
ดิจิทัลเป็นเรื่องน่ากลัวของความมั่นคง
06 ต.ค. 2558
ดิจิทัลเป็นเรื่องน่ากลัวของความมั่นคง : คอลัมน์ Digital master โดย... นิวัฒน์ ชาตะวิทยากูล
ประเทศไทยเปิดกว้างด้านเทคโนโลยีค่อนข้างมากนะครับเราไม่ปิดกั้นบริการต่างๆ บนสื่อดิจิทัลมีเพียงการปิดกั้นด้านเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเท่านั้นเราจะเห็นแค่เว็บไซต์เนื้อหาไม่เหมาะสมบางเว็บถูกปิดกั้น เห็นบ่อยๆ เวลาเข้าเว็บโป๊ แต่โดยภาพรวมถือว่าประชาชนชาวไทยสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างอิสระมีบ้างที่เป็นปัญหาก็จัดการแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณีไปอย่าง Uber หรือ AirBNB ที่จำเป็นต้องปรับให้เข้ากับกฎหมายวัฒนธรรมโครงสร้างตามความเหมาะสมกับของแต่ละประเทศ
อย่างกรณี Single Gateway แม้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในบางประเทศแต่เป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศเรา ด้านที่สองของเหรียญเรื่องนี้คือเรื่องของความมั่นคงในการเข้าควบคุมปัจจัยที่จะเกิดปัญหาความมั่นคงของชาติจากภัยคุกคามความน่ากลัวของภัยจากโลกไซเบอร์
สื่อดิจิทัลเป็นเรื่องน่ากลัวของความมั่นคงที่ทวีความรุนแรงของผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างโซเชียลมีเดียในปัจจุบันสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมได้ตั้งแต่การแชร์คลิปทำให้ประเด็นเล็กในสังคมกลายเป็นประเด็นใหญ่เรื่องที่ทุกคนต้องใส่ใจกลับมาตั้งคำถามหรือแม้กระทั่งการระดมพลทางความคิดทำให้เกิดการรวมตัวชุมนุม ในความเป็นจริงอย่างตัวอย่างที่เกิดขึ้นในฮ่องกงดิจิทัลสามารถสร้างปรากฏการณ์เหล่านี้ได้และที่สำคัญสามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้นและรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ
จากดิจิทัลที่หลายคนมองเป็นเรื่องแค่สื่อสำหรับความบันเทิงมักลายเป็นเรื่องความมั่นคงต่อสถานการณ์ต่างที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อประเทศ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดีในการตัดไฟแต่ต้นลม ซึ่งปัจจุบันก็มีทำอยู่แล้วเพียงแต่ว่ายังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเท่าไหร่นัก Single Gateway ที่จะมาแก้ไขเรื่องความมั่นคงกลับกลายเป็นผลกระทบที่ต้องมองในหลายแง่มุมทั้งความคุ้มค่าเรื่องการลงทุนและประสิทธิภาพที่ยังมีข้อสงสัยรวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ผมว่าถือเป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้นที่รัฐบาลได้เปิดประเด็นและประชาชนเอกชนได้แสดงความคิดเห็นจนเกิดแรงกระเพื่อมในวงกว้าง ผมมองว่าเป็นความตั้งใจจะพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าในเจตนาดี แต่วิถีนั้นอาจจะยังไม่ตรงใจหรือยังไม่ใช่วิถีการที่ตอบโจทย์สุด
นอกจากเรื่องความมั่นคงในเสถียรภาพด้านการปกครองเรายังมีประเด็นเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อมด้วยเช่นกัน ดิจิทัลกับเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่มีผลกระทบเยอะมากในปัจจุบันการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลหรือบริการต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามากำลังดึงเงินออกจากบ้านเราอย่างมหาศาลแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
คนไทยใช้ Line มากที่สุดใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดใช้บริการ Google และ YouTube เรากำลังใช้บริการที่มากจากนอกประเทศได้อย่างอิสระยังไม่นับรวมบริการย่อยๆ นับไม่ถ้วนที่หลั่งไหลเข้ามาเพื่อหลังจะสร้างรายได้จากผู้ใช้ชาวไทย บริการอย่าง Line ในปี 2012-2013 เติบโตด้านรายได้สูงขึ้นถึง 348.9% และ Facebook ที่รับเงินโฆษณาจากผู้ประกอบการไทยอย่างอื้อซ่า ตั้งออฟฟิศในประเทศไทยเพื่อรองรับการโฆษณาที่มีทางเลือกมากขึ้นเรากำลังเสียดุลการค้าทางเศรษฐกิจจากช่องทางดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ
รัฐบาลควรมองในมุมนี้มากพอๆ กับสเถียรภาพด้านความมั่นคงทางด้านข้อมูล ควรสนับสนุนด้านดิจิทัลในมุมอื่นๆ ให้เข้มข้นเหมือนกับเรื่อง Single Gateway ที่ดูจริงจังและมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นจริง การล่าอาณานิคมทางเศรษฐกิจ และสังคมกำลังเปลี่ยนแผนใช้ระบบดิจิทัลในการสร้างอำนาจให้ตัวเองในเชิงเศรษฐกิจและสังคมได้ และทำได้เร็วกว่าเสียด้วยครับ
ดิจิทัล เลยเป็นเรื่องน่ากลัวของความมั่นคงไปโดยปริยาย
........................................
(หมายเหตุ ดิจิทัลเป็นเรื่องน่ากลัวของความมั่นคง : คอลัมน์ Digital master โดย... นิวัฒน์ ชาตะวิทยากูล)



