บันเทิง

‘ฮิวจ์ แจ็คแมน’รับบท‘แบล็คเบียร์ด’ใน‘Pan’

‘ฮิวจ์ แจ็คแมน’รับบท‘แบล็คเบียร์ด’ใน‘Pan’

18 ต.ค. 2558

บันเทิงต่างประเทศ : ‘ฮิวจ์ แจ็คแมน’ เปลี่ยนลุค รับบท ‘แบล็คเบียร์ด’ ใน ‘Pan’

 
       “Pan” ภาพยนตร์ผจญภัยสำหรับครอบครัวที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เป็นการนำเรื่องราวที่ทุกคนรู้จักและชื่นชอบ เรื่องราวความเป็นมาของปีเตอร์และการเดินทางของวีรบุรุษคลาสสิกในโลกอันยิ่งใหญ่ ฝีมือการประพันธ์ของ เจ เอ็ม แบร์รี มาเล่าผ่านมุมมองใหม่โดยใช้คนแสดงทั้งหมด นำเสนอเรื่องราวการผจญภัยที่แต่งขึ้นใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของ ปีเตอร์ แพน ผลงานการกำกับของ โจ ไรท์ โดยเวอร์ชั่นนี้ได้ ฮิวจ์ แจ็คแมน รับบทเป็น แบล็คเบียร์ด ตัวร้ายซึ่งมีบุคลิกน่าประทับใจ การ์เร็ตต์ เฮดลันด์ เป็นเจมส์ ฮุค ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ รูนีย์ มาราเป็นไทเกอร์ ลิลลี นักแสดงหน้าใหม่ ลีวาย มิลเลอร์ เป็นปีเตอร์ และ อแมนดา ไซย์เฟรด เป็น แมรี โดย ฮิวจ์ แจ็คแมนได้ให้สัมภาษณ์ถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ว่า 
 
 
@ ภาพยนตร์เรื่อง Pan ในเวอร์ชั่นนี้เป็นอย่างไร
 
       แทบทุกคนบนโลกใบนี้ รู้จักปีเตอร์ แพน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขากลายมาเป็นปีเตอร์ แพนได้อย่างไร มือเขียนบท เจสัน ฟุคส์ ได้นำเอาองค์ประกอบหลักๆ มาจากหนังสือฉบับคลาสสิกของ เจ เอ็ม แบร์รี และจินตนาการว่าตัวละครที่เราคิดว่ารู้จักกลายมาเป็นเหมือนอย่างในหนังสือได้อย่างไร ตั้งแต่ฮุค ไทเกอร์ ลิลลี ไปจนถึงปีเตอร์ แพน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่อปีเตอร์ เด็กกำพร้าจากลอนดอน ถูกพาตัวมายังเนเวอร์แลนด์ และระหว่างที่เรื่องราวในหนังดำเนินไป เขาก็ได้กลายมาเป็นวีรบุรุษที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ในชื่อปีเตอร์ แพน
 
 
@ อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณมารับบทแบล็คเบียร์ดในภาพยนตร์เรื่องนี้
 
       ก่อนอื่นเลยผมชอบเรื่องราวของปีเตอร์ แพนและเนื้อหาของมัน ผมชอบแนวคิดเรื่องการสร้างโลก ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ คุณจะรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เมื่อดูจบเพราะนั่นคือใจความของเรื่องนี้ คือการรักษาความเชื่อแบบเด็กๆ เอาไว้ ผมชอบ ผู้กำกับ โจ ไรท์ ในฐานะคนทำหนัง ผมเข้าร่วมงานนี้ทันที ที่รู้ว่าเขาเป็นคนกำกับ ตอนที่ผมพบโจครั้งแรก เขาให้ผมดูภาพใน iPad และพูดว่า ‘นี่คือสิ่งที่ผมคิดเอาไว้สำหรับแบล็คเบียร์ด’ ผมพูดว่า ‘อืม โอเค’ แน่นอนว่าผมมีภาพของแบล็คเบียร์ดอยู่ เขามีชื่อเสียงเรื่องมีกำยานอยู่ในเคราซึ่งดูเหมือนควัน เขาดูมืดมน โหดร้าย และคุกคาม แต่โจให้ผมดูภาพนี้ ซึ่งก็คือหน้าผมที่แต่งหน้าขาวและแตกเหมือนภาพวาดเก่า ใส่วิกแบบพระนางมารี อังตัวเนตต์ ฉลองพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และมีเครื่องประดับอยู่ตามนิ้ว ผมพูดเลยว่า ‘ผมเอาด้วย’ (หัวเราะ) ผมคิดว่าบทนี้ น่าจะเบาสมองและหลุดจากกรอบ มันคงจะออกมาเพี้ยนๆ บ้าๆ บอๆ น่ามหัศจรรย์ และน่าตื่นเต้นด้วย ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
 
 
@ แบล็คเบียร์ดมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นมากในหนัง ขั้นตอนการแต่งหน้าให้คุณเป็นอย่างไร
 
       ผมโชคดี ที่เราตัดสินใจกันตั้งแต่แรก ว่าผมจะโกนหัว เพราะเรามีแนวคิดที่ว่าเขาจะใส่วิกมากมาย มีวิกมากมายมหาศาล เริ่มต้นจากแนวคิด ที่จะใช้วิกผมแบบพระนางมารี อังตัวเนตต์ ที่จริงแล้วมีเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมเขาถึงหัวล้าน ซึ่งผมยังไม่อยากบอกตอนนี้ บางครั้งวิกก็เอาไว้ปิดแค่ครึ่งหลังของศีรษะเขาคล้ายกับซามูไร เขาเป็นคนทะนงตัวมาก ดังนั้นเราจึงคิดจะให้เขาแต่งหน้าขาว ตาดำ ให้ดูไม่เหมือนตัวผมเลยซึ่งน่าอัศจรรย์มากครับ ผมต้องพูดเลยว่าเป็นช่วงหกเดือนในชีวิตที่ไม่มีใครจำได้ว่าผมเป็นใคร น่าทึ่งมากๆ แต่ผมต้องทาครีมกันแดดบนหัวเยอะเลยนะครับ (หัวเราะ)
 
 
@ ช่วยบอกความรู้สึก ที่ได้ร่วมงานกับ ลีวาย มิลเลอร์ ที่มารับบท ปีเตอร์ แพน ได้ไหมว่าเขาแสดงเป็นอย่างไรบ้าง
 
       ผมชื่นชมผลงานการเล่นหนังเรื่องแรกของเขามากเลย การแสดงของเขาน่าประทับใจมาก ผมคิดว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเก่งแค่ไหน เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองเดินเข้ามาในกองถ่าย ที่เขาอาจไม่ได้เดินเข้ามาอีกแล้วในชีวิตนี้ กองถ่ายหนังเรื่องนี้น่ามหัศจรรย์ สนุกสนาน เต็มไปด้วยเสียงดนตรี และการทำหนังเรื่องนี้ ก็เป็นประสบการณ์ที่มีความสุขมาก เขาร้องไห้ออกมาในเทคสุดท้ายที่เล่นกับผม ผมจะไม่มีวันลืมเลย นั่นเป็นเวลาที่ผมได้ตระหนักว่า ‘นี่คือเด็กคนหนึ่งจากบริสเบนที่ตื่นเต้นกับการไม่ต้องไปโรงเรียนและได้กลายมาเป็นปีเตอร์ แพน ในฉากที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์น่าพิศวง’ ในชีวิตจริง เขาได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี พ่อแม่เขานิสัยดีมาก และพี่น้องก็มาที่กองถ่ายช่วงวันหยุด พวกเขามีชีวิตครอบครัวที่เรียบง่ายธรรมดา และลีวายก็สุภาพเรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ จนตอนผมพบเขาครั้งแรก ผมคิดว่า ‘อืม เขาเป็นเด็กดีและสุภาพมากเลยนะ เขาจะเล่นบททะเล้นๆ ออกมาได้หรือเปล่า’ แล้วแค่พริบตาเดียวเขาก็เล่นออกมาอย่างเป็นธรรมชาติเลย
 
 
@ ในหนังเรื่องนี้ คุณชอบอะไรเป็นพิเศษ
 
       ผมชอบเรือของผมเองมาก มันเป็นเรือลำใหญ่ยักษ์และดูสวยงามมากตอนที่สร้างขึ้นมา โดยปกติแล้วในการทำหนังคุณจะทำแค่ส่วนย่อยๆ เช่น ถ้าอยู่ในเครื่องบิน ก็จะทำแค่ฉากห้องนักบินหรือแค่ห้องผู้โดยสารบนเครื่องบินอะไรแบบนั้น แต่นี่เป็นเรือทั้งลำตั้งอยู่บนแกนหมุน นอกจากนี้ก็มีฉากเนเวอร์แลนด์ซึ่งมันใหญ่มาก ชนิดที่ผมคิดว่าตัวเองเคยเข้าฉากในหนังใหญ่ๆ มาก็เยอะ แต่ไม่มีเรื่องไหนใหญ่ขนาดนี้เลย และอาจไม่มีฉากแบบนี้อีกแล้วก็ได้เพราะเทคโนโลยีฉากเขียวพัฒนาไปมากจนทำให้การสร้างฉากแบบดิจิตัลขึ้นมาง่ายกว่าเดิมมาก แต่โจมาจากแวดวงละครเวทีและการเชิดหุ่น สำหรับเขาเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีสิ่งที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ เพื่อสร้างพื้นที่ สร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพขึ้นมา
 
 
@ ช่วยบรรยายถึงมุมมองด้านความงามที่โจนำมาใช้ในหนังเรื่องนี้ เมื่อได้ร่วมงานกับเขาแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
 
       เขาให้ผมดูฉากเปิด ที่เป็นการเดินทางไปยังเนเวอร์แลนด์ มันยาวสิบห้านาที บางช่วงเป็นเหมือนสตอรีบอร์ด/แอนิเมชัน/การ์ตูนรวมกัน แค่ส่วนนั้น ก็เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งแล้ว ผมพูดว่า ‘โจ ผมเสียดายแทนคนที่ไม่มีโอกาสได้เห็นงานนี้จริงๆ คือผมรู้นะว่าหนังจะต้องออกมาสวยมากแน่ๆ แต่นี่เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งเลยนะ’ ผมหวังว่าเขาจะนำมันไปใส่ลงในดีวีดีนะ ทุกๆ ขั้นตอน โจเป็นนักคิดที่สร้างสรรค์ สนุก และคิดนอกกรอบมากที่สุดคนหนึ่ง ผมดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแวดวง ซึ่งยังคงหนุนหลังนักสร้างสรรค์ที่เป็นศิลปินอย่างแท้จริงแบบโจ เขาไม่เพียงแค่นำคุณไปสู่โลกที่คุณไม่เคยคิดว่าเป็นไปได้ แต่ยังเข้าใจด้วยว่าสุดท้ายแล้วหนังเป็นเรื่องของอารมณ์และจิตใจ เป็นเรื่องของการผูกพันกับตัวละคร การต่อสู้ และการเดินทางของตัวละครเหล่านั้น นั่นคือสิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำ เป็นหนังที่ช่วยให้เราเบิกบานใจ เขาให้เหตุผลที่คนควรเข้าโรงหนัง และผมคิดว่าทุกวันนี้บางครั้งเราก็ขาดแคลนเหตุผลเหล่านั้นอยู่