บันเทิง

ชำแหละ‘หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว’ ใครมีเอี่ยวเรื่องลิขสิทธิ์

ชำแหละ‘หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว’ ใครมีเอี่ยวเรื่องลิขสิทธิ์

22 ก.ย. 2558

ชำแหละ‘หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว’ ใครมีเอี่ยวเรื่องลิขสิทธิ์ : โดยทีมข่าวบันเทิง

            วันนี้เรื่องราวข้อพิพาทอันเกิดจากเพลง "แว้นฟ้อหล่อเฟี้ยว” ที่ แจ๊ส ชวนชื่น ตลกมาดทะเล้นนำมาร้องจนโด่งดังไปทั่ว กำลังเป็นประเด็นฮิตฮอตพอๆ กับความเกรียวกราวของเพลงต้นเหตุไปแล้ว เมื่อตลกรุ่นใหญ่ ยาว อยุธยา ออกมาประกาศตัวเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง

            จากน้ำผึ้งหยดเดียว ตอนนี้เรื่องราวลุกลามบานปลายใหญ่โต กลายเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ เกิดคำถามขึ้นมากมายจากสังคม ที่อยากรู้ข้อเท็จจริงว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่

            ทว่าที่แน่ๆ เพลง "แว้นฟ้อหล่อเฟี้ยว" ของ แจ๊ส ชวนชื่น นั้น ดัดแปลงมาจากเพลง “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” ที่อดีตนักร้องฉายา “เทพบุตรหน้าผี” สังข์ทอง สีใส เขียนขึ้นระหว่างถูกจองจำ หลังออกจากคุกมาราวปี 2525 ปรีชา อัศวฤกษ์นันท์ หรือ “เฮียงู้” แห่งค่ายเพลง เสียงสยามแผ่นเสียง-เทป ได้ให้ ถนอม จันทร์เกตุ นักจัดรายการชื่อดังยุคนั้นติดต่อ สังข์ทอง ให้มาทำอัลบั้มนี้ กับค่ายเสียงสยามแผ่นเสียง-เทป จึงเกิดเพลงในอัลบั้มชุด “รักข้ามกำแพง” ซึ่งมีเพลง “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” เป็นเพลงหนึ่งในอัลบั้มดังกล่าวด้วย

            ส่วนกรณีของตลกรุ่นใหญ่ ยาว อยุธยา กับตลกรุ่นใหม่ไฟแรง แจ๊ส ชวนชื่น นั้น ถ้าดูตามเนื้อหาอารมณ์ของเพลงแล้ว ถือว่า "แว้นฟ้อหล่อเฟี้ยว” ของแจ๊ส หรือจะเป็น “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” เว่อร์ชั่นที่ยาวอ้าง ทั้งคู่ต่างดัดแปลงมาจากเพลงของ สังข์ทอง สีใส ทั้งสิ้น

            หากดูกันตามเนื้อผ้า และพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เรื่องนี้อาจจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ที่มีความน่าสนใจมากไปกว่าการที่แต่ละฝ่ายออกมาตอบโต้ผ่านรายการต่างๆ ตามสถานีโทรทัศน์ไม่เว้นแต่ละวัน

            ส่วนแรก ที่ ยาว อยุธยา เป็นคนเปิดประเด็นว่าเป็นผู้แต่ง “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” กับ แจ๊ส ชวนชื่น ที่นำเพลงของยาวไปดัดแปลงเปลี่ยนเนื้อมาเป็น "แว้นฟ้อหล่อเฟี้ยว” อีกทอดหนึ่ง สมัยนี้เรียกว่าการทำซ้ำดัดแปลง ซึ่งก็คือการละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง

            ส่วนที่ 2 คือ ป๊อป สีใส หรือ สุรัตน์ ศรีเหรา ส่วนนี้สำคัญในฐานะบุตรชายผู้สืบสันดานตามกฎหมายของ สังข์ทอง สีใส ที่เพิ่งรู้ว่าบิดาตัวเองเป็นผู้เขียนเพลงนี้ จากคนในวงการลูกทุ่งด้วยกัน ซึ่งเขาน่าจะมีสิทธิ์ในเพลง "หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว”

            จุดนี้ ยังไม่มีการออกมายอมรับหรือพิสูจน์กัน เพราะอาจไม่ใช่แค่เพลง “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” เท่านั้น แต่อาจลุกลามไปถึงเพลงอื่นๆ ของสังข์ทอง สีใส ด้วย เพราะในยุคนั้น การทำเพลงลูกทุ่งมีความสลับซับซ้อนในเชิงธุรกิจที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน

            เห็นได้จากการฟ้องร้องลิขสิทธิ์เพลงในช่วงหลังๆ มานี้ และมีหลายเรื่องลิขสิทธิ์ ที่ยังหาทางออกไม่ได้ เป็นความกันมายาวนานนับสิบปี

            อย่างกรณีเพลง “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” ของสังข์ทอง สีใส ที่พบว่านอกจาก “แผ่นเสียง” แล้ว เทปคาสเซ็ตเองก็มีอยู่หลากหลายปก หลายบริษัทที่ทำ ซึ่งเมื่อดูรายชื่อเพลง พบว่าเป็นเพลงชุดเดียวกันเปลี่ยนแค่ภาพหน้าปก ตราบริษัท และลำดับของการเรียงเพลงเท่านั้น

            เหตุผลที่ทำหลายๆ ปกออกมา อย่างแรกคือ  ราคาในการโปรโมท  เพราะการส่งเพลงไปให้นักจัดรายการนำไปโปรโมท ซึ่งมีหลากหลายในสมัยนั้น มีราคาที่ไม่เท่ากัน มีความผิดแผกแตกต่างกันไป เรียกว่าถ้ามีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ก็เสียไม่มากนัก ถ้าไม่ได้สนิทกัน หรือเรียกว่าไม่ใช่พวกกัน ก็จะต้องเสียเม็ดเงินมากหน่อย  

            อีกกรณีที่พบคือความฉลาดหัวใสของนักแต่งเพลงยุคนั้น ที่นิยมนำมาสเตอร์เพลงชุดเดียวกัน ไปเร่ขายให้แก่บริษัทห้างแผ่นเสียงต่างๆ โดยไม่ได้คิดถึงความยุ่งยากหรือปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง กรณีนี้ปัจจุบันก็ทำให้เกิดความวุ่นวายในแวดวงเพลงลูกทุ่งอยู่หลายเพลง หลายนักร้องเลยทีเดียว

            ส่วนที่ 3 ล่าสุดบริษัทเสียงสยามแผ่นเสียง-เทป เจ้าของลิขสิทธิ์ ได้แสดงเอกสารหลักฐานระบุการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญามาตั้งแต่ปี 2544 เรื่อยมาในอีกหลายปี เนื่องจากสมัยก่อนเพลงต่างๆ ต้องไปขึ้นทะเบียนเพลงทุกปี

            แต่ภายหลังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเปลี่ยนหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียน ให้ขึ้นทะเบียนเฉพาะเพลงที่สร้างขึ้นมาใหม่ และเพลง "แว้นฟ้อหล่อเฟี้ยว” ของแจ๊ส ถือเป็นเพลงใหม่ จุดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่แจ๊ส ต้องหันมาคุยกับบริษัทเจ้าของสิทธิ์อย่างเสียงสยามแผ่นเสียง-เทป เพราะไม่เช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคำร้องบางส่วน และทำนอง อาจจะสร้างปัญหาด้านการจัดการลิขสิทธิ์ ให้แก่เจ้าของสิทธิ์ “หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว” ของบริษัทเสียงสยามแผ่นเสียง-เทป ได้  ยิ่งเป็นยุคที่ "ลิขสิทธิ์” งอกงามด้านรายได้อย่างมากในปัจจุบัน เพลงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมา ต้องมีความชัดเจนในเรื่องของลิขสิทธิ์ให้มากที่สุด

            มาถึงวันนี้ เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายลูกชายสังข์ทอง สีใส หรือบริษัทเสียงสยามแผ่นเสียง-เทป ที่ออกมาประกาศตัวในแบบที่ต่างกัน ทำให้สังคมได้รับรู้แล้วว่า ทั้งยาว อยุธยา และ แจ๊ส ชวนชื่น ต่างไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงที่แท้จริง สังคมคนเสพสื่อ จะได้ตาสว่าง และได้รับรู้ข้อเท็จจริง 

            ทั้งนี้ แจ๊ส ชวนชื่น ก็น่าจะหยุดต่อความยาวสาวความยืดกับ ยาว อยุธยา แล้วหันไปถามเจ้าของสิทธิ์ “ตัวจริง” โดยเฉพาะกับบริษัทเสียงสยามแผ่นเสียง-เทป ว่าคิดอย่างไร น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด