บันเทิง

'การคิดหาไอเดียและมองเห็นเรื่องราว'

'การคิดหาไอเดียและมองเห็นเรื่องราว'

29 ก.ย. 2558

'การคิดหาไอเดียและมองเห็นเรื่องราว' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          แอบไปบรรยายการเขียนที่เขาใหญ่ซึ่งแบงก์ชาติจัดมา เลยเป็นสุดสัปดาห์ที่สนุกกับการคิดแง่มุมของถ้อยคำอีกครั้ง ขอเอามาแชร์บางส่วนในพื้นที่นี้
 
          การคิด “เรื่อง” ที่จะเขียน “ต้นฉบับ” หรือบทความนั้น ไม่ต่างอะไรจากการแข่งกีฬา, เล่นดนตรี หรือเข้าครัวทำอาหาร เพราะไม่เคยมีสูตรหรือวิธีการที่ “ตายตัว” มันสามารถ “ด้นสด” (ไม่ใช่ “ดำน้ำ”) และดิ้นได้ไปตามแง่มุมต่างๆ ที่อาจไม่มีใครมองเห็น
 
          อย่างไรก็ดี แม้การเขียนหนังสือเกี่ยวกับอะไรก็ตาม จะไม่มีสูตรตายตัวในวิธีคิด แต่มัน “ทาง” หรือ “เส้นหลักๆ” เพื่อไปสู่การสร้างงาน
ดังหัวข้อคร่าวๆ ต่อไปนี้..
 
          1.Content & Story
          โดยมารยาท เราควรเขียน “เรื่อง” ที่เหมาะกับแนวทางของหนังสือ หรือคอนเซ็ปต์ของแต่ละเล่ม ไม่มีนักเขียนคนไหนของ Monocle เขียนเรื่องการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการ เหมือนที่ไม่น่าจะมีคอลัมนิสต์เขียนเรื่อง “การล้มล้างสถาบัน” ใน “แพรว”
 
          วิธีหนึ่งที่ทำให้ง่ายขึ้นในการคิดเรื่องก็คือ ตามโลกดูความเป็นไป “ขณะนั้น” ว่าเกิดอะไรขึ้นในหลายๆ แวดวง จะลองสมมติยกตัวอย่าง 7 วัฒนธรรมที่อยู่คนละมุม ดังนี้
 
          1.Food
          การเกิดขึ้นอย่างแพร่กระจายแบบรวดเร็วของวัฒนธรรมป๊อปอย่าง Food Truck หรือการขายอาหารผ่าน “รถ” ซึ่งกำลังนิยมในบ้านเรา (สุขุมวิท 38, เอสพลานาด, จตุจักร ฯลฯ)
 
          2.Womenomics
          อุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โฟกัสไปที่ตลาดของเพศหญิงอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการบริการด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว ร้านอาหาร รายการทีวีวิทยุ และภาพยนตร์ ฯลฯ
 
          3.AKIMAHEN of Kyoto
          คู่มือการท่องเที่ยว กับสิ่งที่ไม่ควรทำใน “เกียวโต” เหมือนเอกสารรวบรวม กฎ กติกา มารยาทของคนที่เดินไปเมืองแห่งนี้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ไปญี่ปุ่น
 
          4.ECO Iconic
          โลกการตลาดสีเขียวไม่เคย “จางสี” ไปจากไลฟ์สไตล์ผู้คน มันยังคงเบ่งบานและสะท้อนแสงเจิดจ้าออกมาจากหลายภาพส่วนที่คิดกลยุทธ์ออกมา แม้ว่าจะไม่เข้มข้นแบบ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยัง “เดินทาง” อยู่ในความคิดของผู้คน
 
          5. ”แม่เบี้ย”
          วรรณกรรมคลาสสิกของคุณวานิช จรุงกิจอนันต์ ถูกทำเป็นหนังและละครเวทีหลายๆ ครั้ง ทว่าทุกครั้ง เรื่องราวและงู ถูกปรับเปลี่ยนไปตามแง่มุมของผู้กำกับที่ตีความ (interpretation) ไปตามมุมมองของตัวเอง
 
          6.โดราเอมอน
          แบรนด์ แอมบาสเดอร์ของญี่ปุ่น ที่กลายมาเป็นทูตระหว่างประเทศ มิหนำซ้ำกลายเป็นการ์ตูนชุด ที่คนทุก Gen ต้องรู้จัก และแตกไลน์ไปเป็นสินค้าทุกอย่าง ไม่ต่างไปจาก “เฮลโลคิตตี้”
 
          7.ปั่นจักรยานและวิ่งมาราธอน
          ทั้งสองเทรนด์กำลัง “ส่งไม้” ให้กันและกัน ผ่านการประชุมมาร์เก็ตติ้งของแบรนด์หลายๆ แบรนด์ แต่การสานต่อไลฟ์สไตล์ที่ว่านี้ ล้วนต้องมีธีมของงานที่จะ “ผลักดัน” ต่อไป
................................
 
          จากเรื่องที่วางและคิดไว้ ทีนี้ก็หาประเด็นง่ายๆ หรือ Point of View เช่นมุมเหล่านี้ กับหัวเรื่องข้างต้น
          1.Food
          สีสันความสนุกในการเปลี่ยนเมนูอาหารของชนชั้นกลาง, การพัฒนาพื้นที่หรือที่ดินให้เกิดการรับรู้, วัฒนธรรมด่วนในภาพของ Festival
 
          2.Womenomics
          พลังการจ่ายของเพศหญิง, ตลาดใหม่ของสินค้าเก่า, การค้าขายอารมณ์-ความรู้สึกของผู้หญิง, เงินถุงเงินถัง Lady Luxury, แบรนด์เพศหญิงในโลกใหม่
 
          3.AKIMAHEN
          ความวุ่นวายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ, การไม่เคารพกฎกติกาและขาดมารยาทของคนต่างชาติ, การเติบโตของสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น
 
          4.ECO Iconic
การสะท้อน subconscious ของผู้ซื้อ, กระแสรักษ์โลกแบบฉาบฉวย, การแสดงตัวของแบรนด์ดัง ในฐานะของผู้ปกป้องโลก ดุจดั่งสไปเดอร์แมนปกป้องนิวยอร์ก
 
          5. “แม่เบี้ย”
          การตีความ "งู”, รูปลักษณ์และอัตลักษณ์ของบ้านเรือนไทยกับพื้นที่ของเพศหญิง, การโหยหาสิ่งเก่าของคนยุคใหม่
 
          6.”โดราเอมอน”
          ท่าทางและการอ้าปากยิ้มของแมวสีฟ้า, คาแรกเตอร์มวลหมู่, การตอบสนองความฝันแบบ escapist
 
          7.จักรยานและวิ่งมาราธอน
          ไลฟ์สไตล์รักษ์โลกกับการอวดตัวตน, การดูแลสุขภาพของคนยุคใหม่, ธีมและขนาด “มินิ” ของการวิ่ง, การอยู่ร่วมในลักษณะครอบครัว
 
          ทริกง่ายๆ ในการเลือกแง่มุมมาเขียน อาจมองจาก Context หรือ “บริบท” ของเรื่อง เช่น Food Truck คนอาจไม่ได้ชอบกินอาหารในงาน แต่รักสีสันความสนุกของเฟสติวัล ที่มีอารมณ์คล้าย flea market หรืองานวัด...
 
          จะเห็นได้ว่า เมื่อคลุกคลีจริงจังสักระยะหนึ่ง การเขียนก็จะเริ่มต้นได้ แต่จะเดินทางไกลใกล้แค่ไหน
 
          ก็ขึ้นอยู่การขับพาหนะ ที่ทุ่มเทเพียงใด
 
........................................
(หมายเหตุ 'การคิดหาไอเดียและมองเห็นเรื่องราว' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)