บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง:'The Assassin'

เอกเขนกดูหนัง:'The Assassin'

12 พ.ย. 2558

'The Assassin' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
 
          เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวที่สร้างความสนใจให้คนทั่วโลกไม่น้อยคือการพบปะกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสองชาติเป็นครั้งแรกในรอบ 66 ปี ของจีนและไต้หวัน เมื่อสองผู้นำ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และ หม่า อิง จิ่ว ประธานาธิบดีของไต้หวัน จับมือทักทาย ร่วมหารือกันแม้จะเป็นห้วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ถือเป็นการแสดงออกซึ่งสัญลักษณ์และสัญญาณบางอย่างระหว่างความสัมพันธ์ของสองชาติ แม้ผลจากการพบกันครั้งนี้จะไม่มีการลงนามสัญญาหรือข้อตกลงใดใดออกมาก็ตาม
 
          สี จิ้น ผิง ผู้นำจีนนั้นบอกว่า จีนกับไต้หวันต่างเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีอะไรที่จะมาแบ่งแยกกันได้ (ซึ่งจริงๆ แล้ว ประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศนี้ก็คือเชื้อชาติสายเลือดเดียวกันนั่นแหละ หากแต่ขัดแย้งกันทางความคิดจนต้องแยกตัวออกมาเมื่อ 66 ปีก่อน โดยนายพลเจียงไคเช็ค นำพลพรรคร่วมอุดมการณ์กว่า 2 ล้านคน หนีข้ามทะเลมายังเกาะไต้หวันในปัจจุบัน) ส่วนประธานาธิบดี หม่า อิง จิ่ว ผู้นำไต้หวันคนปัจจุบันก็กล่าวในการพบกันครั้งนี้ว่า ขอให้จีนเคารพในแนวคิดประชาธิปไตยของไต้หวัน รวมถึงคุณค่าและวิถีชีวิตของกันและกันด้วย... แหม ช่างลึกซึ้งคมคายยิ่งนัก...เมื่อทั้งสองชาติต่างมีรากเดียวกัน ความคิดอ่านของผู้คนในหลากชนชั้น หลายมิติ หรือแม้แต่รสนิยมและมุมมองทางศิลปะ จึงทอดยาวไปในเส้นทางที่เหมือนคล้ายกันในหลายๆ เรื่อง หลายๆ ประเด็น ความคิดของคนทำหนังและเรื่องราวที่พวกเขาเล่าขานก็เช่นกัน
 
          ผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่ในโลกภาพยนตร์ของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ได้การยอมรับมาจนทุกวันนี้อย่าง จาง อวี้โหมว, เฉินค่ายเก๋อ, เถียน จ้วงจ้วง หนังในช่วงแรกเริ่มการทำงานของพวกเขา คือการสะท้อนเรื่องราวในสังคมที่พวกเขาพบเห็นและดำรงอยู่ เป็นชะตากรรมที่คนในชาติประสบ ณ ปัจจุบัน หรือ แฝงฝัง ตกทอดมาจากประวัติศาสตร์ปวดร้าวที่พวกเขาไม่เคยลืมเลือน หนังของพวกเขาหลายเรื่องจึงยังทรงพลังทางความคิดมาจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Ju Dou, Raise the Red Lantern, Farewell My Concubine, The Blue Kite ในขณะที่คนทำหนังสายเลือดเดียวกันของอีกฝั่งฟากสมุทร ที่ฝากความคิดอ่านผ่านหนังก็คล้ายเคียง โดดเด่น เป็นที่น่าจดจำไม่แพ้กัน อั้งลี่ นี่แทบไม่ไม่ต้องพูดถึง เพราะคอหนังทั่วโลกมักจี่กันเป็นอย่างดี ส่วนอีกคนคือ โหว เสี้ยว เสียน เป็นผู้กำกับยิ่งใหญ่อีกคน ซึ่งมาจากเกาะเล็กอย่างไต้หวัน ที่งานในยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังพูดถึงคนที่จำนนต่อชะตากรรม มีชีวิตเคลื่อนไหลไปตามสังคมของพวกเขา หนังอย่าง A Time to Live A Time to Die, A City of Sadness, Millennium Mambo จึงเป็นที่จดจำและมักถูกยกมาเอ่ยอ้างถึงความดีงามของมันอยู่เสมอ รวมถึงเรื่องล่าสุดที่เพิ่งลงโรงฉายในบ้านเราไปเมื่อเดือนที่ผ่านมาอย่าง The Assassin (ผู้กำกับไต้หวันอีกคนที่วงการยกย่องอย่างมากคือ เอ็ดเวิร์ด หยาง ที่เสียชีวิตไป เมื่อ 29 มิถุนายน 2550)
 
          หนังอย่าง Hero, Crouching Tiger Hidden Dragon หนึ่งในตัวละครที่เป็นศูนย์กลางของหนังกำลังภายในเหล่านี้ คือนักฆ่าหรือมือสังหาร ดังนั้นไม่ว่าหนังกำลังภายในของ จาง อวี้โหมว, อั้งลี่ และโหว เสี้ยว เสียน มือสังหารของพวกเขานอกจากความเก่งกาจสามารถในวรยุทธ์แล้ว ยังเป็นคนที่อาภัพ โดดเดี่ยว และเต็มไปด้วยความระทมทุกข์ ถึงแม้จะเป็นชนชั้นขุนนางมียศถาบรรดาศักดิ์ แต่งานที่ข้องแวะกับความตาย เห็นชีวิตถูกปลิดปลิว ไม่ว่าจะโดยน้ำมือตนเอง หรือเพื่อนร่วมอาชีพ ชีวิตของมือสังหารเหล่านั้นจึงปราศจากความสุข ใบหน้าของพวกเขาแทบไม่เคยเปื้อนรอยยิ้มให้เห็นแม้แต่น้อย
 
          ท่วงท่า การร่ายรำเพลงดาบในหนังกำลังภายในของผู้กำกับจาง ผู้กำกับ เฉิน กระทั่งอั้งลี่ เต็มไปด้วยลีลาอ่อนช้อย สวยงาม ดั่งจำลองมาจากอุปรากรจีน ในขณะที่ฉากการต่อสู้ของ โหว เสี้ยว เสียน กลับดุดัน ขึงขัง กระบวนท่าออกอาวุธมีเพียงน้อยนิด ทว่าองค์ประกอบศิลป์ในหนังของเขากลับดูงดงามอย่างแปลกตา ใช้เทคนิคของการบันทึกและฉายภาพลงบนจออย่างมีความหมายสื่อนัยล้อไปกับเรื่องราวและตัวละคร
 
          อัตราส่วนของภาพที่ปรากฏบนในหนัง The Assassin ของผู้กำกับโหว มีตั้งแต่ขนาด 1.37:1, 1.41:1 และ 1.85:1 แตกต่างจากระบบซิเนม่าสโคปหรือไวด์สกรีน ไม่ใช่ 4:3 หรือ 16:9 ที่ใช้กันทั่วไป มีทั้งซีเควนซ์ที่เป็นขาวดำ และผ่านการเกรดดิ้งสีในโทนต่างๆ ตามแต่ภาวการณ์ของเรื่องราวในหนัง
 
          หนังของโหว เสี้ยว เสียน มาไกลเกินกว่าหนังกำลังภายใน หากแต่เป็นดั่งการร่ายทำนองของบทกวี ที่คนเสพเลือกที่จะเคลิบเคลิ้ม ดื่มด่ำ จดจ้องหรือตีความตามการรับรู้ขอบตนโดยอิสระ เช่นกับที่เราสามารถเพ่งมองงานศิลปะ เพื่อค้นหาความหมาย หรือแค่จ้องมองความงามเพียงผ่านเลยโดยไม่ต้องครุ่นคิดตีความใดใดก็ย่อมได้
 
          ผลงานเก่าๆ ของโหว เสี้ยว เสียน ได้ถูกนำมาฉายให้ชมกันอีกครั้งในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ หรือ World Film Festival of Bangkok ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 13-22 พฤศจิกายนนี้ ที่เอสเอฟเวิลด์ซิเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ดูรายละเอียดได้ทาง www.worldfilmbkk.com
 
.......................................
(หมายเหตุ  'The Assassin' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)