
'เจ๊ง'แต่ไม่เจ็บ...เทพ โพธิ์งาม
'เจ๊ง'แต่ไม่เจ็บ...เทพ โพธิ์งาม : มองผ่านเลนส์คม โดยนันทพร ไวศยะสุวรรณ์
“ถ้าเปรียบเป็นนักรบ ก็ถือว่ารบมาหลายศึกแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือยอดฝีมือ”
ประโยคของ เทพ โพธิ์งาม ที่คิดว่าไม่ใช่พูดในฐานะนักแสดงหรือตลกชื่อดัง แต่เป็นความรู้สึกในหมวกของพ่อค้าหรือเจ้าของกิจการ!
แม้ “ป๋าเทพ” ที่เรารู้จักจะอยู่ในวงการบันเทิงมานานกว่า 40 ปีแล้วก็ตาม แต่ทว่า ในวันนี้เหมือนถึงจุดอิ่มตัวเต็มที เจ้าตัวก็บอกเองว่า...“อาชีพตลกมันหมดอายุแล้ว”
ไม่รู้ว่าความคิดนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เท่าที่เห็น ชีวิตของป๋าเทพช่วงหลังๆ นอกจากจะมีงานหนัง-ละครอยู่บ้าง และดูเหมือนว่าเขาให้เวลากับการค้าการขายมากกว่า
ซึ่งก็เป็นอย่างข่าวที่ลง...คือทุกกิจการของป๋าเทพตั้งแต่เริ่มต้นทำมา ไม่เคยมีอันไหนที่ประสบความสำเร็จเลย!
ภาษาบ้านๆ เขาเรียกว่า “เจ๊ง” นั่นละ
แต่...ป่าเทพไม่ท้อ ล้มจากงานนี้ ก็ไปหางานใหม่ เหมือนมีสิ่งใหม่ๆ มาท้าทายแกได้ตลอด
ในช่วงที่ขอแยกทางกับ "คุณจุ๋ม” ภรรยาที่อยู่ด้วยกันนานกว่า 35 ปี ป๋าเทพก็เปิดตัวลุยกับร้านอาหารใหม่อีกครั้ง ทีี่ริมถนนคลองโยง อ.บางเลน ทางที่จะไปนครปฐม
“ครัวคุณเทพ” คือชื่อที่ตั้งใจจะแก้เคล็ด ไม่ให้เกิดสถานการณ์ซ้ำรอย...
จากเดิมที่จะขายข้าวต้ม กาแฟ ปาท่องโก๋ ซาลาเปา แต่พอขยับมาขายข้าวแกงด้วย ปรากฏว่าขายดีจนตักแทบไม่ทัน
ยิ่งมาได้สูตรเด็ดการทำ “ขนมเปี๊ยะ” จากโรงเรียนสารพัดช่างสมุทรปราการเข้าไปอีก ทีนี้ล่ะคุณเอ้ย นวดแป้งจนกล้ามขึ้นก็ยังไม่พอกับความต้องการของลูกค้าเลยล่ะ
ดิฉันได้ไปชิมข้าวแกง และยืนต่อแถวรอขนมเปี๊ยะจากเตาอบกับเขามาแล้ว (เข้าคิวยังกะจะได้ของฟรีแน่ะ)
วันนั้น รสชาติของอาหารเป็นยังไงคงไม่สำคัญเท่ากับว่า การได้มาเยี่ยมมาหา มาให้กำลังใจป๋าเทพ
คงไม่ต่างจากผู้คนที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ก็มาด้วยความรัก-ความชื่นชมตลกรุ่นเก๋าที่พวกเขาคุ้นเคย
เชื่อว่าคนที่มาร้านนี้จะมีความสุขกลับไป (ยกเว้นคนที่อดได้ขนมเปี๊ยะ-ฮา) เพราะป๋าเทพทักทายลูกค้าทุกคน ป๋าเทพยิ้มหน้าทะเล้นถ่ายเซลฟี่กับคนที่มาอุดหนุนอย่างไม่มีทีท่าเหนื่อยหน่าย
ป๋าเทพ ตลกหน้าผากย่นวัย 66 ปี ที่ตอนนี้ต้องตื่่นตี 3 ตี 4 เพื่อลุกขึ้นมาหมักแป้ง ดูแลร้าน และยืนตักแกงจนถึงเย็นย่ำ ตกกลางคืนยังเปิดร้านเป็นคาราโอเกะต่ออีก
การทำงานที่ออกจะเกินอายุ บวกกับที่่ตัวเองกินมังสวิรัติด้วย (แกไม่กินเนื้อสัตว์มาร่วม 30 ปีแล้ว) ทำให้ดูเหนื่อยล้าอ่อนเพลียไปตามสภาพ แต่...ป๋าเทพยังยิ้มสู้
อดถามถึงเป้าหมายในอนาคตไม่ได้...
"ทุกวันนี้ป๋าทำชีวิตให้ดีที่สุดไปวันๆ เหมือนขอนไม้ลอยน้ำ อาจลอยไปติดกอหญ้า แต่เมื่อน้ำแรงๆ มา ก็ไหลหลุดไป แล้วก็จะไหลไปรวมกันที่หนึ่ง นั่นอาจเป็นจุดสุดท้าย
เราจะแก้ไขไปตามช่วงระดับที่เราผจญอยู่ ไม่ได้วางเป้าหมายว่า พ้นจากตรงนี้แล้วจะไปตรงนั้นต่อ คือถ้าคิดไปก่อนแล้ว มันเป็นไปไม่ได้”
อยากรู้ต่อว่า เขากลัวจะเจ๊งอีกครั้งมั้ย?
“ป๋าล้มจนไม่รู้จะล้มยังไงแล้ว ใหญ่กว่านี้อีก ล้มแบบนี้อีก 10 ครั้งก็ไม่เจ็บปวด มันไม่ใช่เรื่องที่ยิ่งใหญ่อะไรหรอก ต้องใจนักเลง คือไม่กลัว ต้องลุย ต้องลอง ถ้าดีก็ดีไป แต่ถ้าพลาดแล้วถึงตายก็ช่างมัน”
นี่แหละ “ตลกใจนักเลง” ที่ชื่อ “เทพ โพธิ์งาม” ค่ะ



