
'กานต์ ตระกูลฮุน'SCGโมเดลคุณภาพคุณธรรมต่อเนื่องยั่งยืน
12 ต.ค. 2558
กานต์ ตระกูลฮุน เอสซีจีโมเดลคุณภาพ คุณธรรม ต่อเนื่อง ยั่งยืน : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
เอสซีจี หรือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรธุรกิจเอกชนเก่าแก่ของไทยที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2456 เพื่อผลิตปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างที่สำคัญในการพัฒนาประเทศในสมัยนั้น ต่อมาได้ขยายกิจการอย่างต่อเนื่องและเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับถึงปัจจุบัน เอสซีจีเป็นมหาอำนาจ 3 ธุรกิจหลักในกลุ่มอาเซียน คือเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปเปอร์ และเอสซีจี เคมิคอลส์
ปัจจุบันเอสซีจีมีบริษัทในเครือประมาณ 200 บริษัท มีพนักงานกว่า 51,000 คน โดยมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนมหากษัตริย์ถือหุ้นใหญ่ 30% มี ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการ และมีคุณกานต์ ตระกูลฮุน เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่
ผลประกอบการปี 2557 เอสซีจี มียอดขายมากถึง 4.87 แสนล้านบาท มีกำไรสุทธิ 3.36 หมื่นล้านบาท และล่าสุดในครึ่งปีแรกของปี 2558 แม้ยอดขายจะไม่เท่าปี 2557 แต่เอสซีจีก็มีกำไรกว่า 25,000 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
เอกลักษณ์ความโดดเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งของเอสซีจี คือ ความต่อเนื่องในการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูง เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายขององค์กรให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย
ในรอบ 102 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีมีกรรมการผู้จัดการใหญ่ 10 คน คิดเฉลี่ยแต่ละคนจะอยู่ในตำแหน่งคนละ 10 ปี โดยช่วง 60 ปีแรก มี 4 คน เป็นชาวต่างประเทศทั้งหมด ต่อมาในช่วง 40 ปีหลังจึงเริ่มมีกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นคนไทย คนแรกคือ คุณบุญมา วงศ์สวรรค์ เป็นผู้จัดการใหญ่ ช่วงปี 2517-2518 ต่อด้วยคุณสมหมาย ฮุนตระกูล ปี 2518-2523 คุณจรัส ชูโต ปี 2523-2527 คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ปี 2528-2535 คุณชุมพล ณ ลำเลียง ปี 2536-2548
แล้วก็มาถึงยุค คุณกานต์ ตระกูลฮุน ที่เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 และกำลังจะเกษียณอายุในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ รวมระยะเวลาที่คุณกานต์เป็นผู้นำสูงสุดในการขับเคลื่อนและพัฒนาองค์กรเอสซีจีรวม 10 ปีเต็ม จากนั้นก็จะส่งไม้ต่อให้คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ลูกหม้อเอสซีจีว่าที่เอ็มดีคนใหม่ ที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไปอีก 8 ปี จนอายุ 60
คุณกานต์บอกว่า เป็นวัฒนธรรมองค์กรของเอสซีจีที่ต้องการให้มีความต่อเนื่องในการบริหารนโยบายและการวางแผนพัฒนาบุคลากรให้ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับบริหาร
“สมัยผมมีการบอกล่วงหน้าตั้ง 5 ปีครึ่งว่าจะให้ผมขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ตอนนั้นก็รู้สึกตื่นเต้น พอแจ้งผมแล้วช่วงปลายปี 2545 ผมก็ถูกย้ายไปเป็น ซีเอฟโอ ให้ดูแลการเงิน และไปดูแลทางด้านบริหารกลาง เป็นการเตรียมตัวเลย เพราะว่าที่ผ่านมาทำงานงานบู๊มาโดยตลอด” คุณกานต์กล่าวถึงโรดแม็พในการขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ของเอสซีจี
มาถึงล่าสุดว่าที่เอ็มดีคนใหม่-รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส คุณกานต์บอกว่าได้จัดเตรียมมาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว โดยคณะกรรมการบริษัทได้ตั้งทีมสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ และมีมติเลือกคุณรุ่งโรจน์ จึงแจ้งให้คุณรุ่งโรจน์ทราบเมื่อประมาณกว่า 2 ปีที่ผ่านมา
คุณกานต์ย้ำว่า เอสซีจีให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในนโยบายและการบริหารงานเพื่อความเติบโต ก้าวหน้า มั่นคงขององค์กร และจุดพิเศษอย่างหนึ่งของผู้บริหารเอสซีจี คือทุกคนจะทำงานที่นี่ค่อนข้างยาว เข้ามาทำงานตั้งแต่เด็กๆ เราจึงรู้กันหมดว่าแต่ละคนมีลักษณะนิสัย ใจคอเป็นยังไง ฝีมือเป็นยังไง ไม่ใช่เพิ่งรู้ อย่างคุณรุ่งโรจน์ก็เป็นลูกหม้อเก่าแก่ จบปริญญาโทจากอเมริกา พอเข้างานเอสซีจี 3-4 ปี ก็ได้ทุนบริษัทไปเรียนเอ็มบีเอ ที่ฮาร์วาร์ด เรียนจบก็กลับมาทำงานต่อ
“ผมก็ไม่รู้สึกใจหายอะไร (หัวเราะ) เพราะถึงเกษียณจากตำแหน่ง กก.ผจก.ใหญ่ แต่ก็ยังอยู่กับเอสซีจีในฐานะกรรมการบริษัท และยังเป็นกรรมการ และที่ปรึกษาให้บริษัทต่างๆ อีกหลายแห่ง แต่ก็คงจะมีเวลาไปดูหนังกับครอบครัวและเล่นเครื่องเสียงที่ชอบมากขึ้น” คุณกานต์กล่าวทิ้งท้ายถึงวัยเกษียณของตัวเองอย่างอารมณ์ดี
........................................
(หมายเหตุ “กานต์ ตระกูลฮุน” เอสซีจีโมเดลคุณภาพ คุณธรรม ต่อเนื่อง ยั่งยืน : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



