บันเทิง

'ลูกทุ่งรับบัว บางพลี'หนึ่งเดียวเวทีนักร้องอมตะ

'ลูกทุ่งรับบัว บางพลี'หนึ่งเดียวเวทีนักร้องอมตะ

29 ต.ค. 2558

'ลูกทุ่งรับบัว บางพลี'หนึ่งเดียวเวทีนักร้องอมตะ : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว

 
          งานประเพณีรับบัว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพิ่งผ่านไป ถือเป็นเทศกาลงานบุญที่เป็นแห่งแรกในโลก และหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีที่ไหนนำไปทำเลียนแบบเหมือนกับบางประเพณีที่หลายจังหวัด นำไปทำซ้ำ ทำให้เสียเอกลักษณ์ต้นแบบไป
 
          นอกจากงานบุญแล้ว ทางอ.บางพลี ยังมีภาคบันเทิงที่จัดขึ้น กระจายหลายวัดในย่านเดียวกัน ในที่นี้จะขอกล่าวถึง เวทีที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง หรือวัดพระนอน สมุทรปราการ ซึ่งอบต.บางแก้ว ดูแลอยู่ มีการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งแท้ๆ สลับกับการโชว์บนเวทีของนักร้องต้นฉบับกับวงดนตรีสดๆ เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งหาดูได้ยากในยุคนี้ นอกจากที่นี่แล้วก็มีวัดไร่ขิง นครปฐมที่เคยจัดงานแนวนี้ เพียงแต่ไม่ใช้วงดนตรีสด เหมือนอย่างที่งานนี้
 
          ใครก็ตามที่เคยชมวงดนตรีลูกทุ่งแบบที่ร้องบรรเลงกันสดๆ เชื่อว่า น่าจะไดรับรู้ถึงมิติของเสียงที่ไพเราะ เทียบได้อย่างการฟังเสียงจากแผ่นเสียงลองเพลย์ กับการฟังเพลงจากไฟล์เอ็มพีสามที่ถูกบีบอัดมา รายละเอียดมันผิดกันลิบลับ เวลาที่ไปดูคอนเสิร์ตลูกทุ่งที่ไหนก็ตาม หามีวงดนตรีแสดงสด แต่มีคนที่มัก (ความ) ง่าย เอาดนตรีแบ็กกิ้งแทร็กมาเปิดสลับส่วนใหญ่ ผมจะเดินหนีไปหาอย่างอื่นทำ ดีกว่านั่งดูอะไรปลอมๆ จนเพื่อนๆ จะรู้ว่า ผมมีอาการแพ้แบ็กกิ้งแทร็ก
 
          งานในปีนี้ ศิลปินนักร้องที่มาร่วมโชว์ในงานสลับกับการประกวดร้องเพลงนั้น ขออนุญาตเอ่ยถึง เฉพาะนักร้องที่กล้าหาญร้องสดกับกับวงดนตรีมืออาชีพอย่างวงของ "หมอซ้ง" ปัญญา พิศรูปพรรณ ที่เป็นวงประจำรายการ “ชุมทางเสียงทอง” มาช้านาน วงนี้นักดนตรีล้วนมีประสบการณ์แทบจะเล่นได้ทุกเพลงที่เอ่ยชื่อขึ้นมาเลยทีเดียว
 
          คืนแรก นักร้องที่สร้างความประทับใจหลายคน อาทิ จีระพันธ์ วีรพงษ์ ที่มากับเพลง “ไก่นาตาฟาง” “มาดามดิงดอง” ซึ่งเล่นดนตรีสดๆ ได้อย่างถึงอารมณ์มาก และเพลงช้าอย่าง ”เมษาเศร้า” ที่ร้องในคีย์เดิมตั้งแต่ตอนเป็นหนุ่ม รักชาติ ศิริชัย มากับเพลง “ฉันทนาที่รัก” กับ "รักข้ามคลอง” น่าเสียดายที่ แทบไม่มีใครได้ฟังเพลง “สุขเถิดบัวคำ” ที่เป็นเพลงเปิดตัวของเขาด้วยเสียงเปล่าๆ ก่อนที่จะเข้าเพลง พูดก็พูดเถอะ เพลงฉันทนาที่รักฟังทุกเวทีจนช้ำไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่ว่ากัน เพราะเป็นเพลงประจำตัว ไม่ร้องเสียเลย คนจะหาว่าตัวปลอม นอกจากนี้ ก็มี ทวี ศรีนคร การะเวก เสียงทอง กานต์ การันต์ (พิธีกร แต่ร้องเพลงเก่าได้ดี) สามชุก ลูกสุพรรณซึ่งรายนี้ ร้องเพลงในแนวเสียงเมืองมนต์ ศรเพชรได้เก่งมากๆ
 
          นักร้องหญิงที่น่าประทับใจ อาทิ สวนสน มนต์สวรรค์ ที่ร้องเพลง “คอยรักที่สถานี” ที่ต้องชื่นชมวงดนตรี ที่ใส่เสียงรถไฟมาแบบต้นฉบับเลย ฟังแล้ว “ฟิน” สุดๆ และเถอะยังแถมเพลงแหล่ ”กับข้าวเพชรฆาต” ของแม่ขวัญจิต ให้ฟังกันด้วย กิ่งดาว จันทร์สวัสดิ์ ต้นฉบับเพลง “เซ้าๆ อย่าเว้าหลาย” “บ้านสาวโสด” น้ำอ้อย พรวิเชียร ฯลฯ และในวันถัดมา มี ทรายทอง ณ โคราช พรสวรรค์ ลูกพรหม น่าเสียดายที่ ชายธง ทรงพล ต้นฉบับเพลง “ปูไข่ไก่หลง” กับ “หน้าไม่ทันสมัย” ใช้ดนตรีแบบใหม่ที่บันทึกมา ทำให้ความไพเราะลดลงไป (น้ำเสียงคนร้องยังน่าฟัง แต่ดนตรีไม่อุ้ม) และเสรี รุ่งสว่าง ที่คงไม่ทราบว่า วงเล่นสดได้ แต่ดนตรีที่บันทึกมา ยังถือว่าฟังได้ และคุณภาพเสียงเสรีกับลูกชายก็ ”เอาอยู่” แต่ถ้าได้ดนตรีสด จะน่าฟังกว่านี้
 
          ปิดท้ายกับกับ อ้อยใจ แดนอิสาน ที่เธอมีลูกเล่นลูกฮาแพรวพราว เล่นเพื่อรอเวลา ศรเพชร ศรสุพรรณ ที่มาจากอีกเวที ซึ่งหนุ่มนาเสียงเด็ด ศรเพชร ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ซึ่งถ้ามีเวลามากหน่อย เราน่าจะได้ฟังเพลง “โชคดีครับแฟน” ปิดท้าย แต่เวลาไม่อำนวย
 
          ปีหน้า ถ้ามีการจัดอีก ขอเชิญคนลูกทุ่งไปดูกัน เพราะงานแนวที่มีเพลงอมตะล้วนๆ ดนตรีสดนี้หาได้ยาก ซึ่งต้องขอบคุณผู้บริหารอบต.บางแก้ว ที่เห็นความสำคัญของเพลงแนวอมตะ
 
          ในส่วนของการประกวดร้องเพลงในปีนี้ นักร้องประกวดทั้งรุ่นเยาวชนกับรุ่นประชาชน แม้จะหน้าตาซ้ำๆกับหลายเวที ซึ่งเป็นปกติ เพราะเวทีดนตรีสด บางคนอาจจะไม่กล้า หรือมือไม่ถึง
 
          น่าแปลกใจ ที่ผู้เขียนอาจจะสัมผัสกับการประกวดร้องเพลงไม่บ่อยนักในช่วงหลังๆ บทเพลงที่นักร้องหญิงนำมาประกวดกันมากที่สุด นอกจากเพลงของ แม่ผ่องศรี พุ่มพวง คัทลียา แล้ว ยังมีเพลงหนึ่ง ซึ่งนำมาร้องกันประมาณ 5 คน คือเพลง “สาวนครชัยศรี” ต้นแบบโดย ละอองดาว โสธรบุญ ซึ่งเป็นเพลงไพเราะอีกเพลงหนึ่ง แต่งโดย ศักดิ์ชาย วันชัย น่าชื่นชมที่เพลงนี้ถูกรื้อฟื้นมาประกวด
 
          แต่สิ่งที่ไม่น่ารักของนักร้องประกวดเดินสายหลายคนคือ ไร้ระเบียบวินัย มาซ้อมเพลงช้ากว่านักร้องอาชีพ ไม่ยอมมาอยู่หลังเวทีในจุดที่จัดไว้ ต้องให้ประกาศเรียกซ้ำแล้วซ้ำอีก ปล่อยให้หลายคนรอ เหมือนกับว่า ตัวเองสำคัญยิ่งนัก บางคนคงนึกว่า ตัวเองรุ่นเก๋าแล้ว เดินขึ้นเวทีก็ร้องเพลงได้เลย พูดกันตามตรงว่า ได้เห็นพฤติกรรมนักร้องประกวดหลายคนที่เป็นแบบนี้แล้ว มองเห็นอนาคตเลยว่า จะรุ่งหรือจะร่วง ถ้ายังคงนิสัยแย่ๆ แบบนี้ คงจะได้แค่ประกวดร้องเพลงยันแก่เฒ่า ไม่มีใคร
 
          นำไปปั้นเป็นนักร้องอาชีพ (จุดด้อยตรงนี้ ไม่เกี่ยวกับผู้จัดงาน แต่เป็นสันดานของนักร้องและผู้ปกครองเอง) ปีหน้าจะแนะนำคณะกรรมการว่า มาถึงเวทีช้า ตัดสิทธิ์ไปเลย จะได้เข็ดหลาบ และเป็นบรรทัดฐานที่ดีให้เวทีต่อๆ ไป
 
          งานนี้ต้องขอบคุณสาวบางพลี ภาวนา ชบาไพร ที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวดและได้ร่วมผลักดันให้มีกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ หวังว่าปีหน้า จะได้พบกันอีก และปีหน้าน้องๆ นักร้องประกวดหลายคน น่าจะมีการปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น เพราะเสน่ห์ของนักร้องที่จะมัดใจประชาชน ไม่ใช่แค่เพียงเสียงร้องไพเราะเพียงอย่างเดียว ถ้ามีนิสัยและวินัยที่ดีด้วยก็จะครองใจแฟนเพลงไปตลอดกาล
 
.......................................
(หมายเหตุ  'ลูกทุ่งรับบัว บางพลี'หนึ่งเดียวเวทีนักร้องอมตะ : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)