บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'ทำสิ่งดีๆ (1)'

เล่นหูเล่นตา:'ทำสิ่งดีๆ (1)'

28 ก.ย. 2558

'ทำสิ่งดีๆ (1)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          แต่ละวันของชีวิตช่างสับสนและซับซ้อน บางวันก็ซ้ำซากและเรื่อยเปื่อย ... แต่ละคนก็ย่อมมีวิธีจัดการกับชีวิตให้มันเข้าที่เข้าทางและผ่านไปได้อย่างไม่เจ็บปวดจนเกินไป ... สำหรับฉันถ้าวันไหน “เหงา” ฉันจะลุกขึ้นไปกอดคนที่ฉันรัก (คนในครอบครัว) ถ้าฉันรู้สึก “ไร้ค่า” ฉันจะลุกขึ้นมาทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นด้วยการช่วยเหลือหรือทำบุญทำทาน วุ้ย ... ดูเป็นนางงามขัดกับหนังหน้าและวาจา! ... มันเป็นสิ่งที่ทำได้ตลอดเวลา แต่บางครั้งมันก็ต้องสละทั้งทรัพย์สิน เวลา และแรงกาย เพื่อให้ได้สัมผัสกับความยากลำบากที่ผู้คนเผชิญอยู่และได้สำนึกว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่นั้น ถ้ามันดีอยู่แล้ว อย่าได้สงสัยในคุณค่าของมันหรือเอามันไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ดีกว่า สูงกว่า ซึ่งอาจจะไม่มีวันได้มา นอกจากความตะเกียกตะกายไม่รู้จักพอที่เป็นไฟสุมอยู่ในใจจนไร้ซึ่งความสุข ... สุดท้าย “ความสุข” ก็คือ “ความพอเพียง” อย่างที่ในหลวงท่านสอนพวกเราตลอดมา ขยันทำมาหากิน มีพอกินพอเก็บ เหลือก็แบ่งปัน ความสุขของชีวิตมันง่ายแค่นั้น ...
 
          “จะถึงรึยังสีเกด?”
 
          “ไม่เกินครึ่งชั่วโมงค่ะคุณพี่”
คุณสีเกดพาฉันมาต่างจังหวัดในวันที่ไม่มีงานทำ มันผิดวิสัยคนอย่างฉันที่ชอบเฝ้าบ้าน ไม่คืบไม่คลานไปไหนเหมือนจระเข้แก่เฝ้าถ้ำ เมื่อก่อนชอบว่าพี่แอม (เสาวลักษณ์ ลีละบุตร) ว่าชวนไปไหนก็ไม่ยอมไป วันๆ ทำตัวเป็นนางห้อง สิงอยู่แต่ในบ้าน พอเวลาผ่านไปถึงได้รู้ว่า ชีวิตของคนมีชื่อเสียงนี่มันช่างวุ่นวายมากมายคล้ายจะเป็นลม ความสงบที่หาได้ที่เดียวคือ “บ้าน” (บ้านตัวเอง ไม่ใช่บ้านแม่ เพราะนั่นหนวกหูยิ่งกว่า ทั้งคน ทั้งหมา และนกกระตั้วที่ชอบร้องแหกปากเหมือนหนังฝรั่งแนวฆาตกรรม) ถ้ามันจะต้องไปต่างจังหวัดในวันว่างมันก็ต้องมีอะไรที่มากกว่าพักผ่อนหย่อนใจ ฉันมาทำอะไรเดี๋ยวจะได้รู้ ...
 
          “ถึงแล้วคุณพี่ ...” สีเกดจอดรถในรีสอร์ทสวยงามแห่งหนึ่งที่สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี พอฉันก้าวเท้าลงจากรถก็ได้พบกับมิวสิกไดเร็คเตอร์ 2 คน อ.วุฒิ และ อ.ต๋อง ที่เพิ่งมาถึงเหมือนกัน รถกอล์ฟพาฉันพร้อมสัมภาระไปที่ห้องพัก สวยงามตามท้องเรื่อง เป็นห้องใหญ่กว้างขวางขนาด 100 ตารางเมตร มีเตียงอยู่ตรงกลาง ติดกับกระจกโค้ง มองออกไปเห็นสนามหญ้าสีเขียวขจีกั้นไว้ด้วยรั้วเตี้ยๆ สีขาว มีโต๊ะเขียนหนังสือวางอยู่ติดกระจก ชุดรับแขกใหญ่โตเป็นที่นอนนอนได้อีก 1 คน หันหลังให้กับอ่างอาบน้ำกลมขนาด 2 คนลงไปแช่ ผนังเจาะรูติดไฟเหมือนเทียนเป็นสิบๆ เล่ม โรแมนติกเจงๆ! ด้านหน้ามองผ่านกระจกไปเห็นทะลุปรุโปร่ง เอิ่ม ... นี่มันห้องฮันนีมูนสวีทเหรอคุณ? เตียงก็เป็นเตียงคู่ ไม่ใช่เตียงเดี่ยวแยกกันนอน คือว่าไอ้คนที่จะมาพักมันคงต้องสนิทกันจริงๆ ไม่งั้นมีอาย! ยิ่งเป็นชายหญิงด้วยแล้ว มีหวังเอาเพื่อนชายมาทำผัวชั่วคราวแน่ๆ! แต่สำหรับฉันกับคุณสีเกด นางจับจองที่นอนบนโซฟาตลอด เพราะนางชอบครอบครองรีโมทไว้ดูทีวีคนเดียว นอนทับรีโมททั้งคืน ใครอย่ามาเปลี่ยนช่อง! ส่วนฉันนอนเตียงกว้างใหญ่สมตัวและสมวัย สบายใจไม่มีใครมาแย่งที่หลับที่นอน ... 
 
          เวลาฉันไปพักที่ไหน ห้องแรกที่ฉันใส่ใจคือ “ห้องน้ำ” ต้องกว้างขวาง แยกส่วนแห้งส่วนเปียกออกจากกัน ที่นี่ห้องน้ำกว้างมาก ทอดยาวเป็นอุโมงค์ เหมาะจะวิ่งไล่จับตอนอาบน้ำกับคนหน้าตาดีมีซิกแพ็ก (เพ้ออีกละ!) ... ฉันล้างไม้ล้างมือแล้วนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะเขียนหนังสือรอเวลากินข้าวเย็น สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ... ผู้ชายคงโทรมาง้อ! ฉันคิด (ก็เพ้ออีกอะ) ถ้าเรื่องงานก็ติดต่อคุณสีเกด คนมีเพื่อนน้อยอย่างฉันนานๆ ทีเพื่อนจะโทรหาที ... คุณสีเกดรับสายแล้วส่งต่อให้ฉัน ... เสียงผู้ชายดังออกมาจากโทรศัพท์ “อ่านหนังสืออยู่เหรอจ๊ะ?” เอ๊ะ! มันรู้ได้ไงว่ากรูอ่านหนังสือ นี่ดีนะเสื้อผ้าใส่ครบ คนที่โทรมาต้องอยู่แถวๆ ที่ฉันพักแหงๆ นึกว่าใคร ... ที่แท้ก็ผัวเรานี่เอง “ก้อง สหรัถ” นางมาพักอยู่ข้างๆ กันจริงๆ ด้วยสิ ... “คุณพี่ ... ไป ... ไปกินข้าวได้แล้ว พี่โอ๋ (พัฒนี จรียะธนา) มาถึงแล้ว นางบอกว่าจะพาไปกินข้าวร้านอร่อย” ฉันกับสีเกดออกไปยืนรอพอดีกับคุณก้องและคุณเก๋ (แฟนนาง) ปั่นจักรยานออกมารอพอดี ... เออหนอ ... คนจะมาเป็นคู่กันนี่นะมันต้องมีอะไรที่เหมือนกันมากกว่าต่างกัน ทั้งคู่เป็นคนอารมณ์ดี สมถะ รักธรรมชาติ ชอบปั่นจักรยาน กางเต็นท์ตามป่าตามเขา กิจกรรมที่ทั้งคู่ทำนอกจากธรรมชาติแล้ว ฉันทำไม่เป็นสักอย่าง ฉันชอบเดินตลาด จ่ายกับข้าว ทำกับข้าว ใช้เวลาอยู่บ้านกับครอบครัว คนละทางกันจริงๆ คน 2 คนจะมารักมาอยู่ร่วมกันชั่วชีวิต นอกจากพรหมลิขิตและศีลเสมอกันแล้วคงเป็นเรื่องของบุญกรรมที่ทำร่วมกันมา บังเอิญว่าฉันไม่มีทั้งบุญและกรรมที่ร่วมแชร์กับใครเลยต้องอยู่คนเดียว ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกขาดอะไรไป เพราะฉันรู้แล้วว่าอยู่กับใครไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ชอบเรื่องปวดหัว ลำพังชีวิตฉันกับครอบครัวตัวเอง แล้วไหนจะหน้าที่การงานกับคนข้างนอกก็ปวดติ่งปวดไตกันเป็นพักๆ แล้ว ยังจะให้มาปวดหัวเรื่องผัว ก็ไม่ไหวนะคะคุณตำรวจ อยู่เอาตัวรอดคนเดียวไปวันๆ ดีกว่าค่ะ! ... คุณก้องสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นและสวมแว่นสายตา ดูสบายๆ แบบที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น ยืนเม้าท์กันสักพัก คุณก้องก็ขอทุ่นไปกินอาหารโรงแรม ไม่ไปกินแกงป่ากับพวกเรา นางว่ามื้อเย็นไม่อยากกินอะไรหนักๆ คุณเก๋ทำหน้าเบ้ เสียดายที่ไม่ได้ไปกิน นางอยากกินแกงป่าแต่ต้องตามใจคุณก้อง ... เป็นช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกดีที่ไม่มีผัว เพราะฉันเป็นคนเอาแต่ใจตัว ฉันตามใจคนได้ทั้งโลก ยกเว้น “ผัว” ฉันว่าผัวในมโนคติของฉันคือซูเปอร์แมนที่ใส่กางเกงลิงไว้ข้างใน เขาจะต้องเป็นทุกอย่างของฉัน ที่สำคัญต้องคอยพิทักษ์ ปกป้อง และปรนเปรอ ซึ่งมันไม่มีจริงหรอก มันมีแต่ในนิยายน้ำเน่าและซีรีส์เกาหลีเพ้อฝันของแม่บ้านและสาวโสด ผัวก็คือมนุษย์คนหนึ่งซึ่งคนเป็นเมียจะต้องเสียสละความเป็นส่วนตัวเพื่อทำให้ชายอันเป็นที่รักมีความสุข ในขณะเดียวกันผัวก็ต้องเสียสละบางสิ่งเพื่อความสุขของเมีย ต่างต้องผลัดกันเสียสละ แบ่งรับ แบ่งสู้ ประนีประนอม เข้าใจ และให้อภัยกันไปเพื่อประคับประคองชีวิตคู่ให้อยู่ตลอดรอดฝั่ง แต่ฉันดันไม่มีหัวคิดในโหมดนั้น เลยไม่นึกอยากมีผัวเป็นตัวตน ... รำคาญ! (รำคาญตัวเองมากกว่าผัว!) คราวที่แล้วในคอนเสิร์ต 10 ปี เอไทม์โชว์บิซ คุณก้องลืมเสื้อสูท คุณเก๋ต้องเอาสูทมาจากบ้านแถวรามคำแหงปั่นจักรยานถ่อมาให้ถึงพารากอน แค่คิดก็ปวดน่องแล้ว เคยได้ยินแต่ “ไบค์ฟอร์มัม” อันนี้ “ปั่นเพื่อผัว” ค่ะคุณตำรวจ! ขอย้ำว่า “โชคดีที่ไม่มีผัวชื่อ ก้อง สหรัถ” และถ้าฉันมีผัวแบบนี้ ฉันคงบอกผัวว่าให้ทีมงานจัดหาให้เถอะเพราะฉันจะนั่งดูหนังช่อง HBO ถ้ายังไม่จบไม่ออกไปไหนทั้งนั้น! คุณเก๋ นางช่างแสนดีจริงๆ ... ช่วงเวลาหิว ให้เลือกระหว่าง “ก้อง” กับ “แกงป่า” ฉันเลือกอย่างหลังเพราะหล่อกินไม่ได้จริงๆ พวกเราเลยนั่งรถตู้ไปที่ร้าน “ครัวม่อนไข่” ขอเล่าก่อนว่าปกติแล้วบริษัทที่ผลิตรายการเดอะวอยซ์ คือ AP&J นั้นมีนายอยู่ 2 คน มีชื่อเล่นว่า “โอ๋” ทั้งคู่ นายใหญ่คือ พี่โอ๋ (อาจกิจ สุนทรวัฒน์) นายรองคือพี่โอ๋ (พัฒนี จรียะธนา) ซึ่งเป็นคนที่ใจดีมากๆ ไม่ใช่ใจดีกับฉันคนเดียว แต่ใจดีกับทุกๆ คน พวกนางจะอยู่แผนกประนีประนอมผ่อนปรน มีจิตเมตตาสูง ถือคติเสียอะไรก็เสียไป อย่าทำให้ผู้คนเสียหน้าหรือเสียใจ (เอิ่ม ... กำไรจะเหลือมั้ย?) ครั้งนี้ที่เรามาทำภารกิจกัน พี่โอ๋ชายป่วย พี่โอ๋หญิงเลยต้องดูแลทุกอย่าง นางจัดหาที่พักอย่างดี ที่กินก็ต้องอย่างอร่อยไม่แพ้กัน พอนั่งปุ๊ปพี่โอ๋ก็สั่งปั๊บ ยังไม่ต้องสั่งเพิ่ม รอดูของกินที่พี่โอ๋สั่งมา คาดว่าโต๊ะจะไม่พอวาง (เรื่องอยู่เรื่องกินนั้น พี่โอ๋นางใจใหญ่มาก) อย่างแรกที่ลงก็คือ หัวปลีคลุกพริกแกงทอดจิ้มน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานใส่ถั่วกับพริกป่น หอมกลิ่่นเครื่องแกง รสชาติกรอบนอกนุ่มในคล้ายกับทอดมัน ตามมาด้วย ไข่เจียวผักกูด ยำผักกูดกุ้งสด พะแนงเนื้อ-หมู แกงป่าเนื้อ-ไก่ ส้มตำผักกูดกุ้งสด ต้มยำปลาคัง ปลากะพงทอดน้ำปลา (แล่เนื้อมาเป็นชิ้น เอาไปทอดรวมกับหัวและก้างราดน้ำปลาออกเค็มหวาน กินกับน้ำจิ้มยำมะม่วงใส่พริกขี้หนูสวน) ปลาทับทิมราดน้ำพริกมะขาม เนื้อปลาแล่ออกจากตัวเหลือหัวติดก้างไว้ เอาไปทอดจนเกรียม ราดน้ำปลาหวานใส่มะขามเปียก โรยหน้าด้วยกระเทียมหอมแดงเจียวเป็นแผ่นเหลืองกรอบ เหมือนกินไข่ลูกเขย แต่จัดจ้านกว่า ... ยำเห็ดหอมสด และไข่เจียวเห็ดหอมก็สั่งมา ตบท้ายด้วยของหวานให้กินฟรี วุ้นมะพร้าวอ่อน วุ้นเผือก วุ้นสังขยา หั่นมาพอดีคำ ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเข้าปาก แป๊ปเดียวเรียบ! กลับที่พัก แต่ยังไม่ถึงที่พักขอแวะเม้าท์แตกกันที่ห้องอาหารโรงแรมก่อน คุณก้องกับคุณเก๋นั่งอยู่ พี่กบ ทรงสิทธิ์ ที่เพิ่งถ่ายทำ MV ซิงเกิ้ลใหม่ 2 เพลงเพิ่งเสร็จ กำลังจะปล่อยของเร็วๆ นี้ ก็ตามมาสมทบตอน 3 ทุ่ม “อั้น” ทีมรับจ้างผลิตจาก JAIUN  ก็ตามมาด้วย (ทีมผลิตรายการเดอะวอยซ์ 2 ปีแรกคือ “โต๊ะกล ” ปี 3 - 4 คือ ไจอั้น คนมักเข้าใจผิดคิดว่า AP&J จ้างเวิรค์พอยท์ผลิต) ... เข้าใจตรงกันนะคะคุณ แต่ละบริษัทก็ล้วนแต่ตั้งใจสร้างความสุขให้คนดู ความสุขมันเกิดขึ้นง่ายๆ แค่เปิดใจ ไม่จับผิด ชอบจับผิดนักก็ให้ไปดูรายการ “จับแพะ” ที่โจอี้บอย เป็นพิธีกร อะไรที่ดูแล้วไม่มีความสุขอย่าดู ...
 
          เมื่อสมาชิกเม้าท์มาครบ รวมทั้งพนักงาน AP&J รออะไรละคะ เม้าท์กันสิคะ ... เสียงดังยิ่งกว่าเปิดประมูลที่ตลาดปลา ไม่รู้ใครเป็นคนฟัง รู้แต่ว่าต่างคนต่างคุยไม่หยุดปาก คุณก้องหัวเราะคิกคักเอาเป็นเอาตายมาก เอ่อ ... เรื่องมันไม่ขำขนาดนั้นนะคะคุณก้อง เป็นบ้าไปแล้ว! มองนาฬิกาอีกที เที่ยงคืนเป๊ะ! พรุ่งนี้นัดแต่งหน้าทำผม 7 โมงครึ่ง จะตื่นมั้ยคะคุณ มีอะไรให้ทำอีกเพียบ ว่าแล้วก็แยกย้ายกันได้แล้วค่ะ พวกเรา ...
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
........................................
(หมายเหตุ 'ทำสิ่งดีๆ (1)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)