บันเทิง

โทโฮชินกิในวันนี้  
บนโตเกียวโดม

โทโฮชินกิในวันนี้ บนโตเกียวโดม

25 ก.ค. 2552

นับเป็นหนึ่งในสุดยอดศิลปินกลุ่ม สำหรับ โทโฮชินกิ ที่ก้าวกระโดดคว้าความสำเร็จมาได้อย่างสวยงาม หลังจากเริ่มเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2005 จากนักร้องกลุ่มต่างชาติธรรมดาๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก ก็กลับกลายมาเป็น 5 หนุ่ม โทโฮชินกิ ที่สามารถยืนอยู่บนเวที โตเกี

 ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวมา  พวกคุณทั้ง 5 ต้องผ่านเหตุการณ์ยากลำบากมาแล้วนับไม่ถ้วน  มาถึงวันนี้ที่นับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อได้มองย้อนกลับไป
 แจจุง : ถ้ามองย้อนกลับไป จะรู้ดีว่า ปัญหาใหญ่ที่พวกเราได้เจอ คือความแตกต่างทางภาษา ครั้งแรกที่พวกเราได้มาเหยียบญี่ปุ่น  เราพูดไม่ได้แม้แต่คำเดียว และจะรู้สึกหงุดหงิดมาก ที่ไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้  มาถึงตอนนี้เราพูดภาษาญี่ปุ่นกันได้คล่องแล้ว  มันก็เหมือนเราได้คิด และได้พูดด้วยตัวเราเอง  ผมรู้สึกดี ที่ได้เห็นทัวร์คอนเสิร์ตของเราใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี  จากฮอลล์เล็กๆ เล่นไม่กี่เมือง  ก็กลายเป็นฮอลล์ใหญ่ๆ เล่นหลายๆ เมือง และสุดท้ายคือโตเกียวโดม  รู้สึกได้ว่า เรากำลังโตช้าๆ อย่างมั่นคง

ทราบมาว่า เวลาที่ออกทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่น พวกคุณจะต้องลองชิมอาหารขึ้นชื่อของเมืองนั้นๆ ด้วย  ติดใจเมนูไหนเป็นพิเศษบ้างหรือไม่
 ยุนโฮ : ก่อนหน้านี้ ช่วงที่เราเดินสายโปรโมทอัลบั้ม ผมได้ลองไปกินปูที่ซับโปโรมาครับ  อร่อยมากๆ  หม้อไฟที่ฟุกุโอกะก็อร่อยครับ ลิ้นวัวที่เซนไดก็รสชาติดี...สรุปว่ามีหลายเมนูเลยล่ะครับ
 แจจุง : ผมชอบบะหมี่เย็น ที่ฮิโรชิมาสุดๆ เลยครับ  พูดแล้วอยากกินอีกจัง
 จุนซู : ส่วนผม ขอเป็นข้าวหน้าปลาไหลย่างที่นาโกย่าครับ
 ยูชอน : ผมอยากลองกินราเม็งให้ทั่วประเทศญี่ปุ่นเลย!  นอกจากราเม็งก็ยังมีผัดเนื้อที่ฮิโรชิมา แล้วก็ถั่วแระญี่ปุ่น
 ชางมิน : เนื้อกระทะที่ฮิโรชิมาครับ  สุดยอด!!

"Stand By U" ซิงเกิ้ลล่าสุด เป็นเพลงที่กล่าวถึงความรู้สึกอาลัยในรักที่เคยถูกทอดทิ้งครั้งก่อน  ในขณะที่ "Tea for Two" อีกหนึ่งเพลง ที่รวมอยู่ในอัลบั้มซิงเกิ้ลนี้ มีจังหวะที่สนุกสนาน ซึ่งในเนื้อเพลง ได้กล่าวถึงวันอวสานของโลกด้วย  สำหรับพวกคุณแล้ว ถ้าวันพรุ่งนี้โลกแตก สิ่งสุดท้ายที่อยากทำคืออะไร
 แจจุง : ตลอดทั้งวันนี้และวันพรุ่งนี้  ตารางสัมภาษณ์เราแน่นเอี้ยดเลยครับ ฉะนั้นถ้าพรุ่งนี้โลกแตก เราคงตายในหน้าที่ ระหว่างการสัมภาษณ์นั่นแหละครับ (หัวเราะ) สมมติถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นจริง  ผมคงจะขอแค่เดินไปตามทางช้าๆ โดยไม่คิดอะไร เพื่อที่จะใช้เวลาทั้งหมดซึมซับความทรงจำที่มีทั้งหมดเอาไว้
 ยุนโฮ : ผมจะใช้เวลากับคนที่สำคัญๆ ในชีวิต
 จุนซู : ผมจะไปโบสถ์เพื่อสวดขอพร และสารภาพบาปครับ อย่างน้อยอาจจะได้ขึ้นสวรรค์
 ยูชอน : ต้องใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อนสนิท และก็คนสำคัญๆ ในชีวิตแน่นอนครับ  ถ่ายรูปด้วยกัน นั่งกินข้าวด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน และท้ายที่สุด  ผมอยากแสดงคอนเสิร์ตบนเวทีครับ
 ชางมิน : ผมจะอยู่เงียบๆ อย่างสงบ คอยให้เวลาผ่านไปช้าๆ ครับ

สุดท้าย  ช่วยบอกจุดมุ่งหมายของโทโฮชินกิด้วย
 ยุนโฮ : สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก โทโฮชินกิ ผมหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะรู้จักพวกเราในไม่ช้า  ผมอยากรู้จักคนเยอะๆ แล้วก็อยากแสดงในหลายๆ ที่มากกว่านี้
 แจจุง : ผมอยากเห็นแท่งไฟ โทโฮชินกิ ไปแขวนไว้อยู่บนตึก โตเกียว ทาวเวอร์ ครับ ! 
 จุนซู : อยากให้สมาชิกในวงทุกคนไม่บาดเจ็บ สุขภาพแข็งแรงและมาสู้งานหนักด้วยกันครับ
 ยูชอน : ภายใน 3 ปี ผมอยากซื้อเรือยอชท์ แล้วตั้งชื่อว่า "โทโฮชินกิ" และขึ้นไปปิ้งบาร์บีคิวกินกับทุกคนบนนั้น
 ชางมิน : ผมอยากสร้างครอบครัว เป็นคุณพ่อที่ดีของลูก  เอ...? ไม่เกี่ยวกับ โทโฮชินกิ หรอกครับ เป็นความฝันส่วนตัวของผมเฉยๆ (หัวเราะ)