
ละครแรงจัดส่งตรงถึงบ้านบทรุกรานเรียลสะใจ
24 ก.ย. 2558
ละคร แรงจัด ส่งตรงถึงบ้าน บทรุกราน เรียล สะใจ : สกู๊ปบันเทิง
พูดถึงเรื่องความ “เรียล” หรือความ “สมจริง” ของ “ละคร” ในปัจจุบัน “บทละคร” ต้องแซบถึงพริกถึงขิง ด่าเป็นด่า ตบเป็นตบ มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ดึงอารมณ์ให้คนดูรู้สึกคล้อยตาม พร้อมความสะใจ!! และรู้สึกว่า “ใช่” มันต้องเป็นอย่างนี้แหละ เพราะ “ละคร” ไม่ใช่แค่เรื่องพาฝัน ชวนสร้างอารมณ์หวานแหววธรรมดาอีกต่อไป
เมื่อก่อนละครชวนฝัน แบบคุณหญิงคุณชาย มียศฐาบรรดาศักดิ์ ดูแล้วเพ้อถึง ท่านชายรูปงาม กับสาวอ่อนหวาน ดีเพียบพร้อม ก็เร้าใจแล้ว สร้างความอิ่มเอม และลุ้นไปกับเรื่องราวความรักต่างชนชั้น อย่าง "บ้านทรายทอง" หรือ “ดาวพระศุกร์” กลายเป็นพิมพ์นิยมละครไทย มาหลายยุค หลายสมัย
อาจเป็นเพราะว่า สภาพสังคมไทยในอดีต ยังไม่มีภาวะการแข่งขันที่ดุเดือด เลือดพล่าน เหมือนทุกวันนี้ ชาวบ้าน หาเช้ากินค่ำ มีความสุขตามอัตภาพ ด้วยลัักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย แม่บ้านอยู่บ้าน เลี้ยงลูก และมีความสุขกับบทพระเอกแสนดีในละคร หรือต่อให้พระเอกเลวร้าย สุดท้ายนางเอกแสนซื่อก็ต้องตกหลุมรักอยู่ดี โลกในละครก็มีความสุข เพราะคนมีเวลาเหลือที่จะอยู่กับความฝัน ได้มากกว่าความเป็นจริง
ตัดกลับมาที่ภาพของละครในปัจจุบัน หากมีการรีเมกละครแนวละมุนละไม ส่วนใหญ่เรตติ้งพอไปได้ กระแสดี แต่ไม่เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง หรือมีปฏิกิริยาทางสังคมมากเท่าไหร่ เพราะคนดู ไม่ได้มีความรู้สึกร่วม หรืออินกับตัวละครมากพอ
“บทละคร” ในปัจจุบัน ถ้าจะทำละครแซบ จะให้ดีต้อง “แรง” แต่ควรเป็นการแรงที่อิงอยู่บนพฤติกรรมของ “คน” แรงอย่างมีสมอง มีที่มาที่ไป มีความลึก ไม่ใช่เอะอะ ตบ ด่า ทว่าขาดเหตุผล แค่ต้องการขายความแซบ เหมือนน้ำพริกเผา ที่สีเข้มจัด แต่รสชาติไม่เผ็ดจริง คนดูจะอินแค่ผ่านๆ แต่ไม่เกิดปรากฏการณ์ด้าน “เรตติ้ง” หรือกระแสทาง “สังคม”
ละครก่อนหน้านี้ ที่จบไปทางช่อง 7 สี อย่าง “เลื่อมสลับลาย” ซึ่งเป็นละครจากบทประพันธ์จาก กฤษณา อโศกสิน เข้มข้นและดราม่า ถูกขยี้เนื้อหาให้ออกมาเป็นบทละครโดย “ชมนาด” จนได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม ในแง่ของ “ความลึก” และจับใจคนดู มีแง่คิดและให้บทเรียนชีวิต
เหมือนบทละครพาคนดูให้รู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะตลอดเวลา ส่วนหนึ่งเพราะเรื่องราวสัมผัสได้ในชีวิตจริง คนที่เกิดมาดีพร้อม ก็ทำผิดพลาดได้ คนที่เกิดมาไม่ดีพร้อม ชีวิตด่างพร้อย สุดท้ายก็ดีได้ คล้ายกับชีวิตคนจริงๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ต้องตัดสินใจกระทำ มีทั้งทำถูก และทำผิดพลาด มีบาดแผลในใจ ซึ่งต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้
“ตะวันตัดบูรพา” ที่กำลังฉายอยู่ทาง “ช่องวัน” ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ “บทละคร” ครบรส จากฝีมือของ ณ พุทธ สุศรีฯ และ “โขม” ก้องเกียรติ โขมศิริ ซึ่งควบตำแหน่งผู้กำกับละคร เป็นละครบู๊สนุก ซึ่งตัวละครแม้จะเป็นโจรหรือมาเฟีย ยังมีหลักยึดที่เป็นคุณธรรมในแก๊งได้ เป็นละครที่เล่นกับโลกของความ “ยุติธรรม” ในอุดมคติ และความ “อยุติธรรม” ในชีวิตจริง
ยังไม่นับรวมเรื่อง “รอยรักแรงแค้น” ทางช่อง 7 ที่กำลังออกอากาศอยู่ มีหลายกระแสพูดถึงละครเรื่องนี้ ตั้งแต่เปิดเรื่องมาได้น่าสนใจ การกำกับภาพตามสไตล์ “ตั้ว” ศรัณยู วงษ์กระจ่าง และบทละครที่คมชัด มีความหมายทุกถ้อยคำ แถมยัง “แรง” ได้สะเทือนตับไต ไส้พุง มีฉาก “ตบ” ที่ละครสมัยนี้ไม่นิยมทำ แต่เรื่องนี้เลือกที่จะทำ!! และคนดูรับได้ เพราะ “บทละครทำให้เชื่อ” เป็นความแรง ที่ “สะใจ” และได้แง่คิดไปพร้อมๆ กัน
ละครที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นตัวอย่างของ “บทละคร” ที่มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดี ใช้ความ “เรียล” ได้ตรงจุด เพราะยุคนี้ “คน” ต้องการเสพความจริงมากขึ้น คือใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ตามลักษณะสังคมการแข่งขันสูง มีเวลาในชีวิตน้อยลง และมีสถานการณ์บีบคั้นเยอะ ถ้าตัวละครจะมีความ “โลกสวย” เพียงด้านเดียว “คนดู” คงไม่มีความรู้สึก “อิน” กับละครเหล่านั้นอีกต่อไป หากจะนำเสนอตัวละครเอก “ดีๆ” สักคนหนึ่ง ให้คนจดจำ และเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน ยังต้องมีความลึก และสร้างความน่าเชื่อถือ จนทำให้คนดูศรัทธาในตัวละครเหล่านั้น ถึงจะมีพลังในการขับเคลื่อนได้
พฤติกรรมและรสนิยมของคนดูละคร กำลังสะท้อนความเป็นไปในสังคม และบทละคร ต้องเติบโตไปตามโลก ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดหลายค่าย หลายสถานี เล็งเห็นและกำลังเร่งพัฒนา “บทละคร” รวมถึง “พล็อตละคร” ให้ก้าวหน้า แม้ว่าบุคลากรที่ทำงาน “เขียนบท” จะน้อย ก็ต้องเร่งสร้างขึ้นมาทดแทน
ในอนาคต ละครค่ายไหน จะอยู่หรือไป ขึ้นอยู่กับการพัฒนา การเสิร์ฟ “ความซ้ำ” จะน่าเบื่อ ทั้งนี้ “ความแปลก ความจริง และความลึก” ของละครต่างหากที่น่าสนใจ และใครกล้าก้าวออกมา ด้วยการฉีกกรอบเดิมๆ ก่อน จะถือว่าเป็น “ตัวจริง” ของการสร้างงานที่ควรค่าแก่การเลือกเสพ



