
เยี่ยมญาติ(2)
เยี่ยมญาติ(2) : เล่นหูเล่นตา โดยเจนนิเฟอร์ คิ้ม
แม้เราจะเกิดมาคนเดียวและตายไปคนเดียว ระหว่างที่มีชีวิตอยู่บนโลกก็ไม่มีใครอยากจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียวจริงๆ เราทุกคนต่างต้องการความรักและกำลังใจจากคนรอบข้าง คนที่รัก เข้าใจ และผูกพันกัน ต่อให้ไม่ได้มี “สายเลือด” เกี่ยวพันกัน เราก็นับว่าเป็นญาติได้ด้วย “หัวใจ” ที่ห่วงใยกัน ... “ญาติ” ในความหมายของฉันเกิดจากการคัดสรรของฉันเอง ไม่ได้เป็นไปโดยสายเลือด มารยาท หรือธรรมเนียมปฏิบัติ โบราณว่าไว้ “เลือดข้นกว่าน้ำ” ความผูกพันโดยสายเลือดนั้น “สตรองงงงงง” ... (แข็งแรง) เสียยิ่งกว่าสิ่งใด มันจะมีความหมายอะไรหากญาติกันไม่สนใจกันต่างคนต่างอยู่ อย่ากระนั้นเลยหา “ญาติใหม่” ให้สบายใจจะดีกว่ามั้ยคะคุณ? เมื่อมีโอกาสจะไปมาหาสู่กันเราก็จะไปโดยไม่ลังเล
ญาติผู้ใหญ่ที่อาวุโสที่สุดของฉันคือ “คุณแม่ดาวเรือง” ท่านอายุ 88 ปี แต่ก็ยังแข็งแรงดีแม้จะช้าลงไปบ้างก็เป็นไปตามสังขารที่ล่วงเลยแต่กำลังใจนั้นเต็มเปี่ยม คุณแม่เป็นคนชอบสังคม ชอบพูดคุย และท่องเที่ยว ที่สำคัญรักสวยรักงามยิ่งชีวิต ก็คงเป็นธรรมดาของคนสวยมาตั้งแต่เกิด ดูจากภาพขาวดำที่แขวนไว้ข้างฝาในวัยสาวช่างงามปะล้ำปะเหลือ (มากมาย) ทุกวันนี้จะไปไหนมาไหนคุณแม่ก็ยังพิถีพิถันในเรื่องการแต่งตัวซึ่งถูกกาลเทศะและงดงามสมวัยสมกับเป็นสตรีชาวเหนือที่มี ชาติตระกูลแถมเอคเซสเซอรี่ ครบชุด ทั้งสร้อย แหวน ปะวะหล่ำกำไล วันไหนคุณแม่นุ่งผ้าซิ่นจะงามยิ่งนัก แว่นตาแบรนด์เนมที่เอาไว้ใส่กันแดดนั้นตั้งร้านขายได้เลย ว่าด้วยเรื่องความงามคุณแม่ทุ่มสุดตัว เห็นเสื้อสวยๆ ถูกใจ คุณแม่เหมาซื้อมาครบทุกสี แล้วกลับมาบ่นกับคนที่บ้านว่า “ซื้อมาเยอะแยะไม่รู้จะได้อยู่จนใส่ครบรึเปล่า?”
ช่างเถอะค่าคุณแม่ เอามาครอบครองมองให้สบายใจจะใส่ไม่ใส่ก็อีกเรื่อง ความที่อายุขึ้นเลข 8 ทำให้ผิวพรรณที่งดงามเกิดตกกระไปตามวัย (วัยตกกระ) วันหนึ่งคุณแม่นั่งรถเข็นไปเที่ยวห้างไฮโซในเมืองผ่านคลินิกเสริมความงาม คุณแม่บอกให้เข็นรถเข้าไปข้างใน พนักงานเดินเข้ามารับลูกค้า น้องน้อยที่เข็นรถคุณแม่ถามพนักงานว่า “ที่นี่รักษากระรึเปล่าคะ?” พนักงานตอบว่า “มีค่ะ ... คนไหนจะทำคะ?” น้องน้อยชี้ไปที่คุณแม่ที่นั่งยิ้มประพิมพ์ประพายอยู่บนวีลแชร์ พนักงานชะงักไปนิดหนึ่งแล้วเรียนลูกค้าไปเบาๆ ว่า ... “รุ่นคุณยายหมอไม่รับทำให้ค่ะ” คงจะเกรงว่าจะน็อกตั้งแต่ทายาชาที่หน้าให้แล้วมั้ยคะคุณยาย! ... ในโลกนี้มี 2 สิ่งที่ไม่มีวันแก่ “ความริษยา” และ “ความรักสวยรักงาม” ฉันชอบคนที่ดูแลรักษาความสวยความงามของตัวเอง ขนาดแม่ฉันอายุ 60 กว่า ยังฉีดโบท็อกซ์จนหน้าตึงเป๊ะ! ผัวตายไปแล้วไม่รู้จะแต่งตัวให้ใครดู ก็แต่งให้ตัวเองดูตอนส่องกระจก! ... เฮ้อ! ... เอาที่แม่สบายใจละกัน
ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่ฉันมาเชียงใหม่ มาเยี่ยมคุณแม่ดาวเรืองพูดคุยนั่งกินขนมเสร็จก็เข้าเช็กอินในรีสอร์ทเล็กๆ ในบริเวณอันกว้างขวางหลายไร่ของคุณแม่ที่พี่อ้อย (ลูกสาวคุณแม่) แบ่งไปทำเป็นส่วนที่พัก ร้านกาแฟ และเบเกอรี่ในสวน ยังเหลือที่อีกมากมายบนพื้นที่เขียวขจีที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปี ตอนนี้สร้างเสร็จจนพร้อมเข้าพักได้ 2 ตึก ตึกแรกมี 2 ชั้น ชั้นละ 2 ห้อง แต่ละห้องตกแต่งไม่เหมือนกัน มองจากประตูกระจกออกมามีบรรยากาศของบ้านสวนที่ซ้อนอยู่ในสวนอีกที ร่มรื่นและน่าอยู่เป็นที่สุด จนคุณสีเกด ผู้จัดการบอกว่า อยากนอนเล่นอ่านหนังสือตอนกลางวัน ซึ่งไม่ใช่ภาพที่ฉันมองเห็น พอนางจับหนังสือปุ๊บนางก็หลับปั๊บ นางไม่เคยอ่านหนังสือได้เกิน 1 หน้า ในห้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันแบบไฮโซไม่ใช่บ้านๆ แม้ฉันจะเป็นคนชอบกินอาหารข้างถนน (ขอแค่อร่อย) แต่เรื่องที่พักฉันชอบห้องกว้างๆ ตกแต่งดีๆ ห้องน้ำกว้างๆ แยกส่วนแห้งออกจากส่วนเปียก ที่นอนต้องกว้างๆ นุ่มๆ หมอนหนุนต้องมีให้ 2 ใบใหญ่ๆ (บางที่มีให้ถึง 4 ใบ อันนั้นยิ่งชอบใหญ่) เป็นหมอนคุณภาพดี เส้นใยมันถึงจะยืดหยุ่นดี ผ้านวมก็ต้องอย่างดีไม่งั้นแอร์มันจะทะลุผ้าเข้ามา (จะ
นอนขดเป็นหมาทั้งคืน!)
ผ้าม่านต้องเป็นแบบบังแดดมืดสนิท เพราะตอนนอนฉันเหมือนผีดิบจีน ห้ามมีแสงลอดเข้ามา (เยอะ!) ที่นี่ Nest Cafe โทรศัพท์ 08 3947 7232 ที่อยู่ 180 หมู่ 1 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ Facebook : Nest Maerim ChiangMai ด้วยฝีมือการเลือกสรรทุกสิ่งโดยพี่อ้อย คนที่รักความสมบูรณ์แบบขนาดนี้แล้ว จึงเป็นที่ที่ฉันโปรดที่สุดที่หนึ่ง ซึ่งเกิดใหม่ในเชียงใหม่ พี่อ้อยกำลังขยายจำนวนห้องออกไปตาม “อารมณ์ศิลปิน” ของนาง นางไม่ชอบทำอะไรลวกๆ นางต้องวางแผนอย่างดีที่สุด ... อีกตึกที่พี่อ้อยตั้งใจให้เข้าพักแต่ฉันไม่เข้าพักเพราะบรรยากาศมันช่างฮันนีมูนเกิ๊น คือ เรือนโบราณแบบล้านนา จากเตียงที่นอน 2 คน กับห้องน้ำที่ดูโรแมนติก มันไม่ควรอยู่คนเดียวต้องหาผู้ชายหน้าตาดีมาอยู่ด้วยสักคืน (เฮ้ย! สักคน) ทางขึ้นบันไดเป็นปูนสีขาวปูกระเบื้องแผ่นลายหลากสีของตุรกี มีระเบียงส่วนตัวไว้ให้นั่งจิบไวน์จู๋จี๋กัน จะอยู่ระเบียงหรือแช่น้ำอุ่นในอ่างที่นั่งได้ 2 คนก็แล้วแต่ (มันไม่ใช่ฉัน) ชั้นล่างเป็นล็อบบี้เล็กๆ น่ารัก มีความเป็นเชียงใหม่แบบโมเดิร์นเอาไว้เช็กอินก่อนเข้าพัก มีเบเกอรี่และกาแฟให้นั่งทานตามซุ้มในสวนดูเป็นส่วนตัว อากาศเย็นและชื้น มอสสีเขียวขึ้นทั่วบริเวณเหมือนปูพรม ต้นไม้ที่นี่หนาแน่นมาก อากาศเหมาะบรรยากาศเหมาะเข้าหน้าหนาวแล้ว
ใครจะรอก็รอ ฉันไม่รอ มาก่อนนอนก่อน แล้วยังมีห้องออกกำลังกายเล็กๆ มีลู่วิ่งแบบทันสมัย (วิ่งรอบบ้านคุณแม่ดาวเรืองก็หอบแดรกแล้วมั้ยคะคุณ?) มีสระว่ายน้ำ หรือจะกินอาหารเช้าริมสระว่ายน้ำก็เก๋ไปอีกแบบ เช้าวันแรกฉันตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวหอมกลิ่นไอดินและต้นไม้ยามเช้า ได้ยินเสียงนกร้อง ถ้ากรุงเทพฯ เป็นแบบนี้คนกรุงเทพฯ จะมีอายุยืนขึ้นหลายปี ห้องน้ำปูนเปลือยโชว์กระเบื้องชิโนโปรตุกิส อีกฝั่งทั้งโคมไฟ กระจกในห้องน้ำ บ่งบอกว่าเจ้าของคนตกแต่งที่นี่เป็นคนละเมียดทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย แม้แต่โถส้วมก็เป็นรุ่นใหม่คุณภาพสูง เป็นคุณบัวคลี่อย่างมีความสุขทุกครั้งที่ขับถ่าย เบาเนื้อเบาตัว กระเพาะว่าง ลำไส้โล่ง ปอดสะอาดเพราะอากาศดี๊ดี ตอนเช้าแบบนี้ต้องกินให้หนัก! ... พนักงานที่พี่อ้อยอบรมเองกับมือ เข้ามาดูแลฉันถามว่าจะรับกาแฟก่อนรึเปล่า? เอิ่ม ... ท้องว่างๆ แล้วฟาดกาแฟมีหวังเป็นนางบัวคลี่ทั้งวัน ขออะไรรองท้องก่อนจะดีกว่า ... ว่าแล้วนางก็จัดอาหารมายิ่งกว่า “ขันโตก” เมืองเหนือ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เอ่อ ... คุณคะ ... ขนมาขนาดนั้นจะกินหมดได้ยังไง?
โปรดติดตามตอนต่อไป



