
โทโฮชินกิในวันนี้ บนโตเกียวโดม
นับเป็นหนึ่งในสุดยอดศิลปินกลุ่ม สำหรับ โทโฮชินกิ ที่ก้าวกระโดดคว้าความสำเร็จมาได้อย่างสวยงาม หลังจากเริ่มเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2005 จากนักร้องกลุ่มต่างชาติธรรมดาๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก ก็กลับกลายมาเป็น 5 หนุ่ม โทโฮชินกิ ที่สามารถยืนอยู่บนเวที โตเกี
ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวมา พวกคุณทั้ง 5 ต้องผ่านเหตุการณ์ยากลำบากมาแล้วนับไม่ถ้วน มาถึงวันนี้ที่นับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อได้มองย้อนกลับไป
แจจุง : ถ้ามองย้อนกลับไป จะรู้ดีว่า ปัญหาใหญ่ที่พวกเราได้เจอ คือความแตกต่างทางภาษา ครั้งแรกที่พวกเราได้มาเหยียบญี่ปุ่น เราพูดไม่ได้แม้แต่คำเดียว และจะรู้สึกหงุดหงิดมาก ที่ไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ มาถึงตอนนี้เราพูดภาษาญี่ปุ่นกันได้คล่องแล้ว มันก็เหมือนเราได้คิด และได้พูดด้วยตัวเราเอง ผมรู้สึกดี ที่ได้เห็นทัวร์คอนเสิร์ตของเราใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี จากฮอลล์เล็กๆ เล่นไม่กี่เมือง ก็กลายเป็นฮอลล์ใหญ่ๆ เล่นหลายๆ เมือง และสุดท้ายคือโตเกียวโดม รู้สึกได้ว่า เรากำลังโตช้าๆ อย่างมั่นคง
ทราบมาว่า เวลาที่ออกทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่น พวกคุณจะต้องลองชิมอาหารขึ้นชื่อของเมืองนั้นๆ ด้วย ติดใจเมนูไหนเป็นพิเศษบ้างหรือไม่
ยุนโฮ : ก่อนหน้านี้ ช่วงที่เราเดินสายโปรโมทอัลบั้ม ผมได้ลองไปกินปูที่ซับโปโรมาครับ อร่อยมากๆ หม้อไฟที่ฟุกุโอกะก็อร่อยครับ ลิ้นวัวที่เซนไดก็รสชาติดี...สรุปว่ามีหลายเมนูเลยล่ะครับ
แจจุง : ผมชอบบะหมี่เย็น ที่ฮิโรชิมาสุดๆ เลยครับ พูดแล้วอยากกินอีกจัง
จุนซู : ส่วนผม ขอเป็นข้าวหน้าปลาไหลย่างที่นาโกย่าครับ
ยูชอน : ผมอยากลองกินราเม็งให้ทั่วประเทศญี่ปุ่นเลย! นอกจากราเม็งก็ยังมีผัดเนื้อที่ฮิโรชิมา แล้วก็ถั่วแระญี่ปุ่น
ชางมิน : เนื้อกระทะที่ฮิโรชิมาครับ สุดยอด!!
"Stand By U" ซิงเกิ้ลล่าสุด เป็นเพลงที่กล่าวถึงความรู้สึกอาลัยในรักที่เคยถูกทอดทิ้งครั้งก่อน ในขณะที่ "Tea for Two" อีกหนึ่งเพลง ที่รวมอยู่ในอัลบั้มซิงเกิ้ลนี้ มีจังหวะที่สนุกสนาน ซึ่งในเนื้อเพลง ได้กล่าวถึงวันอวสานของโลกด้วย สำหรับพวกคุณแล้ว ถ้าวันพรุ่งนี้โลกแตก สิ่งสุดท้ายที่อยากทำคืออะไร
แจจุง : ตลอดทั้งวันนี้และวันพรุ่งนี้ ตารางสัมภาษณ์เราแน่นเอี้ยดเลยครับ ฉะนั้นถ้าพรุ่งนี้โลกแตก เราคงตายในหน้าที่ ระหว่างการสัมภาษณ์นั่นแหละครับ (หัวเราะ) สมมติถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นจริง ผมคงจะขอแค่เดินไปตามทางช้าๆ โดยไม่คิดอะไร เพื่อที่จะใช้เวลาทั้งหมดซึมซับความทรงจำที่มีทั้งหมดเอาไว้
ยุนโฮ : ผมจะใช้เวลากับคนที่สำคัญๆ ในชีวิต
จุนซู : ผมจะไปโบสถ์เพื่อสวดขอพร และสารภาพบาปครับ อย่างน้อยอาจจะได้ขึ้นสวรรค์
ยูชอน : ต้องใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อนสนิท และก็คนสำคัญๆ ในชีวิตแน่นอนครับ ถ่ายรูปด้วยกัน นั่งกินข้าวด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน และท้ายที่สุด ผมอยากแสดงคอนเสิร์ตบนเวทีครับ
ชางมิน : ผมจะอยู่เงียบๆ อย่างสงบ คอยให้เวลาผ่านไปช้าๆ ครับ
สุดท้าย ช่วยบอกจุดมุ่งหมายของโทโฮชินกิด้วย
ยุนโฮ : สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก โทโฮชินกิ ผมหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะรู้จักพวกเราในไม่ช้า ผมอยากรู้จักคนเยอะๆ แล้วก็อยากแสดงในหลายๆ ที่มากกว่านี้
แจจุง : ผมอยากเห็นแท่งไฟ โทโฮชินกิ ไปแขวนไว้อยู่บนตึก โตเกียว ทาวเวอร์ ครับ !
จุนซู : อยากให้สมาชิกในวงทุกคนไม่บาดเจ็บ สุขภาพแข็งแรงและมาสู้งานหนักด้วยกันครับ
ยูชอน : ภายใน 3 ปี ผมอยากซื้อเรือยอชท์ แล้วตั้งชื่อว่า "โทโฮชินกิ" และขึ้นไปปิ้งบาร์บีคิวกินกับทุกคนบนนั้น
ชางมิน : ผมอยากสร้างครอบครัว เป็นคุณพ่อที่ดีของลูก เอ...? ไม่เกี่ยวกับ โทโฮชินกิ หรอกครับ เป็นความฝันส่วนตัวของผมเฉยๆ (หัวเราะ)



