
ประกวดร้องเพลงในทีวีดิจิทัลกับวันที่ต้องยืนอยู่คู่ลิขสิทธิ์
30 ก.ย. 2558
รายการประกวดร้องเพลง ใน ทีวีดิจิทัลกับวันที่ต้องยืนอยู่คู่ ลิขสิทธิ์เพลง : สกู๊ปดิจิทัล
สัปดาห์ที่ผ่านมามีการหยิบยกประเด็นเรื่อง ลิขสิทธิ์เพลง มาพูดคุยกันอย่างเผ็ดร้อนและหาบทสรุปของที่มา พอหันกลับมาดูเรื่องที่เกี่ยวพันกับวงการโทรทัศน์บ้านเรา คำว่า “ลิขสิทธิ์” นั้นเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังใจช่วง 2-3 ปีแล้ว วันนี้จึงขอหยิบประเด็นนี้มาพูดถึงกันสักหน่อย เพราะเมื่อลองสำรวจคอนเทนต์รายการของแต่ละช่องในทีวีดิจิทัล จะสังเกตได้ว่า “รายการประกวดร้องเพลง” เพิ่มจำนวนขึ้นมาก เรียกได้ว่าเกือบจะมีประจำในทุกช่อง ยิ่งตอนนี้ เราทุกคนกำลังอยู่ในยุคที่ “ลิขสิทธิ์เพลง” มีบทบาทต่อวงการสื่อมากยิ่งขึ้น จนทำให้หลายคน อยากทราบถึงที่มาที่ไปของเพลงต่างๆ ว่ากว่าแต่ละรายการจะนำเพลงเหล่านั้นมาใช้ในการประกวดร้องเพลงจะต้องผ่านอะไรบ้าง และอุปสรรคของการทำงานและการแข่งขันของรายการประกวดร้องเพลงที่มีมากขึ้น ทางออกของแต่ละรายการจะเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าว “คม ชัด ลึก” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “บูล” ศักดิ์ชัย ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายรายการโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในฐานะผู้ผลิตรายการประกวดร้องเพลง “ร้องแลกไลค์ไทยแลนด์” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 น. และ 18.15 น. ทางช่อง 8 เกี่ยวกับ ประเด็นลิขสิทธิ์เพลง โดยผู้บริหารหนุ่มเปิดเผยถึงข้อมูลดังนี้
“คือการทำงานของเราจะมีการออดิชั่นนักร้องที่จะมาขึ้นเวทีก่อน โดยให้เลือกเพลงที่ร้องดีที่สุด 5 เพลง ซึ่งในจุดนั้นขั้นตอนมันยังไม่ต้องถึงการขอลิขสิทธิ์ พอถึงรอบที่จะเตรียมขึ้นเวทีเราถึงจะมานั่งวางแผนเรื่องลิขสิทธิ์เพลงต่อไป โดยรายการร้องแลกไลค์ เราจะไม่มีการบังคับว่าเพลงที่ใช้ในการประกวดจะต้องเป็นเพลงในค่าย เพราะเราจะมีการร้องเพลงหลายประเภท ทั้งลูกทุ่ง ไทยสากล รวมไปถึงเพลงสากล ในแง่ของเพลงสากล เราจะติดต่อกับทางบริษัทที่ดูแลลิขสิทธิ์เพลงสากล ซึ่งบริษัทนี้จะดูครอบคลุมเกือบทั้งหมด โดยเราจะเป็นผู้ที่ติดต่อเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลงเองทั้งหมด เพราะช่อง 8 อยู่ภายใต้ปีกของ บริษัท อาร์เอส ซึ่งเราทำค่ายเพลง และมีคอนแท็กเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์เพลงเจ้าอื่นๆ เยอะ ยกเว้นแค่ค่ายแกรมมี่เท่านั้นที่เราไม่ได้ใช้ ส่วนเพลงลูกทุ่ง ดูเหมือนจะมีการจัดการค่อนข้างยาก เพราะบางเพลงมีการถือลิขสิทธิ์เพลงนั้นๆ ร่วมกัน ถือว่าเป็นความวุ่นวายพอสมควร แต่ด้วยความที่เราเป็นค่ายเพลง เราจะมีบริษัทที่ดูแลเรื่องลิขสิทธิ์เข้ามาช่วยเราดูแลเรื่องนี้ และเราก็จะทำให้มันถูกต้อง” ศักดิ์ชัยเผย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว “คม ชัด ลึก” ได้ติดต่อไปยัง “รุ่ง” รุ่งธรรม พุ่มศรีนิล ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการ ช่อง ONE ที่ครองตำแหน่ง เอ็กเซ็กคลูทีฟ โปรดิวเซอร์ ประจำรายการ “ศึกวันดวลเพลง” รายการที่ใช้เพลงลูกทุ่งในการประกวดร้องเพลง 100 เปอร์เซนต์ ของช่องวัน ที่ออกอากาศเป็นประจำทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 19.00 น. ได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์เพลงในการใช้ประกวดในรายการดังกล่าวว่า
“เรากล้าพูดได้เลย ว่าตอนแรก ที่เราคิดจะทำรายการประกวดร้องเพลง เรามองว่าเรื่องลิขสิทธิ์เพลงนั้น อาจจะเป็นหนึ่งในอุปสรรคของเราหรือเปล่า เพราะเรื่องลิขสิทธิ์มันแบ่งออกเป็นนานสองส่วนคือ เพลงในหลายเจ้ามีมูลค่าตั้งแต่ปานกลางถึงแพง แต่เราก็จะพยายามหาทางพูดคุยเพื่อมีทางออกให้มากที่สุด เพราะเรามองว่ารายการประกวดร้องเพลง เป็นการนำสิ่งที่เคยโด่งดังมาในอดีต มาทำให้คนได้รู้จักกันอีกครั้งหนึ่ง ยิ่งเป็นเพลงเก่าๆ ซึ่งโชคดีมาก ที่แกรมมี่เป็นผู้ถือลิขสิทธ์เพลงลูกทุ่งเก่าๆซะส่วนใหญ่
และถ้าหากพูดถึงเพลงจากค่ายอื่นๆ มันจะมีหลายแบบ เช่น แบบเหมา 5-10 เพลง ก็ว่าไปในราคาที่ตกลงกัน แต่เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงบางครั้ง อาจจะคิดมูลค่าเพลงนั้นๆ สูงเกินไป ทั้งที่ความตั้งใจของเราอยากจะเผยแพร่สืบสานต่อ แล้วเป็นการขอเพื่อออกอากาศเพียงครั้งเดียว เราอยากให้มองไปถึงการต่อยอด ในการใช้งานในครั้งต่อไปด้วย แต่หากราคานั้นๆ สูงไปเราก็คงต้องเลือกใหม่ เพราะค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เรามีการวางแผนเอาไว้ และเราให้ความสำคัญกับเรื่องลิขสิทธิ์เพลงมากๆ ดังนั้น เมื่อเพลงที่เราต้องการอันดับ 1 แล้วเราสู้ไม่ไหวเราก็จะเลือกอันดับต่อๆ ไปเพื่อรักษารายจ่ายด้วย เพราะการทำรายการแต่ละครั้งมันมีการลงทุนทั้งนั้น เราจึงต้องหาวิธีเพื่อให้เราคุ้มทุนมากที่สุด อย่างหนึ่งที่เราพบเจอเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์เพลงคือ เพลง 1 เพลง มีผู้ถือลิขสิทธิ์หลายคน กรณีแบบนี้ เราจะเจอในเพลงที่มี อายุ 30-40 ปีขึ้นไป บางครั้งหากเราไปขอใช้เพลงเหล่านั้นจากฝ่ายหนึ่งแต่เราอาจจะโดนอีกฝ่ายหนึ่งฟ้อง หรือบางเพลงอาจจะอยู่ในขั้นฟ้องร้องกันอยู่ ซึ่งหากเจอเคสนี้ เราอาจจะเลี่ยงไปใช้เพลงอื่นๆ ก่อน” รุ่งธรรมกล่าว
นี่เป็นการยกตัวอย่างปัญหาบางอย่างที่สะท้อนให้เห็นจากปากของผู้ผลิตรายการประกวดร้องเพลงที่อยู่ภายใต้เงาของ สองยักษ์ใหญ่ในวงการเพลง ทั้งแกรมมี่ และ อาร์เอส ที่สะท้อนออกมาให้เห็นถึงการทำงาน และเลือกความถูกต้องของการขอลิขสิทธิ์เพลงอย่างเห็นได้ชัดเจน



