
รันทดชีวิตตกอับสายัณห์ขอนับหนึ่งใหม่กับวงการเพลง
16 พ.ย. 2558
รันทด ชีวิตตกอับ สายัณห์ขอนับหนึ่งใหม่กับวงการเพลง : ลูกทุ่ง
สายัณห์ นิรันดร ลูกทุ่งเสียงดียอมรับชีวิตล้มเหลวจนไม่เหลืออะไร ขอเริ่มต้นนับหนึ่งในวงการลูกทุ่งอีกครั้งแต่ไม่หวังดัง ขอแค่ได้กลับมาร้องเพลงอีกครั้งก็พอ สมศักดิ์ ภู่มาก หรือ สายัณห์ นิรันดร เปิดใจกับทีมข่าวบันเทิง "คมชัดลึก” เป็นครั้งแรกถึงชีวิตที่ตกอับ ทั้งงานครอบครัวและสุขภาพว่า
“มันมีหลายอย่างที่ผมเจอในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา ทั้งชีวิตครอบครัวที่ต้องแยกทางกับภรรยา ก็เลยกลับไปอยู่บ้านที่ชัยภูมิ ชีวิตมันไม่ดีสักอย่าง เหมือนมันขาลงของเรา การงานก็ไม่มี เลยอยากกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่บ้านเกิด เครียด อยู่หลายปีปล่อยตัวเอง คิดมาก คิดว่าตัวเองดีแล้วสบายแล้วแต่มันก็ไม่ใช่ มันเกิดอะไรขึ้น"
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวด้านลบออกมาอย่างต่อเนื่อง ความจริงเป็นอย่างไร และชีวิตขาลงขนาดไหน สายัณห์ที่มีชื่อเล่นว่า น้อย บอกว่า
“ข่าวที่ว่าเราทำตัวไม่ดีก็มีบ้าง ห่างเหินกับครอบครัว เราไปร้องเพลงเดือนหนึ่งกลับบ้านครั้งหนึ่ง เขาก็คิดไปอีกแบบ สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ กลับไปชัยภูมิก็เหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก ไม่ทำอะไรอยู่บ้านเฉยๆ บอกตามตรงว่ากินทุกอย่างที่เมา ปล่อยให้มันหลับ การงานอะไรก็ไม่เอา ไม่รับทีวีไม่ดูเพลงไม่ฟัง โทรศัพท์ไม่รับ เป็นแบบนี้พักใหญ่ งานก็เริ่มหายไป พอเราคิดมาก กินเหล้ามากสุขภาพก็เริ่มไม่ดี อ่อนแอ ผอมลงๆ พอไปตรวจก็เจอเบาหวาน น้ำตาลในเลือดเยอะ ก็ต้องรักษาตัวอีกพักใหญ่ พออาการดีขึ้นก็เริ่มเข้ามากรุงเทพฯ กะว่าจะมาเริ่มต้นใหม่ แต่ก็ติดต่อใครไม่ได้เพราะเบอร์ติดต่อก็ทิ้งไปหมดแล้ว ก็มาเช่าบ้านอยู่แถวรังสิต เฝ้าอพาร์ทเมนต์ให้เขา แฟนก็ขายก๋วยเตี๋ยว ผมก็ขับมอเตอร์ไซค์อยู่พักหนึ่ง บางคนเขาก็จำเราได้เขาก็ถามว่า ทำไมต้องมาทำแบบนี้ ก็เล่าให้เขาฟัง มันสุดๆ แล้วในชีวิต ตอนนั้นสัญญากับ ท๊อปไลน์ ยังไม่หมด แต่เราก็ไม่มีเพลงออกสร้างรายได้ให้เขาไม่ได้ ไม่ได้ว่าทางค่ายหรอกครับ อันนี้พูดตรงๆ เราก็ไม่มีค่า คิดไปว่าเราคงแก่แล้วเขาถึงไม่ทำต่อ ขายไม่ได้แล้วพอสัญญาหมดก็เลยไม่ได้ต่อ ปัญหามันสุมมาที่เราทุกเรื่องพร้อมๆ กันเลย"
ผู้สื่อข่าวถามว่า นี่เป็นเหตุผลที่ตัดสินใจบวชแบบเงียบใช่ไหม หลังจากบวชแล้วชีวิตดีขึ้นหรือไม่ เจ้าตัวตอบด้วยเสียงแหบแห้งว่า
“ที่ไปบวชเพราะคิดว่าชีวิตเราเหมือนมีกรรม เราทำอะไรไม่ดีไว้มาก มีเวรมากเกินไปหรือเปล่า เลยอยากบวชอุทิศส่วนกุศลให้พ่อบ้างแม่บ้าง และก็คนที่เราเคยทำผิดกับเขา ไม่ว่าจะเป็นภรรยาเก่าหรือคนที่เคยโกรธเคืองเรา เหมือนขออโหสิกรรมแก่เขา ตอนนั้นผมบวชอยู่ 15 วัน ตอนนั้นไม่ได้ปรึกษาใครเลย คิดแค่ว่าบวชสักหน่อยชีวิตคงจะดีขึ้น หลังบวชชีวิตก็ดีขึ้นได้มาเจอ ครูป๊อด วิไล พนม แกก็นำทางให้เอาเพลงมาให้ แกว่าลองทำดู ไม่ได้แกก็ไม่เอาอะไรหรอก"
เมื่อถามถึงการหวนคืนไมค์ทำเพลงครั้งนี้คาดหวังอะไรบ้าง สายัณห์ นิรันดร บอกว่า
“วงการเปลี่ยนไปเยอะ อย่างผมร้องลูกทุ่งแท้ แต่เดี๋ยวนี้เพลงลูกทุ่งมันกลายพันธ์ไปเยอะ มาทำซิงเกิ้ล ก็ดีใจที่ครูบาอาจารย์ยังเมตตาให้เพลงมาร้อง มาทำให้ โอกาสแบบนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้รับง่าย เพราะถ้าเป็นค่ายเขาก็คงมองว่า เราแก่เกินไปแล้ว ผมก็ฝึกร้องอยู่ พอร่างกายดีขึ้นก็ซ้อมไปเรื่อยๆ ตอนนี้ร่างกายน่าจะ 80% ก็ใช้เวลาพักฟื้นระยะหนึ่ง ผมก็ไม่ได้หวังว่าจะกลับมาโด่งดังเหมือนก่อน หรือเหมือนนักร้องเก่าๆ ขอให้อยู่ที่โชควาสนาและแฟนเพลงจะเมตตา พยายามทำให้ดีที่สุดเมื่อครูป๊อดให้โอกาสก็จะทำให้เต็มที่และให้ออกมาดีที่สุด ได้อะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นมามากมาย วันนี้ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทั้งชื่อเสียงที่แฟนเพลงมอบให้มาในช่วงเพลง "รองเท้าหน้าห้อง” ทั้งความล้มเหลวของครอบครัว การผิดเวลานัดไปงาน ผมก็ขอยอมรับผิด มันเป็นประสบการณ์ชีวิต ทุกวันนี้ก็ได้ตรงนั้นมาเตือนใจ ตอนนี้ก็นำเพลงไปทำดนตรีก็ฟิตร่างกายให้พร้อม อายุมากขึ้นนี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของผมแล้วก็ได้ อยู่ที่แฟนเพลง”



