บันเทิง

'อาร์'ปัดเมาขับ-รับหลับใน

'อาร์'ปัดเมาขับ-รับหลับใน

21 ก.ย. 2558

'อาร์ เดอะสตาร์' ปัดเมาขับ ยอมรับหลับใน-นอนน้อย เป็นเหตุเสยรถบรรทุกจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เผยเสี้ยววินาทีเฉียดตายวิ่งหลบรถคอนเทนเนอร์ทัน หลังเกิดเหตุผวา หลอน

 
                      21 ก.ย. 58  กรณีวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา  มีบุคคลอ้างว่าเป็นนายอาณัตพล ศิริชุมแสง หรือ 'อาร์ เดอะสตาร์' นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุขับรถเก๋งชนท้ายรถสิบล้อ บริเวณทางด่วนย่านสุขาภิบาล 5 โดยรถเก๋งคันดังกล่าวพลิกคว่ำอยู่กลางถนน แต่ออกจากตัวรถได้ปลอดภัย จากนั้นรถเทรลเลอร์อีกคันได้ขับชนรถที่เกิดอุบัติเหตุ กระทั่งมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
 
                      ล่าสุด เมื่อเวลา 11.15 น.  นายอาณัตพล ได้แถลงข่าวที่อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ชั้น 21 ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง และร่างกายมีบาดแผลเล็กน้อย โดยดาราหนุ่มกล่าวถึงเหตุการณ์ว่า
 
                      "สำหรับเหตุการณ์วันนั้น ผมมาจากเลียบทางด่วนรามอินทราและวิ่งตรงมาก่อนจะลงสุขาภิบาล 5 ตอนชนไม่รู้เรื่องเลย มารู้ตัวตอนที่รถหงายท้องแล้วขูดไปกับพื้น ยอมรับว่า หลับใน มันเป็นภาพที่สโลว์มาก ผมจำได้ทุกช็อตเลย แล้วพอรถหยุด ผมเอาศอกทุบกระจก พยายามมุดออกมาจากตัวรถ จนมีคู่กรณีมา สุดท้ายจึงรู้ว่าตัวเองได้ชนท้ายรถสิบล้อ และคู่กรณีได้ไปจอดรอด้านหน้าผมแล้ว รถผมหงายอยู่ตรงกลางถนนทางด่วน ซึ่งเขามาช่วยผม ถามผมว่าผมมากี่คน ผมบอกไปว่า มาคนเดียว แล้วได้คุยกันที่ริมขอบทางด่วน เพื่อเคลียร์กัน สักพักก็มีรถเทรลเลอร์มาอีกคันหนึ่ง เขาคงมองไม่เห็น แล้วเขาก็คุมทิศทางไม่ได้ จากนั้นก็มาชนซากรถของผมที่จอดอยู่ ชนเสร็จรถเสียหลักมาทางที่ผมยืนคุยกับคู่กรณี แล้วผมวิ่งหลบทัน มันเป็นเสี้ยววินาทีจริงๆ มีพี่คนหนึ่งที่หลบมาไม่ทัน คือพี่อนันต์ เหตุการณ์ประมาณนี้" นายอาณัตพล เล่าด้วยสีหน้าเครียด
 
                      ผู้สื่อถามถึงความรู้สึกกับเหตุการณ์เสี้ยววินาทีเฉียดตาย โดยนักแสดงหนุ่มกล่าวว่า อย่าเรียกว่าตกใจ เพราะเป็นความรู้สึกช็อก ตนช็อกจากเหตุการณ์แรกมาพอสมควรแล้ว เมื่อมาเจอเหตุการณ์ที่ 2 อีกครั้ง ซึ่งเห็นคาตา
 
                      "ผมตัดสินใจวิ่งสวนรถเทรลเลอร์ที่พุ่งเข้ามาชน จังหวะที่วิ่งสวนห่างกันแค่วากว่าๆ เอง ซึ่งมันมี 2 อย่างไม่รอดก็ตายเลย ผมจำได้ทุกอย่างเลย เหมือนตัวเองตายแล้วเกิดใหม่ ส่วนอาการบาดเจ็บ ถ้าใครได้เห็นสภาพรถแล้ว คงคิดว่าผมโชคดีมาก นิ้วก้อยข้างซ้ายเย็บ แล้วมีแผลถลอก แล้วคอปวดนิดหนึ่ง แต่เป็นกล้ามเนื้อและมีการฟกช้ำ แต่ไม่หัก เชิงกรานช้ำ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว สมองไม่มีการกระทบกระเทือน" นักแสดงหนุ่ม กล่าวถึงอาการบาดเจ็บ
 
                      นายอาณัตพล กล่าวด้วยว่า สิ่งเดียวที่นึกถึง คือ พ่อกับแม่ เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุใกล้กับทางกลับบ้านแล้ว จึงตัดสินใจเดินมาหารถและต้องขอขอบคุณพี่ที่รับตนอย่างมาก จังหวะนั้นไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร คิดแต่ว่าอยากเจอพ่อกับแม่และพาตัวเองไปรักษาให้เร็วที่สุด โดยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 เพียงคนเดียว
 
                      ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงสาเหตุที่มีอาการหลับใน นายอาณัตพล ชี้แจงว่า น่าจะเป็นการนอนน้อยที่สะสม ก่อนหน้านี้ทำงานเยอะ มีทั้งละครเวที มีละครที่ถ่ายไปออกอากาศไป
 
                      "ส่วนประเด็นที่ว่าเมาแล้วขับ ต้องบอกว่าวันนั้น ผมไปเลี้ยงปิดกล้องมาจริง และดื่มน้อยมาก แล้วดื่มตั้งแต่หัวค่ำ ซึ่งมีระยะเวลาที่ผมได้พัก จะสังเกตได้ว่าเวลาที่เกิดเหตุเกือบ 6 โมงเช้าแล้ว ตอนนั้นอาการเมาไม่มีแน่นอน" นักแสดงหนุ่ม กล่าวยืนยัน
 
                      ส่วนด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ติดต่ออย่างไรบ้างนั้น นายอาณัตพล กล่าวว่า ญาติของพี่อนันต์ทำบุญตามพิธีทางศาสนาอิสลาม เมื่อวันที่ 20 กันยายน ผมติดละครเวทีไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ได้ส่งพี่ๆ ทีมงานร่วมทำบุญแทน ส่วนในเรื่องของกฎหมายได้ฝากเรื่องไว้กับรุ่นพี่ที่เป็นตำรวจ ซึ่งตนไม่ใช่คนที่ชนแล้วหนี ในเบื้องต้นจะมีการไปให้ปากคำในวันที่ 23 กันยายน แต่คร่าวๆ ที่รู้มาน่าจะเป็นคดีเดียวกันแต่สองเหตุการณ์ 
 
                      "สภาพจิตใจ คือ ผวาตลอด และไม่สามารถผ่านเส้นทางตรงนั้นได้เลย เมื่อวานผมกลับบ้าน กลับบ้านทางธรรมดา มันหลอนไปหมด กลัวด้วย ตอนนี้ไม่กล้าขับรถเอง ต้องมีคนขับรถให้ ในด้านร่างกายโอเค แต่ด้านจิตใจต้องดูแลเยอะ กับเพื่อนๆ ที่เป็นห่วง ขอบคุณมาก ผมยังไม่ได้ตอบไลน์ใครเลย ทางน้องจียอนได้ไลน์มาหา และได้ตอบไลน์ไปแล้ว แต่ตอนที่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลน้องไม่ได้ไป" นายอาณัตพล บอกถึงภาวะจิตใจจากเหตุการณ์ดังกล่าว
 
                      เมื่อถามว่า มีโอกาสได้พบกับคนขับรถเทรลเลอร์หรือไม่ นายอาณัตพล กล่าวว่า ได้พบกับคนขับรถแล้ว ตอนที่ชน ตนวิ่งไปดู แต่คนขับรถปีนออกมา ซึ่งรถก็ยับเหมือนกัน แต่ตัวไม่เป็นไร ซึ่งตนโล่งใจ
 
                      "แต่ผมหันไปเจอพี่อนันต์คนที่โดนทับ ผมสติไม่มีเลย ก่อนหน้านั้นเราคุยกันจะแลกเบอร์ พอดีพี่เขาแบตหมด แล้วไม่ได้แลกเบอร์ ตามความเชื่อคงทำบุญหนักหน่วงมาก และต่อไปนี้ถ้ารู้ว่าร่างกายไม่ไหวคงไม่ขับรถอีกแน่นอน ส่วนเรื่องรับขวัญ การได้รับขวัญจากคุณพ่อคุณแม่สำคัญที่สุดแล้ว" นักแสดงหนุ่มกล่าว และว่า ช่วงปลายเมษายนที่ผ่านมาตนประสบอุบัติเหตุมาแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งมีรถมอเตอร์ไซค์ขับมาชน แต่ครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุด และการรอดตายครั้งนี้ถือว่าปาฏิหาริย์มาก พร้อมทั้งได้ช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้เสียชีวิตไปในเบื้องต้นแล้ว
 
                      "ถ้ามีเวลาจะไปเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยตัวเองแน่นอน และจะพยายามเคลียร์เรื่องให้จบ และตระเวนเดินทางทำบุญ ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่มีใครอยากให้มันเกิด โดยเฉพาะครอบครัวพี่อนันต์ที่ต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป ผมขอแสดงความเสียใจ และเมื่อผมมีเวลาหลังจากนี้ผมจะไปเยี่ยมด้วยตัวเอง" นายอาณัตพล กล่าว 
 
                      ด้านความคืบคดี พ.ต.ท.ชุมพล เรืองพุ่ม หัวหน้าพนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 1 เปิดเผยว่า ในเรื่องของคดีดังกล่าว ได้เรียกพยานในที่เกิดเหตุทั้งหมดไปสอบปากคำเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กับคนขับรถพ่วง 18 ล้อ และในส่วนของนายอาณัตพล จะแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย พร้อมทั้งได้ติดต่อนายอาณัตพล เพื่อเชิญมาสอบปากคำเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
 
 
 
---------------------