บันเทิง

เรียนรู้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายกับผู้หญิงสไตล์‘น้ำตาล’

เรียนรู้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายกับผู้หญิงสไตล์‘น้ำตาล’

31 ต.ค. 2558

เรียนรู้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย กับผู้หญิงสไตล์ ‘น้ำตาล-พิจักขณา’ : บันเทิงวันเสาร์

 
          เป็นนักแสดงสาวที่มีผลงานออกมาให้ยลอย่างต่อเนื่อง แถมแต่ละเรื่องได้ประกบคู่กับพระเอกแถวหน้าแทบทั้งนั้น และละครเรื่องล่าสุดก็ได้ประกบกับหนุ่มอบอุ่นมาดคุณชาย “โป๊ป” ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ในละครเรื่อง “สะใภ้จ้าว” งานนี้ “คม ชัด ลึก” เลยไม่พลาด คว้าตัว “น้ำตาล” พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ มาพูดคุยให้ได้รู้จักสาวคนนี้ให้มากยิ่งขึ้น 

 
**ว่าด้วยเรื่องผลงาน**
@ กับละครเรื่องล่าสุดอย่าง “สะใภ้จ้าว”
          ถือเป็นละครพีเรียดเรื่องแรก สนุกดีนะเพราะตาลไม่เคยถ่ายละครพีเรียดมาก่อน พอได้มาเล่นละครเรื่องนี้ ถือว่าเป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถของเรามาก ส่วนตัวแล้วตาลเป็นคนที่ชอบละครพีเรียดอยู่แล้ว ชอบดูการแสดง ดูฉาก ดูอะไรที่เราไม่เคยเห็น คือเราเกิดไม่ทันไง ก็จะได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากละคร พอวันหนึ่งได้แสดงเป็นคนในยุคนั้นจริงๆ รู้สึกดีใจมากๆ อยากบอกว่าแฮปปี้มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้า หน้าผม เพราะในเวลาปกติเราคงไม่มีโอกาสได้มาแต่งตัวอะไรแบบนี้ พอมีโอกาสได้แต่งตัวแบบคนสมัยก่อนก็ทำให้รู้สึกว่าคนสมัยก่อนเขาทำผมเยอะกว่าสมัยปัจจุบันเสียอีก สมัยเราเวลาทำผมก็จะชิลๆ แต่สมัยก่อนมีทั้งม้วนผม ดัดผม ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงคาแรกเตอร์ของเราด้วย
 
 
@ เรื่องนี้ได้แสดงร่วมกับ “โป๊ป” ธนวรรธน์ เป็นอย่างไรบ้าง
          ที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นพี่โป๊ปในมาดคุณชายเสียส่วนใหญ่ แต่พอได้ร่วมงานกันแล้ว รู้เลยว่าพี่โป๊ปเป็นคนที่สนุกสนานและร่าเริง ชอบแกล้งคนไปเรื่อยๆ ในกองเราก็มีโดนบ้าง แต่ก็ไม่มากหากเทียบกับคนอื่น นานๆ ก็จะโดนแกล้งสักที ในกองเวลามีฉากต้องเข้าด้วยกัน ตอนซ้อมก็จะมีทำท่าตลกๆ บ้าง เพื่อให้อีกฝ่ายหลุดขำ แต่พอถึงเวลาถ่ายทำจริงก็จะค่อนข้างจริงจัง เพราะพี่เติม (ชนินทร ประเสริฐประศาสน์) ผู้กำกับการแสดง จะเป็นคนที่จริงจังเกี่ยวกับบทบาทและไดอะล็อกของตัวละครค่อนข้างมาก กับน้องณิชา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) ก็เป็นคนเหนือเหมือนกัน เรามีลักษณะนิสัยคล้ายกัน ทำให้จูนกันง่าย และน้องเขาเป็นคนน่ารัก และมีความพยายามที่จะพัฒนาตัวละคร ทำให้รู้สึกว่าชอบเด็กคนนี้ เพราะหน้าตาน่ารัก และนิสัยแมนๆ เหมือนกันด้วย (ยิ้ม)
 
 
@ คาดหวังกับละครเรื่องนี้มากแค่ไหน
          เราคาดหวังกับผลงานทุกๆ ผลงาน เพราะเราก็ตั้งใจพัฒนาบทบาท พัฒนาคาแรกเตอร์ตัวละคร ให้มันดี ความจริงละครเรื่องสะใภ้จ้าว ตาลเองก็ทำการบ้านค่อนข้างหนักอยู่เหมือนกัน และคุยกับพี่เติมว่า อยากให้ละครออกมาทิศทางไหน และพยายามทำการบ้านเรื่องไดอะล็อก เพราะเคยมีไดอะล็อกที่เราต้องคุยกับพี่โป๊ปคนเดียว 2-3 หน้า แถมเป็นซีนอารมณ์แบบยาวๆ เรารู้สึกว่าเราค่อนข้างจะเต็มที่กับละครเรื่องนี้ก็เลยต้องคาดหวังกันบ้าง
 
 
@ อุปสรรคในการถ่ายทำมีอะไรบ้าง
          โดยส่วนตัว ตาลจะเจออุปสรรคเกี่ยวกับเรื่องสายตามากกว่า เพราะตาลเป็นคนที่สายตาสั้นมาก แต่ละครั้งเราต้องใส่คอนแทคเลนส์เกิน 12 ชั่วโมง ก็จะทำให้มีปัญหาทางด้านสายตา ประกอบกับตอนนี้มีสายตาเอียงเพิ่มขึ้นมา ทำให้ค่อนข้างลำบาก พอตกกลางคืนตาจะเริ่มแดง เพราะใส่คอนเแทคเลนส์เป็นเวลานาน ก่อนหน้านี้เคยคิดจะไปทำเลสิกเหมือนกัน แต่มีหลายๆ คนบอกว่าให้รอจนอายุ 25 ปีก่อน เพราะตอนนั้นสายตาน่าจะคงที่มากกว่านี้ ซึ่งในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ตาตาลสั้นแบบก้าวกระโดดมาก จากสั้น 400  ตอนนี้สั้น 500 กว่าแล้ว แต่ไม่อยากเสี่ยงทำตอนนี้ เพราะยังต้องถ่ายละครอยู่ ส่วนปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ ก่อนหน้านี้ตาลเคยรับละครพร้อมกัน 2 เรื่อง ทำให้มีปัญหาเรื่องการแยกตัวละคร บางทีเราก็ต้องทำสมาธิเยอะหน่อย
 
 
**ว่าด้วยตัวตนแบบน้ำตาล ในวงการบันเทิง**
@ น้ำตาลคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน 
          เมื่อก่อนตาลเป็นคนที่เซ็นซิทีฟกับคำพูดของคน เราทำใจไม่ได้ที่วันหนึ่งเราต้องมารับฟังสิ่งที่ดีและสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ ช่วงนั้นยอมรับว่ารู้สึกแย่ ที่เราอ่อนไหวมากขนาดนั้นอาจเป็นเพราะเราไม่ได้อยู่กับครอบครัว เพราะคุณพ่อคุณแม่ก็อยู่ที่แพร่ ส่วนตาลอยู่กรุงเทพฯ  แต่วันนี้เรารู้สึกเข้มแข็งและเติบโตมากขึ้น ตาลมองว่าใครจะมาวิจารณ์เราก็ได้ มันเป็นเรื่องปกติมาก เพราะตอนนี้เราเป็นบุคคลสาธารณะไปแล้ว ตาลโชคดีที่ไม่ค่อยมีข่าวเสียหาย แม้บางครั้งจะมีบางข่าวที่อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจเราบ้าง เวลานั้นก็ต้องใช้ธรรมะเข้ามาควบคุมจิตใจบ้าง เพราะเราไม่สามารถเลือกฟังหรือเลือกอ่านแต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีได้ ครั้งหนึ่งตาลได้มีโอกาสเจอกับท่าน ว.วชิรเมธี (พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี) ท่านบอกว่า คำว่าปลง ปล่อย วาง สามารถใช้ได้กับทุกอย่าง เพราะคนบางคนพิมพ์ด่าเราในอินเทอร์เน็ต เขาพิมพ์เสร็จแล้วเขาก็ไป เขาไม่ได้สนใจว่าเราจะมาอ่านหรือจะรู้สึกอย่างไรกับข้อความของเขา หากเราปล่อยวางก็จบ 
 
 
@ มีกังวลเรื่องความสวยงามบ้างไหม
          ตอนนี้เริ่มกังวลบ้างแล้ว แต่ก่อนอาจจะไม่ค่อยทาครีมกันแดดเลย เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องพึ่งครีมเหล่านี้ แต่ตอนนี้ต้องดูแลตัวเองมากยิ่่งขึ้น เพราะในเมื่อเราเป็นนักแสดง ตาลเชื่อว่าผู้ชมทุกคนต้องการชมนักแสดงที่สวยและก็หล่อ นอกจากจะต้องพัฒนาเรื่องการแสดงแล้ว ในเรื่องความสวยความงามเราก็ต้องพัฒนาและดูแลเหมือนกัน เมื่อก่อนไม่เคยเข้าสปา ทำเล็บ ไม่ทำอะไรสักอย่าง เพราะรู้สึกว่าเกินตัวและฟุ่มเฟือยเกินไป เดี๋ยวนี้ก็ต้องมีไปทำบ้าง แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราก็ควรให้ความสำคัญ ส่วนเรื่องการแต่งกาย ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก ตาลเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนรักเรา บางคนอาจจะรักเราด้วยคาแรกเตอร์ของตัวละคร แต่ถ้าเขาได้มารู้จักเราจริงๆ แล้วเขาก็จะรักเราในแบบที่เราเป็น ตาลเชื่อว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อจะเอาใจใครสักคน มันทำได้ไม่นาน คนเรารักกันและจะรักกันตลอดไปได้ ต้องรักกันที่ตัวตนของคนคนนั้น ไม่ใช่รักแค่สิ่งที่ชอบ แต่ต้องรักในสิ่งที่เขาแตกต่างจากตัวเราด้วย
 
 
@ เด็กช่อง 3 เยอะ หวั่นบ้างไหม
          ตาลว่าเป็นวัฏจักร เป็นเรื่องปกติที่เก่าไปใหม่มา อาจจะมีคนเข้ามาเยอะ ที่ตรงนี้มันเหมือนความฝันมันเป็นโอกาสซึ่งทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้ามา มันอยู่ที่ว่าใครจะมีวิธีการดูแลรักษาในสิ่งที่ได้มาได้นานแค่ไหน ในส่วนของตาล ถ้าถามว่ารู้สึกอะไรบ้างไหม ที่มีน้องๆ เข้ามา ตาลดีใจนะที่มีคนเข้ามาวงการนี้ มาช่วยกันพัฒนาให้วงการบันเทิงพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก่อนเราก็ไหว้ทุกคน ตอนนี้ก็เริ่มมีน้องๆ มาไหว้เราบ้าง เราก็เข้าใจ ตาลว่าเด็กสมัยนี้มีความคิด เราก็ยินดีกับคนที่ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง
 
 
@ ระยะหลังๆ นักแสดงอายุน้อยๆ รับบทพ่อแม่มากขึ้น ยึดติดไหมว่าเราต้องแสดงบทนำ
          ตาลว่าบทบาทต่างๆ อยู่ที่ลุคและคาแรกเตอร์ตัวละครมากกว่า ตาลเองคงจะไม่ได้แสดงในบทที่เท่ากับอายุตัวเอง หรือจะรับแต่บทเด่นๆ เสมอไป เมื่อก่อนหลายคนอาจมองว่าตาลเหมาะกับบทดราม่า แต่ตอนนี้ตาลก็พยายามพิสูจน์ว่าเราสามารถเล่นบทอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นบทบู๊หรือคอมเมดี้ ตาลเชื่อเสมอว่าถ้าเราไม่หยุดพัฒนาตัวเองโอกาสก็จะเข้ามา แต่ไม่ใช่รอโอกาสอย่างเดียว แต่เราต้องพิสูจน์ตัวเองด้วย
 
 
**ความสัมพันธ์กับครอบครัว** 
@ มาทำงานกรุงเทพฯ ที่บ้านเป็นห่วงมากแค่ใหน
          เป็นห่วงนะ เพราะตาลเป็นลูกสาวคนโตและมีน้องชายอีกคน ด้วยความที่เราไม่เคยห่างกับคนที่บ้านมาก่อน ไกลสุดคือตอนที่เราไปเรียนที่เชียงใหม่ แต่วันนี้ตาลต้องอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว มันทำให้รู้สึกว่าเราห่างไกลกัน แม้จะห่างกันแต่เทคโนโลยีก็สามารถทำให้เราเห็นหน้ากันได้มากขึ้น อย่างตอนนีิ้ตาลก็มีซื้อโทรศัพท์มือถือให้คุณพ่อคุณแม่และน้อง ถ้าคิดถึงกัน เราก็มีกรุ๊ปไลน์ แมสเสท สไกป์ ไลน์ และวิดีโอคอลหากัน ซึ่งตาลจะโทรหาคุณพ่อคุณแม่ทุกวัน ยกเว้นบางครั้งที่ติดงานไม่ได้โทรหา ซึ่งท่านก็เข้าใจและไว้ใจเรา ถ้ามีวันหยุดยาวก็จะกลับบ้านไปหาท่านบ้าง ด้วยความที่คุณปู่และคุณตาของตาลเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน ทำให้ตาลรู้สึกว่าชีวิตคนเรามันสั้น ตาลเชื่อว่าครอบครัวนั้นเป็นสถาบันที่สำคัญ
 
 
@ เวลามีปัญหาทำอย่างไร
          โชคดีที่คุณพ่อเลี้ยงเราเหมือนเพื่อน เวลามีอะไรก็จะโทรปรึกษาท่าน คือเราสามารถคุยกับท่านได้ทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ตาลเชื่อว่าการที่ท่านได้รับรู้เรื่องราวของเรา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตามจากปากเราก่อนคนอื่น มันเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่จะทำให้ท่านเชื่อใจและไว้ใจเรา ยิ่งอยู่วงการนานตาลว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องห่วงเรามากขึ้น ในเมื่อเราเมื่อเรามีโอกาสเจอกับคนมากมายเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเจอกับคนที่ดีหรือไม่ดี โชคดีที่ท่านให้ตาลเลือกใช้ชีวิตเองมาตั้งแต่เด็ก ท่านไม่เคยบังคับไม่ว่าจะต้องเรียนอะไร ตาลต้องเป็นอะไร และท่านก็ส่งเรามาเรียนพิเศษที่กรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่เราเป็นคนต่างจังหวัด มันทำให้เราเรียนรู้ว่าเราต้องเติบโตและต้องพึ่งพาตัวเอง
 
 
@ ความสัมพันธ์กับ “ไผ่” พาทิศ พิสิฐกุล ในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
          ก็เรื่อยๆ ตาลว่าคนลุ้นจนเบื่อละ ตาลอยากให้เป็นแบบนี้ไปก่อนดีกว่า ตาลอยากรอให้มันชัดเจนในทุกๆ อย่าง คือเราไม่อยากออกมาพูดหลายๆ รอบ คือถ้าเราเปิดตัวเป็นแฟนกัน เดี๋ยวก็จะมีเรื่องรักๆ เลิกๆ ตามมา เราอยากให้เป็นแบบนี้ไปก่อน เป็นพี่เป็นน้อง ค่อยๆ เรียนรู้นิสัยใจคอกันไปเรื่อยๆ ถ้าวันไหนใช่ก็คงประกาศแค่รอบเดียว เราก็แฮปปี้ที่เป็นแบบนี้ เพราะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเราไม่ได้ปิด ทุกวันนี้ก็ยังไปกินข้าว ดูหนังเป็นปกติ เพียงแต่ไม่อยากให้โฟกัสเรื่องความรักมากกว่า อยากให้ทุกคนรู้จักเราผ่านทางละคร ผ่านทางผลงานมากกว่า
 
 
@ กับแฟนคลับมีส่วนสำคัญอย่างไร
          เขาก็คอยติดตามให้กำลังใจเราเสมอ ก็ขอบคุณที่เขารักเราในสิ่งที่เราเป็น ไม่ได้รักเราแค่บทบาทในการแสดง ตาลสัญญาว่าจะพยายามพัฒนาตนเองในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตหรือการแสดง เพื่อให้เขาไม่ผิดหวังในตัวเรา
 
 
** ว่าด้วยเรื่องเรียน-อนาคต **
@ หลังจากเรื่องสะใภ้จ้าวมีเรื่องไหนต่อ
          มี คิวปิดส์ บริษัทรักอุตลุด อันนี้เป็นซีรีส์มี 8 เรื่องในเรื่องเดียวกัน เรื่องนี้เล่นยาวเลย ได้เล่นคู่กับเคน (ภูภูมิ พงศ์ภาณุ) อีกครั้ง ก็ดีใจเพราะเราไม่ต้องมาปรับตัวใหม่หรือมาเรียนรู้กันใหม่ เราสามารถแชร์กันได้ว่าอยากแสดงแบบไหน ที่สำคัญคือเรื่องนี้เราได้กลับมาเล่นในบ้าน ซึ่งก็คือบรอดคาซท์ เรื่องนี้มีการฟิตติ้งกันไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นส่วนพี่คริส หอวัง กับ พี่ปั้นจั่น (ปรมะ อิ่มอโนทัย) ก่อน ซึ่งในแต่ละเรื่องก็จะมีเราไปแจมทุกเรื่อง ซึ่งเรื่องที่น้ำตาลไปเล่นน่าจะเป็นตอนที่ 3 ชื่อเรื่อง กามเทพออนไลน์ ซึ่งในเรื่องนี้ผู้หญิงแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน บทที่ตาลได้รับมีหน้าที่ดูแลระบบออนไลน์ และในเรื่องแต่ก่อนจะเป็นผู้หญิงไม่สวย แต่เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องไปศัลยกรรมทำให้สวยขึ้นมา และได้เจอกับเคนที่เป็นทนาย ในส่วนของตาลยังไม่ได้เริ่มถ่ายทำ ต้องรอให้เคนปิดกล้องคงกระพันนารีก่อน คาดว่าเดือนธันวาคมน่าจะได้เริ่มถ่าย เรื่องนี้นักแสดงเยอะมาก ก็ตื่นเต้นเพราะเป็นซีรีส์เรื่องแรกของตาลที่มีพระนางหลายๆ คู่ ตาลไม่ซีเรียสที่เราไม่ได้รับบทเด่นตลอดซีรีส์ หากเป็นตอนหลักของเราก็อาจจะมีฉากให้เราเล่นเยอะหน่อย หากไม่ใช่ตอนหลักของเราก็ถือว่าไปสร้างสีสัน ก็สนุกสนานดี ตาลเชื่อว่าละครพี่หน่อง (อรุโณชา ภาณุพันธุ์) ทุกตัวละครมีความสำคัญ 
 
 
@ เครียดเรื่องเรียนมากไหม
          เครียดมาก หลังจากเรื่องนี้ยังไม่มีละครเรื่องอื่น เพราะตาลเคยคุยกับพี่หน่องว่าขอรับละครทีละเรื่อง เพราะตอนนี้เรายังเรียนไม่จบ ตาลกังวลเรื่องเรียนมากเพราะตอนนี้เราอยู่ปี 3 เราต้องเก็บงานปฏิบัติทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายซิทคอมหรือหนังสั้น ซึ่งตาลต้องให้จบภายในปี 3 เพราะปี 4 ตาลต้องฝึกงานแล้ว และเพื่อนๆ ของตาลส่วนใหญ่จะเรียนจบ 3 ปีครึ่งหมด ก็เลยค่อนข้างซีเรียสไม่อย่างนั้นก็จะเรียนตามเพื่อนๆ ไม่ทัน เราจึงสะดวกใจรับละครเพียงเรื่องเดียว ยอมรับว่าเครียดเรื่องงานเพราะตาลเรียนภาพยนตร์ก็จริงแต่เราเรียนในสายผู้กำกับ ก็เลยหนักหน่อยเพราะทุกงานเราต้องลงพื้นที่จริง อาชีพนักแสดงอาจรู้สึกหนักและเหนื่อย แต่การเรียนเบื้องหลังทำให้ตาลรู้ว่าความจริงแล้วทีมงานเบื้องหลังเหนื่อยกว่านักแสดงมาก ทำให้เราเห็นใจพี่ๆ ที่ทำงานเบื้องหลังมาก
 
 
@ เรียนหนักแต่ยังมีเวลาไปเล่นเรื่องสั้นให้ สายป่าน (อภิญญา สกุลเจริญสุข)
          อ๋อ เป็นทีสิสของสายป่าน ล่าสุดเรื่องสั้นเรื่องนั้นได้รับรางวัลจากประเทศจีนด้วย อาจมีสายป่านกับตาลบินไปประเทศจีน ตอนนี้ก็ดูคิวกันอยู่ ก็ดีใจมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในผลงานของเพื่อน สายป่านถือเป็นเพื่อนคนแรกๆ ในวงการ ตาลเล่นละครเรื่องแรกสายป่านก็เล่นเป็นน้องสาวตาล เขาเป็นคนชักชวนให้ตาลไปเรียนที่ ม.รังสิต ทำให้ตาลได้เจอกลุ่มเพื่อน กลุ่มอาจารย์ ทำให้เราได้ทำงานเบื้องหลังก็เลยรักและสนิทกับสายป่านมาก ได้คุยกับสายป่านแล้วสบายใจ เพราะนิสัยสายป่านคล้ายกับเรา และเขาก็เป็นแรงบันดาลใจของเราในเรื่องการกำกับ การเรียนเบื้องหลัง และเราก็ติดตามผลงานเขาตลอด เวลาเขาแสดงไม่ว่าจะเป็นบทบาทใดมันทำให้เราเชื่อว่าเขาเป็นตัวนั้จริงๆ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ช่อง 3 และดูเหมือนป่านจะไม่ค่อยรับละครเพราะเขาจะไปในสายหนัง ก็ทำให้เราไกลกันนิดหนึ่ง แต่ถ้าเจอกันเราก็ทักทายกันเสมอ (ยิ้ม)
 
 
@ เป้าหมายชีวิต มองอนาคตในวงการของตัวเองไว้อย่างไร
          แต่ก่อนตาลจะเป็นคนวางแผนชีวิตมาตลอด แต่พอมีโอกาสเข้ามาตาลก็คว้าโอกาสไว้ เป้าหมายอันดับ 1 ในตอนนี้คือต้องเรียนให้จบ ขอทำตรงนี้ให้ดีก่อนดีกว่า ไม่ได้วาดฝันเรื่องอื่น ชีวิตตอนนี้แฮปปี้และเราก็ได้แบ่งเบาภาระของครอบครัวด้วย เราทำทุกวันนี้เพื่อครอบครัว เราเหนื่อยไม่เป็นไรแค่ครอบครัวเราสบายก็โอเค ตาลไม่ได้ฝันเป็นซูเปอร์สตาร์ ตาลไม่คิดว่าตัวเองจะได้เป็นนักแสดง ตั้งแต่เด็กเราคิดแต่ว่าเราจะได้เป็นครู เราจะรับราชการ วันนี้เรามาถึงจุดนี้ได้ถือว่าเกินความคาดหมาย  แค่มีคนที่รักเรา คอยติดตามผลงานของเราทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักกันแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ตาลไม่เคยคาดหวังอะไรเพราะถ้าไม่ได้ดังหวังเราจะรู้สึกเสียใจ ตาลเชื่อว่าเราทำตรงนี้ให้ดีที่สุดก็น่าจะโอเค 
 
.......................................
 
ผู้หญิงคนนี้ชื่อ น.ส.พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ชื่อเล่น น้ำตาล
วันเกิด 30 สิงหาคม 2534
ขณะนี้ศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยรังสิต คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ฯ
ผลงานก่อนหน้านี้ “มัจจุราชสีน้ำผึ้ง“ ”เรือนริษยา“ ”ดาวเคียงเดือน“ ”สายลับ 3 มิติ” ฯลฯ
ผลงานปัจจุบัน “สะใภ้จ้าว” “คิวปิดส์ บริษัทรักอุตลุด”
 

.....................................
(หมายเหตุ 
 “น้ำตาล”นางเอกสะใภ้จ้าว บอกเล่าเรื่องราวในวงการ : บันเทิงวันเสาร์ )