
ปัญหาที่รอคอยทางออกของทีวีดิจิทัล
16 ก.ย. 2558
ปัญหาที่รอคอยทางออกของ ทีวีดิจิทัล : สกู๊ปดิจิทัล
“ทีวีดิจิทัล” เกิดและเติบโตในบ้านเรามานานพอสมควร และเชื่อว่าคำคำนี้ คงจะเริ่มเป็นที่คุ้นชินสำหรับผู้บริโภค และวันนี้เราจะมาพูดถึงความสับสนและปัญหาที่ทุกๆ ครัวเรือนในประเทศไทย ยังคงประสบพบเจอกันอยู่
การรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณ
กล่องรับสัญญาทีวีิดิจิทัล หรือ Set-top Box ในตอนนี้ ถือว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อต่างก็นำเสนอ และผลิตกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลออกมาอย่างมากมายหลายรุ่น จนดูเหมือนความต้องการของตลาดอาจจะมีไม่มากเท่าที่ควร เพราะโทรทัศน์ที่ถูกผลิตออกมาในปี 2014-ปัจจุบัน มีการใส่เทคโนโลยีให้สามารถดูทีวีดิจิทัลได้ทันทีอยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งคือในส่วนของผู้ชม เมื่อการรับชมผ่านเคเบิลและจานดาวเทียมทุกวันนี้สะดวกและเสถียรกว่าการรับชมผ่าน Set-top Box เสียด้วยซำ้ ในตอนแรกอาจมีเรื่องช่องเอชดี ที่ชมผ่าน Sep-top Box จะได้รับความคมชัดในระดับเอชดี ตามจริง ขณะที่การรับชมผ่านกล่องดาวเทียมนั้น จะได้ความชัด้แค่เอสดี แต่ปัจจุบันก็มีกล่องดาวเทียมรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นระบบเอชดี ออกมาขายก็จะทำให้ข้อได้เปรียบของ Set-top Box ตรงจุดนี้ที่เคยได้เปรียบกล่องรับสัญญาณดาวเทียมหมดไป ทางออกที่ดูจะดีกว่าคือกฎ Must Carry ที่ทำให้ทีวีดิจิทัล เคเบิล และทีวีดาวเทียมไม่แตกต่างกัน และมีการเรียงตัวเลขช่องที่มาตรฐานและเหมือนกันทุกระบบ ?
ตัวเลขช่องทีวีดิจิทัลทีี่สร้างความสับสน
เดิมทีโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกนั้น มีช่องที่จำกัดแต่พอเปลี่ยนมาเป็นระบบดิจิทัล เทคโนโลยีดีขึ้นทำให้มีช่องเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของไทย กสทช. กำหนดให้มี 48 ช่องในจำนวนนี้เป็นช่อง เอชดี 10 ช่อง ประเด็นคือ 48 ช่องนั้น ถือว่าเยอะเกินไปหรือเปล่าแนวคิดของทีวีดิจิทัลไทย คือทำช่องให้เยอะๆ เข้าไว้ เพื่อให้เกิดความหลากหลาย แต่บางครั้งการที่ช่องเยอะเกินไปแทนที่จะหลากหลายอาจกลายเป็นจำกัดแทน เพราะบางครั้งคนก็เบื่อที่จะกดดูให้ครบทุกช่องเช่นกัน สุดท้ายจาก 48 ช่องฐานคนดูก็อาจจะกระจุกตัวอยู่แค่ 5-10 ช่องเท่านั้น มันอาจดูไม่เป็นปัญหา เพราะเคเบิล/ดาวเทียมก็มีเป็นร้อยช่องเช่นกัน เห็นยังอยู่กันได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าต้นทุนการทำทีวีดิจิทัลกับทีวีดาวเทียมนั้นแตกต่างกันมาก ต้นทุนต่าง แต่รายได้ไม่กระเตื้อง ช่องรายเล็กๆ ก็กระอักเลือดได้เช่นกัน
ก่อนจะออกอากาศ ช่องดิจิทัลต่างก็คาดหวังว่าช่องตัวเองจะขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ได้ แต่ความเป็นจริงอาจไม่เหมือนที่ฝันไว้ วงการโฆษณาก็มีเม็ดเงินจำกัดเหมือนกัน ช่องเยอะ ตัวหารก็เยอะ ลงทุนไปมาก แต่ได้คืนมาน้อย ทำให้มีโอกาสอย่างมากที่หลังจากนี้ทีวีไทยก็จะเข้าสู่ยุคการผูกขาดที่ไม่กี่ช่องเหมือนเดิม เพราะช่องเล็กๆ รายใหม่ๆ อาจไม่มีเงินทุนพอมาหมุนอีกต่อไป ก็ต้องล้มหายตายจากไป ตัวอย่างก็มีให้เห็นในกรณีของช่องไทยทีวี และช่องโลก้า ที่ต้องเปลี่ยนมือผู้ถือสิทธิ์
นอกจากนี้ในส่วนของประชาชนในฐานะผู้บริโภคนั้นในสิ่งที่ต้องพบเจอนั่นคือ ปัญหาของการเรียงลำดับของช่องทีวีดิจิทัล ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ใช้กล่องสัญญาณทีวีในระบบดาวเทียม หรือเคเบิลทีวีนั้น เรื่องการเรียงช่องยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ บ้านยังคงสับสนกับตัวเลขของแต่ละช่องอยู่ ด้วยความจำเป็นที่ต้องหาทางออกของปัญหาดังกล่าวด้วยการบวกจากตัวเลขช่องไปอีก 10 อย่างเช่น ช่องเนชั่นทีวี 22 ก็ให้กดไปที่ช่อง 32 หรือช่องนาว 26 ให้กดไปที่ช่อง 36 เป็นต้น



