บันเทิง

ทีวีสีรุ้ง:'อโรคยา ปรมา ลาภา'

ทีวีสีรุ้ง:'อโรคยา ปรมา ลาภา'

14 ต.ค. 2558

'อโรคยา ปรมา ลาภา' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์

 
          ตั้งแต่คืนวันเสาร์จนตื่นมาเช้าวันอาทิตย์ ทำใจสบายๆ เปิดทีวีดู ก็ได้เจอความหลากหลายของอารมณ์มากค่ะ จำได้ว่า ช่วง 8 โมงกว่าทางช่อง One เจอรายการ Doctor Smith เชิญแขกรับเชิญคือ คุณหญิง อภิสรา รักชาติ นักแสดงสาวที่ดูอายุไม่น่าเกิน 35 มานั่งพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพของเธอ อ้อมนั่งดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางแล้วถึงขั้น เฮ้ย...วัยเท่านี้ ก็มีโอกาสเป็นโรคไตเนี่ยนะ
 
          ต้องยอมรับค่ะว่า เราได้ยินเรื่องคำว่า โรคไต หรือคำว่า ไตวาย มานานแล้ว แต่เรามักมีความเชื่อหรือมโนกันไปเองว่า มันคงไม่เกิดขึ้นกับเรา เพราะเราแข็งแรงพอ และที่สำคัญ เรายังไม่แก่.. แต่เมื่อน้องหญิง ผู้ที่นั่งคุยกับหมอโอ๊คได้พูดเรื่องของเธอ คุณขา.....อ้อมงี้นั่งฟังตาแป๋วเลยค่า เท่าที่จำได้ค่ะ อาการมันจะแสดงออกแบบรวมๆ ไม่มีจุดเฉพาะเหมือนปวดฟัน เจ็บคอ หรือขาหัก เอาแบบคุณน้องหญิงเธอเล่านะคะ “เดินลงจากบ้านก็เหนื่อย ตื่นมาก็หน้าบวม” อาการที่คุณหมอรับเชิญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไตเสริมคือ ตัวจะบวม ปัสสาวะบ่อยๆ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย (ซึ่งอ้อมก็ไปหาข้อมูลเพิ่มได้ว่า อาการของปัสสาวะเนี่ย มันมีทั้งน้อยเกินไป มากเกินไป หรือไม่มี.. โอย..ยากจัง)
 
          แต่เอาเป็นว่า คุณๆ ต้องหมั่นสังเกตอาการของตัวเองกันดีๆ นะคะ ตอนนี้น้องหญิงต้องไปรับการฟอกไตเป็นประจำ ไปครั้งหนึ่งก็ 3-4 ชั่วโมง ก็อาจจะทำให้การใช้ชีวิตต้องเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย แต่อ้อมได้เห็นการพูดคุยของเธอ ก็เชื่อว่า เธอมีกำลังใจและทัศนคติที่ดีกับชีวิตค่ะ เธอยังบอกว่า ให้เราหมั่นตรวจเช็กสุขภาพประจำปีด้วย จะได้รู้ว่าร่างกายเราเป็นอย่างไร
 
          สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องโรคไตอย่างละเอียด ก็ถามหมอ หรือไม่ก็ถามกูเกิลดูนะคะ นางฉลาด นางตอบได้.. เออพูดถึงหมอ มันมีโฆษณาอยู่ตัวหนึ่ง เป็นคุณผู้ชายที่ดูจะน้ำหนักเกินตัว จนคุณหมอบอกว่าคอเลสเตอรอลสูง สิ่งที่เขาทำคือ เอาบัตรกดเงินไปซื้อรองเท้าวิ่งเพื่อออกกำลัง เพราะเขามีภรรยาที่ท้อง อ้อมว่าน่ารักดีนะคะ ต้องขอบคุณลูกในท้อง ที่กระตุ้นเตือนให้คุณพ่อรักชีวิต แล้วหันมาดูแลตัวเอง หนูได้ทำสิ่งดีตั้งแต่ยังไม่ได้ลืมตามาดูโลกเลยค่ะ แต่ขอย้ำว่า แต่! ... แต่จริงๆ แล้ว (ถ้าไม่นับว่านี่คือโฆษณาบัตรกดเงินสด) ไอ้การที่คุณพ่อต้องไปกดเงินล่วงหน้ามาใช้แล้วทำให้เกิดหนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก มันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นสำหรับเราๆ ที่ฐานะอาจไม่อู้ฟู่นักค่ะ คือถ้าคุณพ่อมีปัญหาคอเลสเตอรอลสูง เริ่มต้นเลย ปรับการกินค่ะ โดยการลดปริมาณอาหารและปรับอาหารบางจำพวก เพราะปัญหาคอเลสเตอรอลมันเป็นโรคเกี่ยวกับไขมันที่อุดตันในเส้นเลือดมันเลยต้องแก้ที่อาหารมากกว่า ลดสิ่งไม่ดี เพิ่มสิ่งที่ขาด คล้ายๆ หลักพุทธอะค่ะ ละชั่วทำดี เพราะถ้าไม่ละชั่ว แต่เริ่มมาทำดี มันก็ยังมีความชั่วอยู่ดี กินก็เหมือนกัน ออกกำลังกายตะบี้ตะบัน แต่ถ้ายังกินผิดๆ ยังคงกินปริมาณเยอะ เต็มไปด้วยไขมัน ผลมันก็ไม่น่าจะดีเต็มที่เท่าไร จริงอยู่มันอาจจะดีกว่าไม่ทำอะไรเลยค่ะ แต่ถ้าจะทำให้ดีมันก็น่าจะต้องแก้ให้ถูกจุด แล้วเสริมด้วยการออกกำลัง
 
          ซึ่งการออกกำลังนั้น ถ้ายังไม่มีสตางค์ ก็ไม่ต้องเป็นหนี้ หัดเดินค่ะคุณพ่อ เดินวันละ 30 นาที ถ้าเดินอยู่แล้วก็เพิ่มขึ้นเป็น 1 ชั่วโมง ใช้ลิฟท์น้อยลง ใช้บันไดแทนบ้าง ช่วยคุณแม่ที่กำลังท้องทำงานบ้าน ล้างจาน กวาดถู ตัดหญ้า ให้เหงื่อมันออก เมียก็มีความสุข ได้เห็นหน้ากันแล้วรู้สึกว่า สามีเอาใจใส่ ลดการทะเลาะเบาะแว้งได้อีก อ้อมไม่ได้บอกว่าการกดเงินไปซื้อรองเท้าของคุณพ่อผิด อ้อมแค่อยากเสนออีกวิธีให้คุณๆได้เห็นว่า สุขได้ไม่เป็นหนี้ สุขตามอัตภาพ มันก็มีอยู่จริงค่ะ กลัวคนไทยจนกว่านี้ค่ะ แค่นี้เราก็มีหนี้รายหัวติดตัวมาตั้งแต่เกิดคนละไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ไม่ต้องสร้างเพิ่มหรอกค่ะ โบราณว่า อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่กำเนิดยุคนี้ มันต้องเพิ่มว่า การไม่เป็นหนี้ ก็เป็นลาภอีกอย่างหนึ่งที่ประเสริฐค่ะ
 
          จะเห็นว่า ไม่ว่าจะรายการทีวี หรือโฆษณาที่บังเอิญได้ดู มันก็กลับมาที่เรื่องของสุขภาพกับการดูแลตัวเองค่ะ เงินเป็นสิ่งที่ต้องหา สิ่งที่ต้องใช้เป็นสิ่งจำเป็นในสังคมนี้ แต่ไม่ได้แปลว่าเงินจะซื้ออะไรก็ได้ที่เราอยากจะซื้อนะคะ มีเงินในกระเป๋า อยากให้เราสุขภาพดี มีขายตรงไหนบอกที อ้อมคนหนึ่งหละที่จะไปซื้อทันที แต่ก็อย่างที่เราๆ รู้ สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเองค่ะ ^_^
 
........................................
(หมายเหตุ  'อโรคยา ปรมา ลาภา' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)