บันเทิง

‘ดา’แจงปมดราม่าเปลี่ยนบท‘หัวใจมีเงา’

‘ดา’แจงปมดราม่าเปลี่ยนบท‘หัวใจมีเงา’

13 ต.ค. 2558

“ดา”เผยเจ้าของบทประพันธ์“หัวใจมีเงา”รับทราบร่วมกันว่าจะมีการเปลี่ยนบทหลังให้บท“กวี”ที่แสดงโดย“โตโน่”เด่นกว่าบท“โยธา”แสดงโดย“แฟร์”

 
          กลายเป็นเรื่องราวดราม่าดุเดือดไม่น้อย หลังจากแฟนๆ ละครเรื่อง “หัวใจมีเงา” ได้ถกเถียงถึงการลดบทบาทของ “แฟร์” กันต์ดนย์ อะคาซาน รับบท “โยธา” ให้ด้อยกว่า “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์  ในบทของ “กวี”  ที่กลายเป็นกระแสวิจารณ์ของการปรับเปลี่ยนบท พร้อมทั้งล่าสุดทางเจ้าของบทประพันธ์เรื่องดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “ชลาลัย_เกตุวดี (Chalalai_Kettvadee)” ถึงความรู้สึกที่มีต่อละครเรื่อง “หัวใจมีเงา” เวอร์ชั่นล่าสุด โดยเนื้อหากล่าว “ผู้ผลิตในเครือเอ็กแซ็กท์ ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตมาขอเปลี่ยนอะไรบางอย่าง แต่ดิฉันไม่อนุญาต และเป็นที่ตกลงกันว่าจะไม่เปลี่ยน (ซึ่งไม่ใช่การเปลี่ยนบทพระเอกอย่างที่กำลังเป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่ตอนนี้)” ต่อด้วย “ประเด็นที่คนดูกำลังพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนบทโยธาไม่ให้ลงเอยกับอมาวสี ดิฉันเพิ่งมาทราบในภายหลัง ในส่วนของผู้ผลิตไม่ได้มีการบอกกล่าวพูดคุยในเรื่องนี้” ล่าสุด “ดา” ชฎาพร รัตนากร ผู้จัดละครเรื่องนี้ ได้ออกมาเปิดใจเพื่อชี้แจงและไขข้อคล้องใจว่า
 
          “ดาได้ไปเจอกับคุณสุ (ชลาลัย) ที่บ้าน เพื่อขอเปลี่ยนแปลงบ้าง เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน นั่งคุยกัน คุณสุบอกว่ายินดี และร่วมมือ รับทราบตั้งแต่แรกว่ามีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และเนื้อเรื่อง จากนั้นเข้าระบบการถ่ายทำ (เจ้าของบทประพันธ์ชี้แจงว่าบอกทางผู้จัดห้ามเปลี่ยน) ไม่นะ ดาไปหาคุณสุที่บ้านชลบุรี พร้อมคนเขียนบท เพื่อที่จะให้คนเขียนบทได้คุยกันด้วยซ้ำเพื่อร่วมกันคิดว่าจะไปทิศทางไหน เราจะไปอย่างไรดี เนื่องจากตอนเป็นหนังสือ มันบางมาก เราขออนุญาตเติมเส้นสายของเรื่อง (ตอนแรกข่าวออกว่าเรื่องนี้ “โตโน่” จะเล่นร้ายครั้งแรก) โอ้วไม่นะ ดาคอนเฟิร์มเลยว่า ดาตั้งตัวละครผู้ชายสองคนที่เทียบเคียงหรือเทียบเท่า ซึ่งไม่มีประเด็นนี้สำหรับเราเลย ถ้ามีถือว่าเซอร์ไพรส์มาก เป็นการเข้าใจผิด เราอยากมองเกมให้มันซับซ้อน ตัวร้ายจริงๆ ของในเรื่องคือพ่อของกวี (เจ้าของบทประพันธ์เขียนเรื่องว่า หัวใจมีเงา คือโยธาและอมาวสี) อืม พอเราทำมาได้สักครึ่งทาง เราเห็นตรงกันว่ามันควรเป็นแบบไหน สุดท้ายนางเอกจะเลือกใคร นี่คือปัญหา ถ้าคุณเลือกผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่ของของคุณ อันนี้แหละที่ทำให้เราต้องเปลี่ยน ถ้าเราทำตามเดิม ผู้หญิงคนนี้อยากได้ผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง ดังนั้นคุณกำลังจะเอาสามีของคนอื่นมาเป็นของเรา เนื่องจากว่าเขาดีกว่า เขารวยกว่า ดีกว่าทุกอย่าง” ดาอธิบาย
 
          ถามว่าหากวันนี้คนดูละครไม่มีฟีดแบ็กในความอินจนเกิดเป็นกระแสโซเชียล ทางเจ้าของบทประพันธ์คงไม่มีการโต้ตอบขนาดนี้ เห็นด้วยหรือไม่ ทางด้านผู้จัดเผยว่า “ถูกต้องนะ ดาคิดแบบนั้น แต่เรามองทุกอย่างเป็นปกตินะ ดาว่าทุกคนมีความคิด เราเป็นผู้ทำเราคิดแบบนี้ คนดูมีสิทธิคิดและเป็นทีมโยธา แต่ก็มีกลุ่มที่คิดว่าต้องมีกลุ่มของกวี สำหรับดามันไม่มีอะไรเลยมันแค่ความไม่ถูกใจของกลุ่มบางกลุ่มเท่านั้นเอง (กับข้อความที่เจ้าของประพันธ์โพส์ตว่า “ดูละครให้สนุก ถ้าไม่สนุก เราควรจะทำยังไงคะ..ทำเลยค่ะ” มองว่าเป็นการยั่วยุหรือปั่นกระแสไหม) ถ้ามองเผินๆ เรารู้สึกว่าเป็นการยั่วยุนะ แต่ว่าเรา (นึก) ก็ไม่เป็นไร เราอยากหันไปถามคำถามว่า ถ้าทำแล้วมันดีขึ้นล่ะ ดาว่าเดินตรงให้มากที่สุด ดามีสัมมาคารวะ ไม่เคยล่วงล้ำ และให้เกียรติพี่สุ ถึงแม้ว่ามันจะออกมาแบบนี้ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริง ดาไปเจอและคุยกับทางพี่สุแล้ว ได้ผ่านขั้นตอนทุกอย่างที่ถูกต้อง คือเนื่องจากบทประพันธ์ หลายบทประพันธ์อนุญาตให้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น ถ้าอยากดูแบบเดิมๆ ให้กลับไปดูละครเมื่อปี 2542 ละครจะเหมือนเดิมทุกอย่างเลย แล้วถามคนดูบางกลุ่มจะเบื่อไหม ดาว่าก็เบื่อนะ ดาใช้มุมกล้องในการทำแบบหนังเลยนะ ดาใช้โดรนขึ้นมาช่วย เพื่อภาพลักษณ์ใหม่ๆ คืนอะไรให้สังคม มองแบบนี้จะดีกว่า ไม่ใช่จะมาโหนกระแสเพื่อที่จะให้มีตัวตนในตอนนี้ ต้องใช้คำนี้นะ การที่จะโหนกระแสบางทีมันก็ผิดที่ผิดเวลาเนอะ ช่วยส่งเสริมในทิศทางที่ดี (เตรียมรับมือกลับฟีดแบ็กหลังจากนี้ไหม) เรายังยืนยันว่าเราให้เกียรติเสมอ เมื่อเราเริ่มต้นมาด้วยดี แต่หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นดาไม่รู้ เพราะเดาทางไม่ออก แต่มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ของการทำละครที่มีการปรับเปลี่ยนได้” ดากล่าวปิดท้าย