บันเทิง

ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ดารา' ต้อง...

ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ดารา' ต้อง...

22 ก.ค. 2552

ขึ้นชื่อว่า ดารา ย่อมต้องมีเรื่องที่ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่งั้นก็คงจะดึงดูดใจให้คนมากรี๊ดมาชื่นชมไม่ได้ แล้วแบบไหนล่ะ ที่ดูแล้วรู้เลยว่านี่แหละ คนที่เป็นดาราเขาทำกัน เรียกว่ามัน...ไม่ธรรมด๊า

อย่างแรก คนเป็นดารา มักจะ กลัวของแปลกๆ ที่ว่าแปลกน่ะ ก็เพราะว่า ของเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปเขากลัวกัน หากเป็นพวกสัตว์ประหลาด สัตว์เลื้อยคลานก็ว่าไปอย่าง แต่นี่กลัวผลไม้บ้าง กลัวปลาทองบ้าง กลัวเสียงเสียดสีกันของวัตถุบ้าง โถ่...ถัง...กะละมัง...หม้อ เด็กอนุบาลเห็นแล้วยังหัวร่องอหาย เพราะเห็นผ่านรายการ เจอตั้งคำถามเชื่อหรือไม่ ดาราคนนี้กลัวส้ม ตอนแรกก็ยังอมยิ้มๆ เก๊กท่าดี แต่พอเห็นส้มเท่านั้นแหละ พี่ท่านก็วิ่งหนีซะจนสตูดิโอแทบแตก หอบแฮกๆ หมดฟอร์มคนหล่อ สาวสวยไปเลยครับท่าน!!!

 ใช่ว่าจะกลัวแต่ของแปลกเท่านั้น แต่เวลาเปิดดูรายการต่างๆ ยังเห็นอีกว่า เป็นดาราต้อง เจอผี ไม่รู้ว่าดารามีคลื่นความถี่ตรงกับวิญญาณโดยเฉพาะอ๊ะเปล่า เพราะเห็นเวลาไปออกรายการโน้นรายการนี้ ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์สยองขวัญบ่อยครั้ง ทั้งๆ ที่ของแบบนี้ใช่ว่าจะมีโอกาสมาให้เห็นกันง่ายๆ บางคนอยู่กันมาจนเป็นปู่ย่าตายาย ยังไม่ให้ได้เห็นแม้ขี้เล็บของผี แต่เหล่าดารากลับมีเรื่องเล่าสัมผัสที่หกมาให้ต๊กใจอยู่เรื่อย แหม...เป็นดารามันน่าเหนื่อย แม้แต่ผีก็อยากมีโอกาสชิดใกล้ ไม่เชื่อก็ลองไปเป็นดาราดูสิจ๊ะ เหอะ...เหอะ...เหอะ

 แค่นั้นยังไม่พอ เป็นดารายังต้องเป็นโรค แพ้แสง อีกต่างหาก เพราะเห็นคนที่เป็นดารา มักจะต้องมีแว่นกันแดดติดไปในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่มีแสง หรือไม่มีแสงก็ตาม ขนาดยามค่ำคืน หรืออยู่ในห้างสรรพสินค้ายังไม่เว้น ไม่รู้ว่าเป็นมนุษย์ค้างคาว หรือท่านเคาท์แดร็กคิวล่ากันแน่ แต่ที่รู้ๆ คือตาไม่สู้แสง มีอะไรมาแยงตานิดหน่อย มันก็รับบ่ได้ ยังไงขอสวมแว่นสักหน่อยก็ยังดี ดาราบางคนใช้วิธีนี้เป็นการอำพรางใบหน้าที่ยังไร้เครื่องสำอาง บางคนใช้แว่นเป็นเครื่องประดับ แต่บางคนก็ใส่ไว้เพื่ออำพรางไม่ให้คนจับได้ว่าเป็นคนดัง แหม...แต่ก็ยังจับได้ทุกทีสิน่ะ  

 แต่ก็เป็นไปได้ว่า ที่ดาราแตกต่างจากคนทั่วไป เพราะมักจะมีสไตล์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะในเรื่องของการแต่งตัว สังเกตง่ายๆ โดยเฉพาะดาราผู้หญิง ไม่เคยที่จะใส่แค่เสื้อ กางเกงตัวเดียวออกจากบ้าน เพราะเป็นดารามันต้องมากกว่านั้น ต้องมีเครื่องประดับ หรือที่เรียกประสาวัยรุ่นคือ แอคเซสเซอรี่ ให้มากและแต่งให้ แหวกแนว เข้าไว้ มีสายสร้อยเยอะๆ แบบไม่กลัวหนัก หากใส่เป็นกางเกงวอร์ม ก็จะพับขาข้างหนึ่งขึ้น หากใส่เสื้อยืด หรือ เสื้อกล้าม-สายเดี่ยว ก็มักจะพกผ้าพันคอห้อยมาด้วยทุกครั้ง ส่วนดาราชาย ก็ต้องใส่เสื้อสองชั้น เอาแขนยาวไว้ข้างใน ทับด้วยเสื้อแขนสั้น อากาศจะร้อนขนาดไหน ดาราไทยก็ไม่หวั่น เพราะเป็นดาราต้อง ไม่กลัวร้อน อยู่แล้น...น

 และถึงแม้จะใส่หมวก ใส่แว่นอำพรางขนาดไหน คนก็จำได้ว่าเป็นดาราทู้ก...กที เพราะดาราแต่ละคน เขามี รังสีออร่า ประจำตัวแตกต่างกันออกไป ขนาดบางคนเพิ่งเข้าวงการบันเทิงได้ไม่เท่าไหร่ ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เวลาไปเดินตามที่สาธารณะ ก็ยังพานให้คนที่ได้พบเห็น มองเหลียวหลังกันจนคอแทบหัก ว่าฉันเจอดาราที่ฉันรักฉันปลื้มอยู่อ๊ะเปล่า ก่อนจะหันมาถามคนข้างๆ ว่า คนนี้คือใครหว่า คนข้างๆ ส่ายหน้าบอก ไม่รู้เหมือนกัน แต่น่าจะเป็นดารา ก็เพราะดาราทุกคนมีรังสีออร่าเปล่งประกาย ยิ่งดังเท่าไหร่ รังสีก็ยิ่งแผ่มากขึ้นเท่านั้น ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม แต่ถ้าไม่เชื่อ ลองไปเป็นดาราดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าพลังดาราน่ะมีจริงจริ๊ง...ง

 ส่วนคนที่กำลังคบกับคนที่หน้าตาดี และแฟนของคุณก็มีโอกาสจะก้าวไปเป็นดารา แนะนำว่าต้องทำใจ เพราะเห็นกี่รายๆ มักจะไม่รอด ต้องจอดเพราะเรือ (รัก) ล่มก่อนทุกราย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เป็นดาราแล้วต้อง เลิกกับแฟนตอนเข้าวงการบันเทิงใหม่ๆ แบบพอดิบพอดี ตอนแรกก็เห็นคบหา เป็นกำลังใจ คอยหนุนคอยเชียร์ในการก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงอย่างดี แต่พอเริ่มๆ จะมีชื่อเสียง มีคนเรียกว่าเป็นดารา หนทางรักกลับเข้าตาจนถึงทางตัน เหตุผลในการเลิกคบหากัน เพราะไม่มีเวลาให้ เตือนไว้จะได้ไม่มานั่งบ่นทีหลังว่า แหม...รู้งี้ไม่น่าพามันไปฝากโมเดลลิ่งเลยวุ้ย!!!

 ว่าแต่คุณๆ ที่อยากเป็นดาราน่ะ มีคุณสมบัติเหล่านี้แล้วหรือยังล่ะ ฮืม...ม