
ขบคิดขีดเขียน:เมื่อชะนีต้องยกเหล็ก
03 พ.ย. 2558
เมื่อชะนีต้องยกเหล็ก : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
ช่วงที่ผ่านมา หญิงยศพาตัวเองไปเข้าคอร์สออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มเติม เพราะลำพังกายกรรมที่เล่นนั้น มันเป็นสายที่เรียกว่า Functional คือการเทรนกล้ามเนื้อ “เพื่อ” ใช้งานจริงๆ เราห้อยโหนโจนทะยาน เรายกร่างขึ้นไปในอากาศ เราตีลังกากลับหัว เราหมุนตัวลอยละลิ่วลงมา เราเทรนการใช้งานของกล้ามเนื้ออย่างหนัก โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่ารูปร่างหน้าตาของกล้ามเนื้อนั้นจะเป็นอย่างไร อย่างที่เคยพูดไว้ว่า หญิงยศและเพื่อนพ้องในสตูดิโอกายกรรมไม่เคยมีใครพูดถึงซิกแพ็ก ไม่เคยมีใครแต่งตัวโชว์ร่าง (เพราะผ้ามันจะบาด) พวกเราเป็นกลุ่มคนที่แต่งกายมิดชิดและกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ใช่เพราะหิวหรอกนะ (จ้ะ!!!) ก็หิวด้วยนั่นแหละ แต่การเล่นกายกรรมนั้น ถ้าเราทานอาหารไม่เพียงพอ เราจะปวดกล้ามเนื้อมาก เรียกว่ากลางคืนคือนอนบิดกันเลยทีเดียวค่ะ เพราะฉะนั้น พวกเราก็เลยใส่ใจกับการเทรนกล้ามเนื้อ ยืดเหยียด ทานให้พอ นอนให้หลับ และนวดแก้อาการกันไปเป็นประจำเท่านั้นเอง กล้ามเนื้อไม่ว่าจะที่แขนหรือขา หรือหน้าท้องมันก็มาของมันเองค่ะ เรามีกล้ามเนื้อที่กระชับและเป็นเส้นสวยงาม บางคนนี่ถึงกับร่างเปลี่ยนไปเลย ซิกแพ็กแน่น แขนเป็นเส้นสวยงาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทันก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วยเช่นกัน บางคนเป็นสายกล้ามเนื้อก็มาเร็วหน่อย บางคนเป็นสายตัวกลม ตัวนิ่มก็มาช้าไปบ้าง หญิงยศน่าจะอยู่ในประเภทหลัง เพราะต่อให้เล่นหนักแค่ไหน กล้ามเนื้อก็มาเป็นส่วนๆ เท่านั้น แต่ไม่ได้มาเป็นกล้ามใหญ่ ซิกแพ็กซะขนาดนั้น จนวันหนึ่งครูเล้งของหญิงก็พูดออกมาว่า “ผมว่าพี่จ๋าน่าจะเทรนเวทเพิ่มนะครับ”
เวทเทรนนิ่ง คือสิ่งที่หญิงยศไม่เคยคิดว่าจะเฉียดกรายเข้าไปใกล้ ไม่เข้าใจตรรกะ ไม่รู้ว่าจะหาความสนุกจากไหน แต่ในเมื่อครูถึงกับออกปาก ก็เลยคิดว่า “เอาวะ” ลองดูสักทีก็ได้ หันซ้ายหันขวาถึงได้รู้ตัวว่า อุ๊ยตาย เขาเวทเทรนนิ่งกันอย่างกว้างขวางทีเดียว! เริ่มจากกาละแมร์เพื่อนรักที่ตอนนี้ตัวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หมวยชมพู่ อารยาที่งานซิกแพ็กน่าจะอลังการที่สุดในโมงยามนี้ เออ เราก็มองพลางชื่นชม แต่ยังไงก็ยังไม่เห็นทาง ได้แต่ถอนหายใจพรืดแล้วหันหัวกลับมาบ้าน เจอะเข้ากับสามีที่เดินจั๊กกะแร้...บวมเป็นก้ามปูเข้ามา พอบอกว่าครูสั่งว่าอะไร สามีก็บอก “ก็มาเทรนที่เดียวกะพี่จิ จะได้เทรนด้วยกัน”
เออก็ดีนะ เพราะเอาเข้าจริงๆ เราสองคนออกกำลังกายเยอะๆ ก็ต้องแยกกันไปคนละสาย บางทีหญิงเทรนกายกรรมเสร็จห้าทุ่ม คุณสาก็หลับไปแล้ว บางทีหญิงตื่นสาย คุณสาก็ต้องออกไปเทรนแล้ว งั้นก็เทรนด้วยกันไปเลยละกัน อย่างน้อยเทรนเสร็จก็ได้กินข้าวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน หญิงยศคิดแค่นั้นจริงๆ เพราะสุดท้ายยังไงก็คงต้องเอากายกรรมเป็นหลัก
วันต่อมาสามีก็พาไปสมัครได้เจอกับน้องตี๋ @teetee_athlete1 ผู้ซึ่งครองตำแหน่ง Mr. Thailand Champion และเป็นเทรนเนอร์ของสาด้วย ขุ่นแม่ขาาาา เจอครั้งแรกตกกะใจ!! นี่มันคนหรือกัปตันอเมริกา?!?!? โอ๊ยตายตายตาย หัวใจจิวาย คนอะไร ร่างกายน่าเอาไปเรียนอะนาโตมี คือกล้ามเนื้อมีส่วนไหนในร่างกาย มันแสดงออกมาชัดไปหมดทุกเส้นทุกมัด น้องตี๋เดินตัวใหญ่เข้ามาแต่หน้าตายิ้มแย้ม แถมเวลาพูดก็ซอฟท์ๆ ขัดกับกล้ามแขนเหลือเกิ๊น แต่ก็เอาวะ ชะนีรู้สึกอุ่นใจ เทรนก็เทรน! เป็นไงเป็นกัน ลองดูมันสักตั้ง!!
เราเริ่มต้นวันแรกด้วยการเทรนขา... เช้าวันต่อมาหญิงยศเดินลงบันไดไม่ได้ ผ่านไปอีกหนึ่งวันก็ยังลงไม่ได้!!! โห้ยยยยยย เดี๋ยว นี่มันอะไรกัน ฉันแข็งแรงนะยะ!!! สามีผู้ยืนรออยู่ตีนบันไดหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เออนะ เราเทรนการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กจากกายกรรม แต่กล้ามเนื้อมัดใหญ่นั้นเราพยายามเลี่ยงเพราะกลัวว่ามันจะทำให้ร่างกายยืดหยุ่นได้ไม่เต็มที่ อีกวันพอเดินเข้าสตูกายกรรม ครูเล้งก็หัวเราะเยาะเหมือนสามีเลย แต่ก็บอกว่า “ดีแล้วครับ ทำต่อไป”...
หญิงยศเวทเทรนนิ่งเพิ่มเติมมาได้สองเดือนควบคู่กับการเล่นกายกรรม สองอย่างนี้คือการออกกำลังกายชนิดที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง การเล่นกายกรรมคือการเทรนกล้ามเนื้อมาเพื่อ “ใช้” แต่เวทเทรนนิ่งเราทำเพื่อ “ปั้น” กายกรรมคือ Functional ในขณะที่เวทเทรนนิ่งคือ Cosmetic แต่เมื่อสองอย่างมารวมกัน มันกลับช่วยส่งเสริมกันและกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ เวทเทรนนิ่งเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการปั้นนั้น เราก็ต้องปั้นกันให้สุดทาง นั่นหมายถึงการคุมตารางอาหารด้วย!! น้องตี๋ส่งตารางอาหารของสิ่งที่หญิงยศควรทานและควรหยุดทานมาให้ และกำชับว่า ดีที่สุดคือทำอาหารทานเองนะครับพี่ ... พ่อคุณเอ๊ย ตั่ลล้ากกกกกก
สำคัญที่สุด หญิงยศว่าสำคัญที่เทรนเนอร์ หญิงยศได้เทรนเนอร์ที่เรียกว่าเก่งที่สุดในทั้งสองทาง คือครูเล้งและน้องตี๋ สองคนนี้คล้ายๆ อาหารที่เราเลือกทาน คือเป็นอาหารที่ดีที่สุด แต่กลับไปทำให้ร่างกายเราบวมพอง คนเก่งที่สุดทั้งสองคนนี้เป็นคนง่ายๆ ไม่โหวกเหวก ไม่อวดตัว ทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างดี มีวินัย ว่างๆ ก็เทรนตัวเอง เพื่อให้ร่างกายของตัวเองดีที่สุด
หญิงยศถามน้องตี๋ว่าบังคับตัวเองให้เทรนได้อย่างไร ในเมื่อมันโคตรจะเหนื่อย น้องตี๋ยิ้มๆแล้วก็ตอบว่า “เวลาแข่งผมก็อยากชนะ ผมชอบอ่ะพี่ ถ้าเราอยากชนะคนอื่นเราก็ต้องบ้ากว่าคนอื่น” ตลอดเวลาที่น้องพูดตาน้องเป็นประกายวิบๆ เหมือนเวลาที่หญิงยศคุยกับครูเล้งเรื่องกายกรรม มันมีไฟอยู่ในดวงตานั้นค่ะ หญิงยศไม่สามารถอยู่กับคนที่หลงประเด็น หรือทำงานกับใครที่ไม่มีความกระหายอยากได้ เรารับพลังจากคนใกล้ๆ ตัว และทุกวันนี้ เวทเทรนนิ่งก็กลายมาเป็นเรื่องสนุกได้ เพราะเราได้เทรนกับคนที่รักมันจริงๆ
อย่างที่ตี๋ว่าเราต้องบ้ากว่าคนอื่น!! คนบ้าก็อยู่กับคนบ้านี่แหละดีแล้ว
อ่อ และที่สำคัญทางเราได้ทานข้าวกับสามีบ่อยขึ้นด้วย ถือว่าเป็นโปรโมชั่นที่ดี
คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังว่าโดนคุมอาหารอย่างไร และทำไมน้ำหนักถึงลดทั้งๆ ที่ไม่ได้อดอาหารเลย!!!
#ไปยกเหล็กก่อนนะ
........................................
(หมายเหตุ ‘เมื่อชะนีต้องยกเหล็ก’ : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



