
เฮียฮ้อพร้อมสู้ศึกทีวีปี2559ทุ่มเงิน2พันล้านหวังเป็นที่1
เฮียฮ้อพร้อมสู้ศึกทีวีปี2559ทุ่มเงิน2พันล้านหวังเป็นที่ 1
ต้องยอมรับว่าในปี 2558 ที่ผ่านมานั้น สนามแข่งขันของตลาดทีวีดิจิทัลมีความเข้มข้นอย่างมาก ล่าสุด “คม ชัด ลึก” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “เฮียฮ้อ” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริิหารคนสำคัญของอาร์เอส ถึงแผนการในการบุกตลาดทีวีดิจิทัล ปี 2559 โดยเฮียฮ้อได้เปิดเผยถึงแผนในปีหน้าให้ฟังดังนี้
@@ พูดถึงแผนการสู้ศึกปี 2559
แผนการปีหน้าของอาร์เอสเน้นในเรื่องของมีเดียต่างๆ ประกอบไปด้วย ดิจิทัลทีวีก็คือ ช่อง 8 แล้วแซทเทิลไลท์ก็คือช่อง 2 สบายดีทีวี เพลินทีวี และ ยู แชนแนล เรียกว่าเป็นธุรกิจหลัก นอกจากนี้เราก็มีคลื่นวิทยุด้วย คูลลิซึ่ม ซึ่งค่อนข้างจะอยู่ตัวแล้ว และที่ดูจะชัดเจนมากคงเป็นเรื่องของการลงทุนปรับปรุง และพัฒนาเพื่อการสู้ศึกในการแข่งขันสื่อทีวี จากการประเมินตัวเลขคือประมาณ 2 พันล้านบาท ถือว่าเป็นงบที่มากที่สุดเท่าที่เปิดบริษัทมา
@@ ลงทุน 2 พันล้านบาทคาดการณ์ถึงจุดคุ้มทุนไว้กี่ปี
ของแบบนี้ต้องมอง 2 มุม เพราะ 2 พันล้านถูกกระจายไปยังช่อง 8 ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอื่นก็จะลดลั่นกันออกไป จุดคุ้มทุนถ้าพูดในส่วนของแซทเทิลไลท์อย่างช่อง 2 สบายดี เพลินทีวี ยู แชนแนล เราเลยจุดคุ้มทุนมานานแล้ว เราสามารถสร้างกำไรได้ เพียงแต่การลงทุนครั้งนี้ในแซทเทิลไลท์คือการพัฒนาและปรับปรุง นอกจากนี้ยังลงทุนในเรื่องของสื่อการโฆษณาเพื่อการจดจำอีกด้วย เพราะวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะมีการเปลี่ยนเลขช่องใหม่ของทางกสทช. เราต้องเตรียมความพร้อมตรงนี้ ส่วนทางช่อง 8 ถามว่าคุ้มทุนหรือยัง เราต้องบอกว่าช่อง 8 เดินไปได้เป็นอย่างดี ไม่ได้ติดลบมาก และการลงทุนมากขนาดนี้เราเชื่อว่าช่อง 8 จะแข็งแรงมากขึ้นด้วย เราเชื่อว่าปีหน้าจะเห็นชัดเจนว่า ผู้เล่นรายใดจะอยู่ไหว จะอยู่ไม่ไหว เราเชื่อว่าการเติบโตของช่อง 8 จากนี้ไปจะมีเสถียรภาพขึ้นไปเรื่อยๆ การเข้ามาทำธุรกิจดิจิทัลทีวี เราก็คาดหวังว่าเราจะเป็นที่ 1
@@ หลายช่องมองว่าทางกสทช.ยังไม่สามารถเข้าถึงประชาชนในเรื่องของทีวีดิจิทัลส่งผลกระทบหลายอย่าง ทางอาร์เอสประสบปัญหาด้านนี้ด้วยหรือไม่
ผมมองกันคนละอย่างนะ ถ้ามองจากตัวเรา การบริหารทางช่อง 8 เรามาได้ดีพอสมควรและเรามีแผนการที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องของการลงทุนและรักษาผลประกอบการ สังเกตได้เลยว่าเราไม่มีแผนว่าจะต้องขาดทุนนะ และถ้าถามว่าผลกระทบที่มาจากทางกสทช. ต้องบอกอย่างนี้ว่ามองภาพรวม สิ่งต่างๆ ที่กสทช. ทำยังไม่ราบรื่นก็ต้องบอกว่ามีนะ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าการเกิดขึ้นของกสทช. และสิ่งที่กสทช. ต้องทำมันอาจจะกระทบคนหลายๆ กลุ่ม ทำเรื่องหนึ่งก็จะกระทบไปอีกคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเราเข้าใจ เพราะฉะนั้นต้องทำตามขั้นตอนไปที่ละสเต็ป
ผมเชื่อว่ามันไม่ได้แย่ไปซะทั้งหมดและต้องยอมรับว่ากสทช. ชุดนี้ก็คือชุดประวัติศาสตร์ที่ทำให้ระบบสัมปทานทีวีจบสิ้น เกิดการทำทีวีเสรีถือว่าเป็นผลงานชิ้นสำคัญ ส่วนเรื่องผลประกอบการของผู้ประกอบการมันต้องแยกออกจากกันนะ มันเริ่มมีมาพูดกันเยอะว่า บางช่องประสบปัญหาการทำธุรกิจแล้วจะไปโทษกสทช.ทั้งหมดมันจะสรุปแบบนั้นไม่ได้นะ ต้องมองว่าผู้เล่นทั้งหมดไม่ใช่ทุกคนที่ประสบปัญหา แต่ทุกคนอยู่ในสภาพเดียวกันเท่านั้นเอง
@@ ถามถึงความพึงพอใจกับเรตติ้งของช่อง 8
ถ้าดูในเรตติ้งเราอยู่อันดับที่ 4 เป็นการเติบโตที่น่าพอใจนะ ถามว่าหายเหนื่อยไหม มันหายเหนื่อยไม่ได้หรอก เพราะว่าตอนนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นเอง
@@ หลักๆ แผนการบริหารงานช่อง 8 เป็นอย่างไร
ในการแข่งขันที่เสรีขนาดนี้ แล้วจะมาขาดทุนก่อนอย่างนั้นมันก็ไม่ไหว เพราะฉะนั้นการบริหารงานของช่อง 8 ก็คือเราต้องการเรตติ้งที่สูง เพื่อเสถียรภาพ และรักษาระดับการลงทุน เราไม่ทุ่มแบบว่าหมดเนื้อหมดตัวไปเรื่อยๆ เราไม่ทำ ผลประกอบการเราค่อนข้างพอใจ และต้องบอกว่าช่อง 8 มาถึงวันนี้ได้ เร็วกว่าที่เราคิดไว้เสียด้วยซ้ำ ทุกอย่างทั้งเรตติ้งและผลตอบรับของผู้ชม รวมไปถึงเสียงตอบรับจากสปอนเซอร์
@@ การลงทุนด้านละครของทางช่อง 8 กับละคร 30 เรื่อง
เรื่องละครเราใช้เงินประมาณ 1 พันล้านบาท กับละคร 30 กว่าเรื่อง นอกจากนี้มีเรื่องของวาไรตี้และกีฬามารวมด้วย แต่หนักๆ ก็ละคร ละครช่อง 8 ที่วางไว้ตอนนี้มีหลายรสนะ พูดในเรื่องของความพร้อม เราไม่มีปัญหาในเรื่องของความพร้อม ผู้จัดละครที่มีอยู่และผู้จัดใหม่ เพียงพอมากที่จะรองรับ และช่อง 8 ได้ขยายฝ่ายละครภายในของเราอีกด้วย เพื่อจะช่วยเป็นแรงเสริมในการผลิตละครป้อนช่องอีกด้วย เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้ผลิตเอง แต่ตอนนี้ช่อง 8 มีแล้ว และตอนนี้เราถ่ายไปหลายเรื่องแล้ว เรื่องความพร้อมเต็มที่ มาถึงด้านของความหลากหลายของละครนั้น ปีหน้าจะเป็นปีที่เรามีความหลากหลายค่อนข้างมาก ถามว่ารสชาติจัดๆ ที่เป็นคาแรกเตอร์ยังมีอยู่แน่นอน เพราะว่าต้องบอกว่ามันเป็นที่นิยมและเรตติ้งมันก็ดีมากด้วย
@@ โทนละครที่เป็นแนวภาพสวยอย่าง “ผู้ชนะสิบทิศ” ยังมีอยู่ไหม
ยังมีอยู่นะ เพียงแต่ไม่ใช่ผู้จัดรายเดิมอย่าง คุญหญิงแมงมุม(ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล)ซึ่งชื่อเรื่องตอนนี้ยังไม่สรุปชื่อเท่านั้นเอง มีแนวพีเรียดที่อ้างอิงประวัติศาสตร์
@@ ก่อนหน้าทาง “โด่ง” องอาจ สิงห์ลำพอง เคยพูดว่าจะมีนโยบายในผู้จัดละครเซ็นสัญญา ณ วันนี้ความคืบความเป็นอย่างไร
คือต้องบอกว่าผู้จัดละครที่ทำให้กับช่อง 8 มีความหลากหลายเป็นฝ่ายละครของช่องโดยตรง ซึ่งพวกเขาเซ็นสัญญากับเราอยู่แล้ว อย่าง “หนุ่ม” กรรชัย และ “เมย์” ปทิดา กำเนิดพลอย “เอ๊ะ” อิศริยา สายสนั่น “น้ำฝน” กุณณัฏฐ์ กุลปรียาวัฒน์ ทำกับเรา ถามว่าเราปิดโอกาสผู้จัดละครรายอื่นไหม เราไม่ปิดนะ ใครมีละครดีๆ มาเสนอ เราก็ยินดี อย่างล่าสุดมีทางเจแอลเอสมาทำกับเราด้วย เรื่อง “แม่นาค” ในเรื่องของการพูดคุยก็พอสมควรนะ จริงๆ ไม่ได้มีแค่เรื่องเดียว มีหลายเรื่อง
@@ กับข่าวลือที่ว่าช่อง 8 ให้ค่าตอนการทำละครสูงหากเปรียบเทียบกับทีวีดิจิทัลช่องอื่นๆ
ไม่รู้ (ยิ้ม) ถูกแพงผมวัดไม่ถูก อันไหนถูก อันไหนแพง บอกอย่างนี้ดีกว่า เรามีทั้งแพงและถูก มีทั้งฟอร์มใหญ่และฟอร์มกลาง ซึ่งในปีหน้าจะมีละครฟอร์มใหญ่เยอะนะ พูดถึงราคาในการทำต่อตอนเราไม่สามารถสรุปออกมาได้จริงๆ มันต้องดูหลายๆ อย่าง
@@ ละครช่อง 8 ตัวนักแสดงมักถูกพูดถึงว่า “หน้าช้ำ” เล่นหลายเรื่องมากเกินไป
ต้องบอกอย่างนี้นะ ในการที่เราทำทีวี สิ่งที่ผมสนใจมีอยู่ 2 อย่าง ที่สนใจที่สุดก็คือเรตติ้ง และอันที่ 2 ก็คือเสียงตอบรับจากสปอนเซอร์ ผมไม่เคยสนใจเลยว่าคนจะพูดอย่างไร อีกหน่อยพอเราทำละครเยอะ คนก็จะมาพูดอีกว่า ดาราเราหน้าใหม่ ผมมองว่ามันเป็นคำชมก็ได้ มันแล้วแต่เราจะมอง มันเหมือนที่เราทำเพลงมา ตลอดชีวิตมีแต่คนวิพากษ์วิจารณ์ เพลงร้องไม่ได้ ไม่เพราะ พูดไม่ชัด ผมบอกว่าไม่เป็นไร เราทำงานให้กับสาธารณะ เราต้องรับฟัง แต่ในฐานะของผู้บริหาร เราฟังหมดแต่จะเอาทั้งหมดมาคิดไม่ได้ เราให้ความสำคัญกับเสียงที่มีความสำคัญจริงๆ วันนี้ผมว่าถ้าเรตติ้งดี แต่มีเสียงที่คนอาจจะไม่ชอบ เราไม่สามารถทำอะไรได้ เราจะให้ทุกคนมาชอบเราทั้งหมดไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดา ดาราอาร์เอสหน้าจะช้ำไหม สุดท้ายในการทำละคร เราต้องวางคนของเราก่อน ไม่ใช่เรื่องแปลก ต่อมาก็มาดูกันที่เรื่องของความเหมาะสม
@@ ในปีหน้าจะได้เห็นนักแสดงที่มาร่วมงานหลากหลายขึ้นไหม
มันก็ต้องมีอยู่แล้ว เพราะว่าเรามีละครเยอะมาก นอกจากนี้เรายังมีดาราใหม่ที่เราเซ็นเข้ามาด้วย ตอนนี้กำลังฝึกให้ได้ชั่วโมงบินก่อน
@@ พูดถึงจำนวนเด็กใหม่ที่มาเซ็นสัญญา
เยอะนะ เดี๋ยวจะมาเรื่อยๆ แต่ความแตกต่างของเรา ซึ่งไม่เหมือนกับช่องอื่นก็คือเราไม่ได้เซ็นมาเพื่อเก็บตัวไว้นะ นี้เป็นนโยบายที่คุยกับโด่งเลยว่า เด็กทุกคน ไม่ว่าเด็กที่เราสร้างมาเอง หรือดารามาเซ็นสัญญากับเรา ทุกคนต้องมีงานอย่างต่อเนื่อง อย่าให้เป็นลักษณะที่กวาดและเก็บเด็ก แล้วไม่มีงาน ซึ่งบางช่องทำ แต่เราไม่ทำเท่านั้นเอง เพราะสุดท้ายมันจะเป็นปัญหาในการจัดการระยะยาว
@@ ช่อง 8 เปฺ็นช่องที่ไม่มีการซื้อคอนเทนท์จากต่างประเทศ
ผมเชื่อว่า โลคอลคอนเทนท์มีความสำคัญและถูกใจคนที่ดู การซื้ออาจจะมีข้อดี แต่อาจจะไม่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายของเราจริงๆ เพราะฉะนั้นโลคอลคอนเทนท์จึงตอบโจทย์ได้มากกว่า



