
เล่นหูเล่นตา:'ทำสิ่งดีๆ (3)'
12 ต.ค. 2558
'ทำสิ่งดีๆ (3)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
“คนดี ต้องทำดี” เป็นสิ่งที่ในหลวงสอนพวกเราตลอดมา ... และแทนที่จะถามว่า “ทำดีแล้วได้อะไร?” คงต้องกลับไปถามตัวเองว่าอยากเป็น “คนดี” หรือ “คนเลว” แล้วพระท่านก็สอนอีกว่า “ทำบุญ” นั้นคนดีหรือคนเลวก็ทำได้ แต่ “ทำบาป” นั้นมีแต่คนชั่วเท่านั้นแหละที่ทำ ... คนดีๆ ที่ไหนเขาทำกัน! ตัวฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่า ตกลงแล้วฉันน่ะดีหรือเลว รู้แค่ว่าเท่าที่ผ่านมา ทำดีมากกว่าทำชั่ว เอาแค่นี้พอ คนเรามันอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วย รัก โลภ โกรธ หลง และการเอาตนเองเป็นที่ตั้ง ไหนจะเอาตัวรอดอีกล่ะ! ไอ้จะให้ดีทั้งหมดคงเป็นนางฟ้าไม่ใช่คน! มันคงต้องมีบางครั้งที่ทำไปเพราะ “จำเป็น” (บางทีคำว่า “จำเป็น” ก็เป็นข้ออ้างที่อยากจะทำไม่ใช่ “จำใจ”)
เมื่อมีสิ่งใดที่ทำเพื่อย้ำเตือนความดีในตัว ฉันก็เต็มใจที่จะทำ บริษัท AP&J ที่ผลิตรายการเดอะวอยซ์ ซึ่งฉันรับเป็นลูกจ้างชั่วคราว เขาจะพาไปทำดี ฉันก็ยินดี มาค้างคืนค้างแรมกันที่ราชบุรี ตื่นเช้ามาแต่งตัวแต่งหน้าทำผมไปทำดี (ทำไมทำดีต้องแต่งหน้า-ทำผม? เอิ่ม ... มันเป็นการทำดีในที่สาธารณะ ขืนไม่แต่งหน้า คนอาจจะไม่เชื่อว่าหน้าตาอย่างนี้เป็นคนดี!) แต่งตัวกินข้าวเช้าเสร็จแล้วขึ้นรถตู้ไปทำดี สวยๆ (ออกทรงนางงาม) อีกกลุ่มแต่งตัวแน่นเป็นนักปั่นนำทีมโดย “โค้ชก้อง สหรัถ” และ “โค้ชสิงโต” (โค้ชโจอี้ไปปั่นอยู่ดอยสุเทพ มาไม่ได้เพราะน่องระบม!) พอไปถึงที่นัดหมายซึ่งเป็น โรงเรียนประถมเล็กๆ แห่งหนึ่งในจ.ราชบุรี (โรงแรมบ้านห้วยผาก) พวกเราทั้งพนักงาน AP&J (นำทีมโดยพี่โอ๋ พัฒนี จรียะธนา) ทีมมิวสิกไดเรคเตอร์ (อ.ต๋อง และอ.วุฒิ) มาพร้อมผู้ผ่านเข้ารอบบลายออดิชั่นบางส่วน ทีมใจอั้น (JAIUN) เลี้ยงอาหารกลางวัน ไอติม แจกขนม และร้องเพลงร่วมกับนักร้องเสียงจริง ตัวจริง ซึ่งเถิดเทิงเสียยิ่งกว่าเด็กๆ ตอนร้องเพลง “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” ของแจ๊ส ชวนชื่น เด็กนักเรียนชายอายุ 6 - 7 ขวบ เต้นกันยับ ทั้งท่าเต้นและคำร้องเป๊ะ จนอดสงสัยไม่ได้ว่า เด็กเอาเวลาตอนไหนไปซ้อมกันคะ ทุกท่วงท่าทุกๆ อย่างเหมือนฟังมาเป็นร้อยๆ ครั้ง ฉันเดินดูรอบๆ บริเวณโรงเรียน หน้าห้องเรียนซึ่งปูพื้นปูนลาดออกไปมีร่องระบายน้ำเล็กๆ นั้น มีถ้วยน้ำพลาสติกสีๆ ใส่แปรงสีฟันวางอยู่อย่างเป็นระเบียบเป็นแนวยาว อือ ... ดูดีเชียว! เด็กๆ กินข้าวเสร็จแล้วต้องแปรงฟันทุกครั้ง แต่ทำไมวางบนพื้นกันคะคุณ? เอาเถอะเลี้ยงแบบนี้จะได้มีภูมิต้านทาน อนามัยมากไปเดี๋ยวตายเร็ว เด็กไทยส่วนใหญ่เราก็โตมาแบบนี้แหละ แค่จะมีที่เรียนฟรี มีข้าวกินไปวันๆ ก็เป็นเรื่องยากแล้ว เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังเถอะค่า บ้านเราควรจะใส่ใจดูแลการศึกษาและการสาธารณสุขให้ทั่วถึงและดียิ่งๆ ขึ้นในทุกปี ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม ซึ่งปัญหาทั้งหมดทั้งมวลต้องพ่ายให้กับผู้ชนะตลอดกาลที่ไม่มีใครโค่นแชมป์ได้ นั่นคือ “ความยากจน”
ฉันเป็นแค่ประชาชนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่อยากทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และไม่ถ่วงความเจริญของประเทศชาติ เวลานี้คงทำได้แค่ ... ทำตัวเป็นนางงาม เลี้ยงอาหารเด็กยากจน ขาดแค่มงกุฎกับสายสะพาย ... ตอนจ้วงตักไอติมแจกเด็กฉันได้สาบานกับตัวเองว่า ... “กรูจะไม่เอาไอติมแบบตักมาแจกเด็กเป็นอันขาด!” เพราะตอนตักมันเกร็งตั้งแต่ข้อมือไปยันมดลูกอ่ะค่าคุณ กว่าจะถึงถ้วยที่ 10 ถ้วยแรกก็ละลายแล้ว คราวหน้าขอเป็นแบบแท่งแบบถ้วยบรรจุพร้อมแจกจะดีนะคะ ... กรูเมื่อยมากค่ะ! นางงามไม่ควรจะมีกล้ามแขน ควรยืนแจกสวยๆ อันนี้เหงื่อแตกจากรักแร้ไล่ไปลงที่กีบ (เท้า) คุณสหรัถ ยืนหล่อ ไม่ช่วยกรูตักเลยงี้ เออ ... คนหล่อมันดีอย่างนี้นี่เอง แค่ยืนเฉยๆ คนก็ชื่นใจ สปอนเซอร์มาช่วยกันใช้ทัพพีขูดไอติมกันคนละไม้ละมือ ฉันว่าคนไทยเป็นคนที่ใจดีที่สุดชาติหนึ่งในโลกนะ เวลาจะให้ช่วยพวกนางจะช่วยเต็มที่เพราะนี่คือคุณสมบัติของคนไทย “ความมีน้ำใจ” แต่ก็มีบางพวกที่กลายพันธุ์เห็นแก่ตัว ขี้เกียจ รักสบาย และชอบเอาหน้า ปะปนอยู่ในสังคมไทยเห็นแล้วก็ได้แต่ถอนใจ สอนลูกสอนหลานว่า อย่าทำตัวเป็นคนไทยกลายพันธุ์ที่ขี้เกียจ ไร้น้ำใจ และไม่ภาคภูมิใจในความเป็นไทย อยากเป็นชาติอื่นก็ให้ไปอยู่ประเทศอื่นอย่ามาลอยหน้าลอยตาดัดจริตทำตัวแตกต่างจากคนไทย เอะอะอะไรก็ว่าฝรั่งดีกว่าเรา ... เอิ่ม ... จะของขึ้นทำไมเนี่ย? ... เป็นนางงามต้องใจเย็นๆ พูดจาอ่อนหวาน ... มันไม่ใช่ดาวอะค่า ...
ตักไอติมเสร็จ เขาเรียกไปปลูกต้นไม้ เห็นใครปลูกต้นไม้ทีไรน้ำตาจะไหล นึกถึงในหลวงทุกที ท่านเป็นกษัตริย์ เป็นพ่อ เป็นผู้ริเริ่มให้แนวทาง สอนให้เราอยู่อย่างพอเพียง ให้เราอยู่ได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งคนอื่น ต้นไม้คือสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนอีกหลายอย่างในอนาคต ถ้าช่วยกันปลูกป่าอีก 50 ปีข้างหน้า ธรรมชาติสีเขียวที่เคยถูกทำลายจะเติบโตกลับคืนมา สร้างความอุดมสมบูรณ์และความสมดุลให้กับชีวิตคนไทยทุกคน ถึงจะเริ่มปลูกจากต้นเล็กๆ ต้นเดียวก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ... การเริ่มต้นเป็นสิ่งที่ยากเสมอเพราะเรามักจะมีข้ออ้างของความขี้เกียจ และบางคนก็อาจคิดว่าไม่ใช่เรื่อง คนอื่นเขาทำแล้ว ฉันไม่ทำสักคนก็ไม่เห็นจะเป็นไร ไอ้นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการถ่วงความเจริญของชาติ เวลาที่คนอื่นปลูกแล้วเมิงอย่าหายใจเอาออกซิเจนจากต้นไม้ที่กรูปลูกนะเว้ย! เดินผ่านต้นไม้ที่ตัวเองไม่ได้ปลูกก็ให้กลั้นหายใจไปตลอดทาง ดูซิจะตายมั้ย? ... ปลูกต้นไม้เสร็จก็ถ่ายรูปกลางแดดเปรี้ยง ยืนยิ้มเป็นนางงามฮวงจุ้ย เป็นมิสเชงเม้ง เพราะแดดเผาจนตาหยีกว่าเก่า ... สักพักแดดร่มลมตก ... เอิ่ม ... ทำไมตอนแดดร่มไม่เรียกไปปลูกต้นไม้คะคุณ? ฉันก็นึกบ่นในใจกระปอดกระแปดไปเรื่อย แต่การได้เห็นอนาคตของชาติกินข้าวอิ่ม มีรอยยิ้ม มีความสุข การได้ทำความดีนั้นเหมือนได้นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ... ความร่มเย็นย้อนกลับมาซึมซาบเข้าไปอยู่ในใจ ... ฉันไม่รู้ว่านรก-สวรรค์มีจริงหรือเปล่า แต่ในช่วงที่มีชีวิตอยู่ ได้ทำอะไรดีๆ ให้กับสังคมแล้วมีความสุข นี่แหละสวรรค์บนดินของฉัน ... (จบแบบนางงาม!)
.......................................
(หมายเหตุ 'ทำสิ่งดีๆ (3)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



