บันเทิง

Innovation Hub'ต้นไม้ใหญ่'ของ'หมู่ภมร'

Innovation Hub'ต้นไม้ใหญ่'ของ'หมู่ภมร'

27 ต.ค. 2558

Innovation Hub“ต้นไม้ใหญ่” ของ “หมู่ภมร” : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
 
          ในระหว่างที่ “เจ้าชายน้อย” เดินทางไปตามดาวดวงต่างๆ ไม่เคยมี “คำพูดใด” ให้ความหมายเพียงหนึ่ง สำหรับนักอ่าน “แต่ละช่วงวัย” เหมือนกับที่ คาลิล ยิบราน สามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆ ผ่าน The Prophet ได้ในหลายๆ มุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความงาม” ที่มีอยู่ในทุกสิ่ง คาลิล เขียนไว้ในหน้า 45 ว่า นายช่างที่แกะสลักหินผา ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าชาวนาผู้คราดไถแผ่นดิน เหมือนที่ศิลปินผู้วาดรูป ไม่ได้สว่างไสวไปกว่า “ช่างทำรองเท้า”
 
          หนังสือดีๆ สอนเราเห็นคุณค่าของคนเล็กๆ สิ่งเล็กๆ ในสังคม และเมื่อร้าน Lidodvd โทรมาบอกผมว่า ทางร้านอยากจะคืนอะไรกลับไปสู่สังคมบ้างหลังจากเปิดขายมา 8 ปี ผมจึงเสนอไอเดียที่กำลังอยากทำอยู่พอดี นั่นคือ การสอนวิจารณ์หนังสำหรับคนตาดีและคนตาบอด (ซึ่งไม่ใช่พิการ) คุยกันสั้นๆ แทนที่สอนกันฟรี เราก็เสนอกันว่า ทุกฝ่ายจะต้อง “บริจาคเงิน” เพื่อให้สมาคมคนตาบอดฯ ทำเป็นงานกุศลเล็กๆ กัน ผมคนสอนลงขัน 10,000 บาท และทางร้านอีก 10,000 บาท จากนั้นเราก็ให้คนที่จะมาเรียน 100 คน ต้องบริจาค 500 บาท ทุกอย่างนั้นง่ายหมดเลยครับ ทันทีที่แชร์เรื่องนี้ลงเฟซบุ๊ก แฟนๆ ของ lidodvd กับผม เข้ามาสมัครเกือบ 900 คน
แต่เราไม่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้ เพราะเราไม่มีสถานที่สอน คุณกิตติ พิพัฒน์ธาราสกุล เจ้าของร้านกับคุณนี ภรรยา ไปตะลอนหาสถานที่หลายแห่ง ก่อนจะยอมแพ้กลับมาด้วยค่าเช่าเกือบแสน เหมือน “พระมาโปรด” (พระเจ้านะครับ ไม่ใช่พระนิกร) ผมเจอ อ.สุกรี สินธุภิญโญ แห่งคณะวิศวฯ จุฬาฯ ซึ่งเขาทำกิจกรรมด้านนี้อยู่เรื่อยๆ อ.ป๊อป หรืออ.สุกรี เลยไปปรึกษา ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ท่านใจดีมาก อบอุ่น ให้ความช่วยเหลือทุกอย่างและยังแนะไอเดียในการทำงานเพื่อสังคมแบบนี้ให้พวกเรา ...ระหว่างนั้น ประชาชน แฟนๆ นักอ่าน ต่างบริจาคเงินเข้ามาเรื่อยๆ จากที่เราตั้งไว้ 50,000 บาท ทะลุไปเกือบ 130,000 บาท
 
          ครูใหญ่ใจดี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ กับทางคณะ ตระเตรียมทุกอย่างดีหมด อาหารสำหรับคนตาบอดและผู้เรียนเกือบ 200 คน, ทีมงานหนุ่มสาวที่ดูแลเทคนิค ระบบแสงสีเสียง รวมทั้งแอร์ที่ทุกคนชมว่า เย็นกว่า "เมเจอร์พารากอน”
 
          การบรรยายจบลงไปอย่างสนุกสนานทั้งๆ ที่เรียนกันถึง 9 ชั่วโมงเต็ม ผมเห็นเที่ยงคืนหลายคนมานั่งรอแล้ว พวกเราไม่สามารถจะทำกิจกรรมแบบนี้ได้เลยครับ เพราะแค่เช่าสถานที่ “ใกล้หลักแสน” ต่อครึ่งวัน พวกเราไม่มีปัญญา แต่พอมีการช่วยเหลือจากทางคณะวิศวฯ จุฬาฯ ซึ่งพร้อมมาก เราก็ได้เห็นคนตาบอดกับคนตาดี นั่งทำกิจกรรมทางศิลปะด้วยกันถึง 1 วันเต็ม และทำตามที่สัญญาไว้คือ ทุกคนเลือกครูใหญ่ใจดี ศ.ดร.บัณฑิต เป็นตัวแทนกล่าวเปิดงาน และมอบเงินทั้งหมดทุกบาทให้แก่สมาคมคนตาบอดฯ นี่เป็นกิจกรรมที่ผมรักที่สุดในปีนี้ ทุกอย่างราบรื่น ไปถึงเป้าหมาย และคนเข้าร่วม ต่างไปเขียนชมกันในออนไลน์กันแบบคึกคักและครึกครื้น ตามที่เกิดขึ้นในเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
 
          ผมชอบ Innovation Hub ที่มีแนวทางและความตั้งใจ ที่จะช่วยเหลือสังคมตามความเหมาะสมที่สอดคล้องกับแนวทางและเนื้อหา ที่สำคัญมากคือ เป็นที่พึ่งพาได้จริงสำหรับผู้ยากไร้และคนที่ด้อยโอกาส
 
          ขอบคุณอาจารย์ครูใหญ่ใจดีแล้ว ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ตลอดทั้งวัน นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ด้านหลัง กลุ่มแรกคือคณะหนุ่มสาวควบคุมเทคนิคอยู่ในห้องสตูด้านบน น้องๆ ฝ่ายช่วยเหลือที่คอยขับเคลื่อนเนื้องาน อีกกลุ่มที่เหน็ดเหนื่อยไม่แพ้กันคือ เจ้าหน้าที่หลายคนที่เตรียมงานมาก่อนหนึ่งเดือน และดูแลความเรียบร้อยหน้าห้อง หลังห้องตลอดทั้งวัน ทันทีที่งานจบลง และผู้เรียนไปโพสต์กันกระหน่ำในเฟซบุ๊ก หลายๆ คนบ่นว่า เสียดายไม่ได้มีโอกาสมาเรียน เรารับมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะถ้าดูรูปจะพบว่ามันเต็ม เต็มแบบแน่นๆ ห้องประชุมขนาดกลาง 200 คน
 
          อาจารย์กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน ที่เคยสอนวิจารณ์หนังให้ผมเมื่อปี 2534 ก็เป็นศิษย์จุฬาฯ ท่านเคยสอนว่า เมื่อมีโอกาสให้ช่วยเหลือสังคมผ่านความรู้เท่าที่จะมีและเป็นไปได้ และห้ามลืมเด็ดขาดว่า การวิจารณ์ที่ดี คือการต่อยอดความคิด ที่คนเรียนนำไปคิดต่อ หลายคนอาจจะคิดถึงสัญลักษณ์ “กรอบสี่เหลี่ยม”, นึกถึง "สีเสื้อผ้าตัวละคร”, แต่ระหว่างยืนอยู่ในวิศวฯ จุฬาฯ วันนั้น ผมกลับคิดไปไกลว่า Innovation Hub ยังจะเป็น “ต้นไม้ใหญ่” ต้นหนึ่งของการศึกษาและสังคมได้อีกมาก เพราะในสวนสวยนี้ มีนกร้องเพลงและสายลมแสงแดด...
 
........................................
(หมายเหตุ Innovation Hub“ต้นไม้ใหญ่” ของ “หมู่ภมร” : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)