บันเทิง

มติบอร์ดภาพยนตร์ห้ามฉาย'อาบัติ'

มติบอร์ดภาพยนตร์ห้ามฉาย'อาบัติ'

12 ต.ค. 2558

มติบอร์ดภาพยนตร์ห้ามฉาย'อาบัติ' ชี้เนื้อหาไม่ได้อธิบายหลักพุทธศาสนา เปิดให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน15วัน

            12ตุลาคม 2558 จากกรณีที่สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) และภาคีเครือข่ายองค์กรพุทธยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ทบทวนการจัดฉายภาพยนตร์เรื่อง “อาบัติ”ของค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

            เมื่อเวลา 17.00น.คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ได้เปิดเผยผลการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ เรื่อง อาบัติ โดย บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดังนี้ ​มติที่ประชุม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25และ 26 แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มีมติดังนี้

            คณะกรรมการเสียงข้างมากมีความเห็นว่า เนื่องจาก กฎหมายมุ่งคุ้มครองความบริสุทธิ์แห่งศาสนา เสรีภาพในการนับถือศาสนา เพราะศาสนามีความสำคัญในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในสังคม ศาสนาเป็นเสรีภาพในมโนธรรมของมนุษย์ที่มนุษย์เคารพศรัทธาด้วยใจสมัคร ยอมรับ เคารพนับถือในคุณค่าแห่งศาสนาของตน สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ ศาสนายึดโยงเกาะเกี่ยวกับวิถีชีวิตในการอยู่ร่วมกันของสังคม ศาสนาคือศรัทธาแห่งหัวใจมนุษย์ ศาสนาจึงเป็นเกียรติ ศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของผู้นับถือศาสนา คุณค่าทางศาสนาทุกศาสนา จึงล่วงละเมิดมิได้

            ภาพยนตร์เรื่อง “อาบัติ” มีเนื้อหาและภาพบางตอนแสดงพฤติกรรมทางลบของพระสงฆ์ในทางชู้สาว และพฤติกรรมทางลบของพระสงฆ์ จึงมีลักษณะของการประจานความผิด ดูแคลน กดผู้อื่นให้ต่ำลง อันเป็นการแสดงถึงการขาดคาราวะต่อพระสงฆ์อันเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์ควรคำนึงถึงกาลเทศะ ความเหมาะสมและบริบทสังคมไทยด้วย การนำพฤติกรรมในทางชู้สาวของพระสงฆ์มาแสดงเผยแพร่เป็นจุดขายของภาพยนตร์สู่สาธารณชน ย่อมกระทบต่อความเสื่อมศรัทธาต่อพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์พระสงฆ์โดยไม่มีเหตุสมควร โดยเฉพาะบุคคลทั่วไป ย่อมมีศรัทธา วุฒิภาวะ ปัญญา การใฝ่ใจในธรรมที่ไม่เสมอกัน อาจทำให้เกิดปัญญายิ่งขึ้น หรือเกลียดพระสงฆ์ได้มากขึ้น ทั้งสองทาง

            ดังนั้น การที่ภาพยนตร์เรื่อง “อาบัติ” แสดงภาพและเนื้อหาพฤติกรรมของสงฆ์ในทางชู้สาวเป็นจุดขายของภาพยนตร์มาให้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชน มีลักษณะของการประจานความผิดของพระสงฆ์อาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย เสื่อมศรัทธา เสียหายต่อพระสงฆ์ที่มีวัตรปฏิบัติดีในภาพรวม และกระทบต่อความรู้สึกทางใจในศรัทธา ความเชื่อมั่น เป็นการลดทอนคุณค่าในเกียรติในศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจของความเป็นพุทธศาสนิกชน รวมทั้งการประจานพฤติกรรมชู้สาวอันเป็นภาพเชิงลบของพระสงฆ์ ไม่ได้มีผลเชิงคุณค่าในด้านเสริมสร้าง พลังเชิงบวกอันจะสร้างสรรค์กำลังใจ หรือแบบอย่างที่ดีให้วงการพระสงฆ์ในการจรรโลงพุทธศาสนาให้ดีงามอย่างแท้จริง

            คณะกรรมการโดยเสียงข้างมากมีมติ เนื้อหาของภาพยนตร์มีสาระสำคัญของเรื่องนำความเสื่อมเสียมาสู่ศาสนา จึงกำหนดให้เป็นภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร ตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของประเภทภาพยนตร์ พ.ศ.2552 และมาตรา 26(7) แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑

            หากผู้ยื่นไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวข้างต้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ตามมาตรา 66แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 โดยให้ยื่นอุทธรณ์ได้ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนี้