เพราะกินแต่อาหารเหนือ ... มีร้านที่ไม่เคยรีวิวในเน็ตที่ฉันกับคุณสีเกด ผู้จัดการจับพลัดจับผลูเดินผ่านแล้วแวะไปกินรสชาติบ้านๆ ราคา 40-50 บาททุกอย่าง อร่อยโคตรๆ! อธิบายไม่ถูกเพราะใช้ใต้ถุนบ้านทำเป็นร้าน พี่น้องช่วยกันทำขาย ลาบหมูแบบเหนืออร่อยสุดๆ คราวหน้าฉันจะไปจดที่อยู่กับเบอร์มาบอก แต่ขอให้หาร้านให้เจอก่อน เพราะคราวที่แล้วงงๆ เข้าไปแบบไม่ตั้งใจ ความไม่ตั้งใจทำให้พบเจอสิ่งดีๆ ได้โดยบังเอิญ มันดีเพราะเราไม่คาดหวัง
 
          อะไรที่เราคาดหวังขีดเส้นตีกรอบมักจะไม่ได้ดั่งใจ บางทีชีวิตเราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป อย่าตั้งหน้าตั้งตา “ใช้ชีวิต” จนเกินไป ...
 
.........................................
(หมายเหตุ 'เยี่ยมญาติ (4)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)