
'อย่าให้หายไป'โหมโรง เดอะ มิวสิคัล
12 พ.ย. 2558
อย่าให้หายไปโหมโรง เดอะ มิวสิคัล : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์
หากนับรวมตอนจัดรายการ “Open Eyes by มาดามนัน” ด้วยแล้ว เท่ากับว่า ดิฉันได้ดูละครเวทีเรื่อง “โหมโรง เดอะ มิวสิสคัล” มาแล้ว 3 ครั้ง (รวมการรีสเตจครั้งล่าสุด)
ที่ชอบก็ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ดิฉันอาจจะไล่เรียงไม่ครบ แต่เอาที่รู้สึกชอบสั้นๆ ก่อนนะคะ
ขอพูดตั้งแต่ต้นทางก่อนเลย....
เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากบทหนังเรื่อง “โหมโรง” ที่นำเค้าโคงชีวิตของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ระนาดเอกแห่งอัมพวามาผูกเรื่องราว
จากที่พ่อไม่ยอมให้ “ศร” เล่นดนตรีไทย เพราะคิดว่าดนตรีเป็นเหตุให้ลูกชายคนโตตาย จากการดักทำร้ายของคู่ประชัน
แต่ศรในวัยเด็ก ผู้รักเสียงดนตรีก็แอบหอบระนาดไปเล่นในวัดร้างเป็นประจำ กระทั่งพ่อรู้และยอมรับในที่สุด
“ศร” เติบโตพร้อมฝีไม้ลายมือที่ฉกาจฉกรรจ์นัก จนเจ้าตัวลำพองใจ กระทั่งมาได้ยินเสียงระนาดแห่งแผ่นดินอย่าง “ขุนอิน” (แสดงโดย “เบิ่ง” ทวีศักดิ์ อัครวงษ์) ทำเอาศรเสียศูนย์ไปเหมือนกัน
ถึงดวลไปก็แพ้ ศรกลับมาขบคิดหาทางเอาชนะ ในที่สุดเขาก็มาค้นพบทางระนาดของตัวเอง ถึงจะไม่ดุดันหนักแน่นเท่า แต่ความพลิ้วไหวแปลกใหม่ ทำให้เอาชนะขุนอินได้อย่างหมดจด
ที่ดิฉันชอบ ไม่ใช่แค่เรื่องราวที่เล่ามาเท่านั้น เพราะทุกช่วงตอนได้สอดแทรกความคิด และอรรถรสของเสียงเพลง-เสียงดนตรีสดๆ ที่มาบรรเลงจนเต็มอิ่มเกือบ 3 ชั่วโมงเต็ม
ที่สำคัญ ในช่วงที่ประชัน ขณะที่ขุนอินตีระนาดจน “มือตาย” ศร ได้เข้ามากราบขุนอิน แล้วบอกว่าที่มาแข่งวันนี้ ไม่ได้ประชันเพื่อลบหลู่หรืออยากจะเอาชนะขุนอิน แต่มาเพราะอยากจะมาพิสูจน์ใจตัวเอง ว่าสามารถเอาชนะความกลัวได้หรือไม่
ด้านขุนอินเอง ก็เป็นผู้ใหญ่พอ ที่จะบอกกับศร ซึ่งเป็นระนาดคนละรุ่นกันอย่างคนใจกว้างว่า ภูมิใจที่ได้มาประชันกับคนฝีมือดี ขอให้ศรรักษาสิ่งนี้ไว้ และสืบทอดไปถึงคนรุ่นหลัง อย่าให้สูญหาย...
แค่ฉากนี้ ดิฉันก็แทบจะกราบขุนอินไปด้วยอีกคนแล้ว !
ยังมีฉากที่น่าประทับใจ และแฝงความหมายดีๆ ไว้อีกมาก โดยเฉพาะฉากที่ “อี๊ด” สุประวัติ ปัทมสูต ในบท "ท่านครู” หรือศรในวัยชรา ที่ต้องเผชิญกับภาวะกฎระเบียบของทางการที่ห้ามเล่นดนตรีไทยบางชนิด เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศอารยะ
ซึ่งทุกฉากที่ “ท่านครู” ออกมา ยอมรับเลยว่า นิ่ง มีพลัง และคมคายจริงๆ
นอกจากนี้ขอชื่นชมฝีมือการแสดงของอีกหลายๆ คน อาทิ ศรัทธา ศรัทธาทิพย์, นาย เดอะคอมเมเดี้ยน, ปอ เอเอฟ 7, เอ๋ สมาร์ท, ดวงใจ หทัยกาญจน์
ยังมี “แนน” สาธิดา พรหมพิริยะ เแม่โชติวัยสาว ที่เสียงหวานใสกังวานจับใจ โย่ง อาร์มแชร์ ที่ทำให้ “พันโทระวี” สมาร์ทและมั่นคงในจุดยืน
ที่ต้องคารวะด้วยหัวใจ ในความทุ่มเทสุดใจของ “อาร์ม” กรกันต์ สุทธิโกเศศ ที่ไม่แค่ครองบท "นายศร” ให้ดีที่สุดในทุกฉากเท่านั้น เขายังสุดฝีมือกับการตีระนาดอย่างคนมีของจริงๆ
เรียกว่าทุกบทบาท ล้วนคัดสรรมาอย่างดี และแสดงอย่างสุดพลังทุกคน
ดนตรี ฉาก แสง สี เสียง ลงตัวเหมาะเจาะในจังหวะที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีสะดุดตรงไหนเลย
ขอปรบมือดังๆ ให้ผู้เขียนบทต้นทางอย่าง อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ และผู้กำกับ “สังข์” ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม แห่งโต๊ะกลมฯ อีกครั้ง
รอบนี้้จัดมาแค่ 12 รอบ (และไม่รู้จะมีอีกมั้ย) แค่วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน
ที่เล่ามา แค่อยากให้ “เสียงนั้น” ดังในหัวใจคนไทยอีกครั้งค่ะ
.........................................
(หมายเหตุ “อย่าให้หายไป”โหมโรง เดอะ มิวสิคัล : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)



