บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง:'ฟาร์ม ทริป ออน ฟิล์ม'

เอกเขนกดูหนัง:'ฟาร์ม ทริป ออน ฟิล์ม'

15 ต.ค. 2558

'ฟาร์ม ทริป ออน ฟิล์ม' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
          ความสำเร็จเล็กๆ ของหนังอย่าง Little Forest ทั้งในภาค Summer&Autumn และ Winter&Spring (อันที่จริง หนังดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนหรือมังงะชื่อเดียวกัน) ที่เล่าถึงสาวน้อยคนหนึ่ง ตัดสินใจผละจากเมืองใหญ่ กลับมาใช้ชีวิตยังบ้านเกิดที่หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อโคโมริ ในจังหวัดอิวาเตะ การกลับมาครั้งนี้เธออาศัยอยู่เพียงลำพัง ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ที่ปรุงด้วยฝีมือตัวเองทุกมื้อทั้งคาวหวาน รวมถึงการถนอมอาหารเก็บไว้ในช่วงฤดูหนาว
 
          ภาพสะท้อนของวิถีชีวิตอันง่ายงามของ “อิชิโกะ” ในป่าเล็กๆ แห่งนี้ เหมือนคล้ายกับการสะท้อนภาพฝันของหนุ่มสาวญี่ปุ่น ที่พยายามหลบลี้หนีหลีกจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ โหยหาความสุขสงบของธรรมชาติ น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จในหนังที่ต่อยอดมาจากมังงะ ซึ่งสอดรับจากกระแสความนิยมรูปแบบการใช้ชีวิตของคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งในเมืองใหญ่ ซึ่งบ้านเราเรียกกันโดยเข้าใจทั่วไปว่า การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์
 
          รัฐบาลญี่ปุ่นเอง ก็พลันมองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้อันสำคัญครั้งนี้เช่นกัน การท่องเที่ยวญี่ปุ่นจึงเร่งโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในรูปแบบ Farm Trip ซึ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีธรรมชาติและรื่นรมย์ไปกับการใช้ชีวิตอย่างใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมของธรรมชาติที่สงบงามรวมถึงผู้คนที่อบอุ่นและเป็นมิตร หลังประสบความสำเร็จจากแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศให้นักท่องเที่ยวชาวไทย ตั้งแต่สองปีที่ผ่านมา และในช่วงเวลาดังกล่าว “โอกายามะ” จังหวัดเล็กๆ แห่งหนึ่ง ในภาคตะวันตกของญี่ปุ่น (จูโงะกุ) ก็ได้แนะนำตัวเองสู่โลกภายนอกให้รู้จัก ในฐานะเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และความงดงามสุขสงบในแบบวิถีธรรมชาติ และพยายามเป็นแลนด์มาร์คสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นจะพลาดไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางคมนาคม ถือเป็นเมืองหน้าด่านที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยัง เกาะฮอนชู และ เกาะชิโกกุ ได้อีกด้วย
 
          โอกายามะ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ผสานทั้งความทันสมัย ความงดงามทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่เก่าแก่เข้าไว้ด้วยกัน เรียกนักท่องเที่ยวที่สนใจวิถีธรรมชาติ ชื่นชอบการช็อปปิ้ง และใฝ่รู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ให้มาเยือนที่นี่ได้ครบครัน
 
          ถ้าหมู่บ้านโคโมริ ในจังหวัดอิวาเตะ ทำให้เราได้สัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ผ่านหนังลิตเติลฟอเรสต์ได้ล่ะก็ สวนองุ่นของอินะกากิซัง หรือคุณอินะกากิ ในโอกายะมะ ก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน สวนองุ่นที่นี่ไม่เพียงปลูกทั้งองุ่นพันธุ์มัซซึกัท (องุ่นเขียว) และพีโอเนะ (องุ่นม่วง) แล้ว คุณอินะกากิ ยังทำการเกษตรผสมผสาน คือปลูกทั้งองุ่นและข้าวไร่ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเด็ดองุ่นรับประทานกันสดๆ ในเรือนเพาะชำ และเลือกซื้อกลับบ้าน หรืออยากจะเดินชมแปลงนาที่วางระบบชลประทานได้อย่างสวยงามก็ทำได้ (หากไม่กลัวแดดร้อน) ผลไม้ประจำท้องถิ่นของที่นี่นอกจากองุ่นสองสายพันธุ์ที่ว่าแล้วยังมีลูกพีชอีกด้วย
 
          ถ้าอยากใกล้ชิดธรรมชาติแบบสบายเนื้อสบายตัวขึ้นมาอีกนิด การนอนแช่บ่อน้ำร้อนออนเซ็น ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ที่เมืองโอกายามะ มีออนเซ็นทั้งแบบไป-กลับ และค้างคืนที่เรียกว่า เรียวกัง ที่มีชื่อเสียงของที่นี่คือ คิฟู โนะ ซาโตะ เรียวกัง เปิดให้บริการมานานถึง 60 ปีแล้ว ให้บริการทั้งห้องรวมและห้องส่วนตัว สนนราคาค่าบริการเริ่มต้น 2,700 เยน/45 นาที ที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือทุกซอกมุมในคิฟู โนะ ซาโตะ มีการจัดดอกไม้ประดับประดาทั่วทั้งพื้นที่ร่วม 70 จุด ซึ่งแต่ละจุดก็จัดดอกไม้ไม่ซ้ำกันถึง 70 แบบเลยทีเดียว
 
          และหากอยากท่องเที่ยวชมธรรมชาติและศึกษาประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน หมู่บ้านโบราณคุราชิกิ อายุ 400 ปี ก็ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในข้อนี้ได้ คุราชิกิ บิคัง สร้างตั้งแต่สมัยเอโดะ ทุกวันนี้รัฐบาลญี่ปุ่นดูแลรักษาเป็นอย่างดี การซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนคนท้องถิ่นจะทำโดยพละการไม่ได้ ต้องขออนุญาตจากรัฐ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาตรวจสอบและดูแลว่า ควรซ่อมแซมอย่างไร ปีๆ หนึ่ง มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนเมืองโบราณคุราชิกิ มากถึง 6 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว แต่ทว่ายังรักษาสภาพแวดล้อม และมลภาวะเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ตลอดสองข้างทางของถนนคุราชิกิ สีสันสวยงามจากใบไม้ที่เริ่มผลัดใบ เปลี่ยนสี ก็ปรากฏให้เห็นอยู่เป็นระยะรวมถึงสวนโคราคุเอนที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 13 ปี กว่าจะแล้วเสร็จในปีค.ศ. 1700 (พ.ศ. 2243) จนติด 1 ใน 3 ของสวนที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่นจากฝีมือการสร้างสรรค์มนุษย์ และในพื้นที่ติดกันก็มีงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น คือปราสาทโอกายามะ อายุสี่ร้อยกว่าปี ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1597 (พ.ศ. 2140) ในยุคอาซูชิ-โมโมยามะ แม้ตัวอาคารจะสร้างขึ้นมาใหม่หลังถูกทำลายช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในปีค.ศ. 1960 (พ.ศ. 2503) แต่ยังคงเอกลักษณ์ตัวปราสาทสีดำขรึมขลังเมลืองมลัง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาซาฮิกาวา เช่นในอดีตอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับฉายาว่าปราสาทอีกา
 
           ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในช่วงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ดินแดนอาทิตย์ต้องปรับตัว ด้วยการเพิ่มมูลค่าของสินค้าทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งไม่เพียงถูกเกาหลีใต้แซงหน้าไปหลายช่วงตัวตั้งแต่เทคโนโลยี ไปจนถึงสินค้าไอทีมากมาย กระทั่งสินค้าทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นก็ยังตามหลังเกาหลีใต้ จึงต้องหาทางประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยคือหนึ่งในลูกค้าคนสำคัญ ที่เริ่มเปลี่ยนแผนการเดินทางท่องเที่ยวจากเกาหลีมาสู่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนังญี่ปุ่นในบ้านเรายังพอได้รับความนิยมอยู่บ้าง อย่างน้อยบริษัทผู้จัดจำหน่ายก็เลือกหนังดีๆ มาให้ดูอยู่ตลอด ทั้ง Little Forest, Our Little Sister รวมทั้งหนังแฟนตาซี หนังแอนิเมชั่นหลายๆ เรื่อง
 
          ติดตามเรื่องราวของเมืองโอกายามะ ได้ในรายการคาเฟ่ อี เวลา 16.30 น. และเนชั่นมิตรไนท์ 23.00 น. ตลอดสัปดาห์หน้า ทางเนชั่นทีวี 22 และ 32
 
........................................
(หมายเหตุ 'ฟาร์ม ทริป ออน ฟิล์ม' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย...  ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)