
มายาวิชั่น:ดีด้าเหมาทุกช่วงเวลา
07 ต.ค. 2558
ดีด้าเหมาทุกช่วงเวลา : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา
นาทีนี้คงไม่มีค่ายละครค่ายไหนฮอต เท่าค่าย ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น อีกแล้ว พูดเช่นนั้นได้เพราะสำรวจตรวจสอบหน้าจอละครช่อง 7 ตอนนี้มีละครจากค่ายนี้แทบทุกช่วงเวลา ทั้งเวลาเช้าเสาร์อาทิตย์ กับละครพื้นบ้าน แก้วหน้าม้า ละครเย็นวันจันทร์-ศุกร์ สาวน้อยอ้อยควั่น และละครหลังข่าว วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ อย่าง พญาโศก เรียกว่าเหมาทุกช่วงเวลาจริงๆ แต่ดูว่าผลลัพธ์ละครแต่ละเรื่องจะแตกต่าง และมีเรื่องให้พูดถึง
เริ่มต้นที่ละครจักรๆวงศ์ๆ แก้วหน้าม้า ผลิตในนามบริษัท สามเศียร มีค่าย ดีด้าฯ บริษัทลูก รับหน้าที่ผลิตงานโปรดักชั่น ที่ถูกพูดถึงวงกว้างมากตั้งแต่ที่ละครออกอากาศ และกระแสบวกจากคนดูก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โดยปกติเวลาละครพื้นบ้านตอนเช้าวันหยุดช่อง 7 มีแฟนประจำเหนียวแน่นอยู่แล้ว แก้วหน้าม้า ก็เช่นกัน ยังตรึงแฟนกลุ่มเดิมได้ มากกว่านั้นยังขยายกลุ่มแฟนเข้าไปอีก นอกจากลูกเล็กเด็กแดง ผู้ใหญ่หลายๆ คนก็ติดหนึบกับละครเรื่องนี้แบบไม่น่าเชื่อ เนื่องด้วยเนื้อหาละครดูง่าย ดูสนุก ดูเพลิน
งานนี้จึงแจ้งเกิดนางเอก “เดียร์”ดาริน ดารากานต์ ผู้รับบท แก้วหน้าม้า ไปเต็มๆ ความสำเร็จของละครเรื่องนี้ไม่ได้วัดแค่การถูกพูดถึงของผู้ชมคนดู ยังการันตีด้วยตัวเลขเรตติ้งที่ทะยานถึง 11ในแบบที่ละครจักรๆวงศ์ๆ ไม่ค่อยได้ทำได้ ที่สำคัญสูงกว่าละครเย็นและหลังข่าวในช่วงเวลาเดียวกันที่ออกอากาศด้วย ของเค้าแรงจริงๆ
ตามติดด้วยละคร สาวน้อยอ้อยควั่น ในช่วงเวลาเย็น เรื่องนี้ก็เป็นละครเก่ามาเล่าใหม่ เวอร์ชั่นเก่าประสบผลสำเร็จมากในแง่เรตติ้งละครเย็น เมื่อเป็นละครสูตรสำเร็จหรือละครตลาด ไม่แปลกจะมีการตามรอยความสำเร็จ ซึ่งละครถูกคาดหวังว่ายังไงก็ต้องประสบผลสำเร็จแบบต้นฉบับ และแม้ช่วงแรกในการออกอากาศความแรงอาจยังไม่ติดเครื่อง แต่ออกอากาศสักพักเดียว เรตติ้งเพิ่มขึ้นเห็นได้ชัด นั่นบ่งบอกถึงคนดูที่เพิ่มขึ้น แจ้งเกิดนางเอกน้องใหม่อีกคน “พีพี”พัชญา เพียรเสมอ ในบทนางเอกเจ้าน้ำตาสู้ชีวิตมาประดับวงการ
ถ้าพูดเนื้องาน ในส่วนบทโทรทัศน์ที่เขียนโดย วรพันธ์ รวี ซึ่งคือ แม่ของพระเอก “เคน”ธีรเดช นั่นเอง ตัวบทละครอาจถูกพูดถึงมากหน่อย ในเรื่องความสมเหตุสมผลที่บทขาดหายเป็นช่วงๆ ให้เห็น แต่ตรงนี้อาจไม่มีผลในแง่ความนิยม หรือเสียงติติงมากมายจากคนดู เมื่อละครเย็นอาจเป็นละครที่เน้นดูสนุก เพลินๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก จากกลุ่มคนดูที่เน้นหนักที่กลุ่มคนดูต่างจังหวัดมากกว่าในกรุงเทพ ซึ่งบท สาวน้อยอ้อนควั่น ของ วรพันธ์ รวี ถ้าตัดความเป็นไปได้ในหลายๆ อย่างไป ในเรื่องความบันเทิงที่เสิร์ฟให้คนดูถือว่าครบครัน
ปิดท้ายที่ละครหลังข่าว พญาโศก ซึ่งถูกพูดถึงตั้งแต่ถูกวางคิวให้ออกอากาศ ในประเด็นว่าละครเรื่องนี้อาจเหมาะสมในการเป็นละครเย็นมากกว่าละครหลังข่าว อาจเป็นในแง่คู่พระนาง เขตต์ ฐานทัพ และ “เบนซ์”ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ ที่คนอาจมองว่าหลุดจากการเป็นพระเอกนางเอกละครหลังข่าวไปแล้ว ส่วนนักแสดงรุ่นลูกก็เป็นหน้าใหม่ที่อาจยังไม่มีพลังดึงดูดคนดูพอ แต่เอาเข้าจริง ดาราอาจไม่ได้วัดความสำเร็จช่วงเวลาออกอากาศที่เป็นละครหลังข่าว เพราะละครหลังข่าวหลายเรื่องดาราอาจไม่ถึงขั้นแม่เหล็ก แต่ก็ฮิตระเบิด แต่ต้องด้วยข้อแม้ที่ว่า ถ้าบทดี บทสนุก และโปรดักชั่นออกมาดีงาม
ในกรณีของ พญาโศก เสียงจากคนดูเป็นแง่ลบมากกว่าแงบวกจะค่อนข้างกระหึ่มหลังละครออกอากาศทันที โปรดักชั่นโดนติงเรื่องยังไม่เนี้ยบ วิถีชีวิตบางอย่างของตัวละครก็หลุดจากยุคสมัยที่ควรเป็นพอสมควร ส่วนเรื่องขนบของบทก็อาจยังเป็นอะไรที่เดิมๆ ของผู้เขียนบทชื่อ วรพันธ์ รวี อย่างเช่น ตัวละครชอบพูดคนเดียว ชอบนึกในใจ หรือชอบโผล่ตามที่ต่างๆ อย่างไม่สมเหตุสมผล ตรงนี้อาจมองได้ว่าเป็นสไตล์ของผู้เขียนบทที่เป็นเฉพาะตัว แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป วงการละครไทยก็พัฒนามากขึ้นไปตามยุคสมัย บางครั้งก็อาจต้องหันกลับมามองในจุดนี้ด้วย
แล้วถ้าดูชื่อ วรพันธ์ รวี เป็นทั้งคนเขียนบท สาวน้อยอ้อยควั่น และ พญาโศก แต่ทำไม สาวน้อยอ้อยควั่น ไม่ถึงกับโดนด่ามาก อาจเป็นแนวบ่นๆ หรือไม่ก็แซวกันแบบขำ แต่กับ พญาโศก โดนโหมกระหน่ำ ซึ่งถ้าพูดกันจริงๆ สไตล์การเขียนบทก็มาในแนวทางเดียวกัน...คำตอบคือ ช่วงเวลาการออกอากาศที่มีฐานคนดูหลักๆ ช่วงเวลานั้นๆ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ช่วงเวลาเย็น กลุ่มคนดูหลักบางครั้งอาจไม่ต้องการเหตุผลนัก แต่ต้องการเสพความสนุกสนานเป็นหลัก แต่กับช่วงเวลาหลังข่าว ซึ่งกลุ่มคนดูหลักเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะฉะนั้นบทก็อาจต้องการน้ำหนัก เหตุผล และความสมจริงตามไปด้วย ไม่ใช่แค่หวือหวาอย่างเดียว...
นั่นแปลว่า ช่วงเวลาการออกอากาศและกลุ่มคนดู เป็นตัวสะท้อนหนึ่งได้ดีในเรื่องบทว่าควรเดินไปในทิศทางไหน...
........................................
(หมายเหตุ ดีด้าเหมาทุกช่วงเวลา : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา )



