บันเทิง

'นิสสัน แชมเปี้ยนส์ลีก'5แรงขับเคลื่อนของ'บอลตัวพ่อ'

'นิสสัน แชมเปี้ยนส์ลีก'5แรงขับเคลื่อนของ'บอลตัวพ่อ'

13 ต.ค. 2558

“นิสสัน แชมเปี้ยนส์ลีก”5 แรงขับเคลื่อนของ “บอลตัวพ่อ” : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
 
          แสงแห่งความยิ่งใหญ่ของถ้วย “บิ๊กเอียร์” นั้น ส่องสว่างเริ่มต้นมาจากที่ใดหรือ ? ...
จากตอนที่ รีล มาดริด คว้าแชมป์ 5 ปีรวด ในยุค 60’s หรือจากวันที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โพล่งคำว่า foodball bloody hell หลังเกมโกงตาย คว้าทริปเปิลแชมป์ 1999
 
          จากตอนที่ มูรินโญ ดื่มไวน์ “ชาโต ดีเกวม” ฉลองแชมป์กับอินเตอร์ปี 2010
 
          หรือจากตอนที่ เมสซี คว้าบัลลงดอร์ 4 สมัย !
 
          จะมีจุดเริ่มต้นจาก moment ไหนก็ตาม แต่ “แชมเปี้ยนส์ลีก” ยังคงใหญ่สุดในบรรดาเมเจอร์ 3 ถ้วยที่วงการฟุตบอลนับกัน แชมเปี้ยนส์ลีก 2016 คึกคักอีกครั้งเมื่อปีนี้ สปอนเซอร์ใหญ่อย่าง “นิสสัน” ขับเคลื่อนตัวเองด้วยเครื่องยนต์แบบใหม่ เข้ามาเป็นเจ้าภาพหลัก หรือเสาใหญ่ต้นหนึ่งของงาน
 
          ผมเคยมีประสบการณ์ที่ดีเมื่อได้รับเกียรติให้ไปดูนัดชิง 5 ปีรวด (2008-2012) และจำได้ว่า การไปดูบอลแชมเปี้ยนส์ลีก 16 ครั้งนั้น ต่างไปจากการดูพรีเมียร์ลีกเกือบ 40 ครั้ง และที่ต่างมากก็คือ การทำโฆษณาของบอลถ้วยนี้จะมีสีสันมากกว่า ดูได้จากหนังตัวหนึ่งที่นิสสันเชิญ “เทพ” มาเตะบอลโค้งหนีรถและเข้าประตู อันนี้เทพมาก แต่ถ้าเรามีสายตา ฟุตบอลถ้วยนี้ยังมี lifestyle และ trends ต่างๆ ให้พูดถึง (ไม่ว่าจะเป็นดนตรี อาหาร innovation pop culture)
วันนี้ขอประเดิมด้วย 5 เรื่องที่น่ารู้ สำหรับนิสสัน แชมเปี้ยนส์ลีก 2015-2016
 
          1.Water for Life
          มีหลายนัดและหลายสนาม ที่ก่อนการแข่งขัน จะมีมูลนิธิหรือหน่วยงานทางสังคมมาแจก “น้ำ” ให้แฟนบอลกินกันหรือเอาเข้าสนาม ปี 2010 ที่ผมถูกส่งตัวไปเกาะบอลถ้วยนี้ 1 เดือนนั้น วันที่เดินทางไปฝรั่งเสสดูลียงเตะกับบาเยิร์น หน้าสนาม มีการแจกน้ำแบบไม่อั้น (แม้ว่าจะมีการฉีดแก๊สน้ำตาไล่แฟนบอลอันธพาลด้วยก็ตาม)
 
          2.เทรนด์ ”กลยุทธ์นิยม”
          ในวรรณกรรม broken dreams ของ ทอม โบว์เยอร์ อาจจะเคยบอกไว้ว่า ระบบการเล่นฟุตบอลยังไม่เปลี่ยนมาก แต่ในความเป็นจริง ระบบการเล่น(formation) มีการใช้หลายระบบมาก ฤดูกาล 2015-2016 ที่นิสสันเป็นเจ้าภาพใหญ่นี้ เมื่อทำการบ้านศึกษาข้อมูลจะพบว่า ระบบการเล่นที่ฮิตที่สุด คือ “4-2-3-1” เพราะในจำนวนทีม 32 ทีมที่เข้าแข่งนั้น มีถึง 16 ทีมเลยที่ใช้ระบบนี้ (บิ๊กทีมก็เช่น มาดริด, แมนยู, เชลซี ส่วนบาเยิร์นไม่ใช้)
 
          3.เทพสตาร์ 6 ในแชมเปี้ยนส์ลีก ?
          นิตยสารเก่าแก่อย่าง world soccer เล่มล่าสุดที่สั่งซื้อส่งมาถึงบ้าน ลงรายงานว่าปีนี้ มีนักเตะอยู่ 6 คนที่ไม่ใช่ระดับ superstar อย่าง โรนัลโด และ เมสซี ที่น่าจับตามาก 6 คนนี้ประกอบไปด้วย Douglas costa จากบาเยิร์น, Jackson matinez จากแอต.มาดริด, Iker Casillas จากปอร์โต, Claudio beauvue จากลียง, Pedro จากเชลซี และ Mateo Kovacic จากรีล มาดริด
 
          4.การใช้รถเดินทางที่ไกลที่สุด
          โดยทั่วไป เวลาจะแข่งขันนักเตะต้องนั่งเครื่องบินอยู่แล้ว แต่คุณทราบไหมว่า เท่าที่ผ่านมาในแชมเปี้ยนส์ลีก นัดที่มีการเดินทางไกลสุด “โดยรถ” เกิดขึ้นในปี 2010 ซึ่งผมอยู่ด้วยพอดีที่ยุโรป เจ้าของสถิติเดินทางไปแข่งไกลสุดก็คือ “บาร์เซโลนา” ที่มีเมสซี ชาบี และอิเนสตา ต้องนั่งรถบัสกันทั้งทีม ข้ามประเทศจากสเปนไปอิตาลี 2 วัน 1 คืน เพราะดันมีภูเขาไฟระเบิด ทำให้สายการบินวันนั้น ขึ้นไม่ได้ ผลจากความเพลีย ทำให้บาร์ซ่าพ่ายไป 1-3 กลับมาเล่นในบ้าน เอาชนะได้แค่ 1-0 ตกรอบไป
 
          5.ห้ามปรากฏภาพ “แบรนด์คู่แข่ง”
          ปี 2008 ที่ผมถูกสปอนเซอร์ AIG เชิญไปสัมภาษณ์ “เฟอร์กี้” นั้น ก่อนวันแข่ง ทางเจ้าหน้าที่ของแมนยูพาทัวร์สนาม ผมสังเกตเห็นว่า ทำไมบนอัฒจรรย์ ทางสโมสรกำลังส่งคนขึ้นไปเอาป้ายผ้าปิด “โลโก้กีฬาแบรนด์หนึ่ง” คือแอบสังเกตมอง ตอนเดินในสนาม เจ้าหน้าที่บอกว่า สปอนเซอร์ทีมเป็นอีกค่าย ขณะที่สปอนเซอร์ของบอลแชมเปี้ยนส์ลีก ก็เป็นอีกค่าย เวลาถ่ายทอดสด โดยมารยาท ไม่ควรเห็นตราสินค้าของคู่แข่ง นี่เป็นความรู้ใหม่ที่ผมชอบเวลาไปทำข่าวฟุตบอล เพราะฟุตบอลคือ pop culture ที่สามารถเดินทางไกล เพื่อโลกที่กว้างขึ้นได้
 
          เพราะโลกยุคใหม่ คนมี “สายตา” สำคัญกว่า “ดวงตา”จริงไหม...
 
........................................
(หมายเหตุ “นิสสัน แชมเปี้ยนส์ลีก”5 แรงขับเคลื่อนของ “บอลตัวพ่อ” : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)