
'เฟรนลี่เมืองคอน-คีรีวง เมืองต้องห้ามพลาด'
14 ก.ย. 2558
'เฟรนลี่เมืองคอน-คีรีวง เมืองต้องห้ามพลาด' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
คีรีวงวงหว่างเวิ้ง เวียงสวรรค์ นั้นฤา
คือป่ากลางหุบฝัน ห่วงฟ้า
ธารน้ำใส เสียงสรร สู่โสต สถิตเฮย
ได้มาเยือนเมืองคอนข้า ปลาบปลื้ม ลืมตาย
เมืองคอน-นครศรีธรรมราช เป็นอีก 1 เมืองต้องห้ามพลาดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิใจนำเสนอ เหตุเพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์มากมายหลากหลาย ทั้งในแง่ของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชาวบ้าน ขอเริ่มต้นที่เรื่องราวของหมู่บ้านคีรีวง หรือหมู่บ้านในวงล้อมของขุนเขาตามโคลงที่ผมร่ายเอาไว้ก่อนก็แล้วกันครับ
ผมเดินทางไปเยือนคีรีวงครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่เคยได้ยินได้ฟังแต่คำเล่าลือเกี่ยวกับคีรีวงมาช้านานว่า ที่นี่มีธรรมชาติป่าเขาสวยงามอุดมสมบูรณ์ เพราะตั้งอยู่ในดินแดนที่เรียกกันว่าเป็น “หลังคาแดนใต้” นั่นคือ แถบเทือกเขาหลวง ที่มียอดเขาสูงเสียดฟ้า วัดความสูงจากระดับน้ำทะเลขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ถึง 1,835 เมตร หรือประมาณเกือบ 2 กิโลเมตร
นอกจากนี้ คีรีวงยังได้รับการยกย่องให้เป็น The Best Ozone In Thailand คือ เป็นสถานที่ที่มีอากาศดีที่สุดในประเทศไทย โดยกรมควบคุมมลพิษได้เคยมาตรวจสอบคุณภาพอากาศที่หมู่บ้านคีรีวงเมื่อปี 2552 ผลปรากฏว่า ได้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (เอคิวไอ) อยู่ระหว่าง 17-49 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย ในทางวิชาการได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานอากาศที่ดีต้องมีสิ่งแปลกปลอมไม่เกิน 300 ไมครอน ต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร แต่ที่หมู่บ้านคีรีวงแห่งนี้พบว่า มีสิ่งแปลกปลอมในอากาศเพียงแค่ 9 ไมครอน ต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร จึงสรุปได้ว่า ที่คีรีวงมีอากาศบริสุทธิ์กว่ามาตรฐานถึง 100 เท่า !
ด้วยเหตุนี้ ใครก็ตามที่ได้มาเยือนหมู่บ้านคีรีวง ได้มีโอกาสมาสูดอากาศที่แสนบริสุทธิ์สะอาดที่สุดในเมืองไทยที่นี่ ก็น่าจะถือได้ว่าเป็นบุญกุศลอย่างหนึ่ง ผมทอดสายตามองสายน้ำที่ไหลลงมาตามขุนเขาที่อยู่รายล้อมหมู่บ้าน ไหลรวมไปเป็นคลองท่าดี ที่เมื่อสักครู่ผมเพิ่งนั่งรถข้ามสะพานข้ามคลองนั้นขึ้นมา เพื่อมารับประทานอาหารมื้อกลางวันที่วิเศษสุดอีกมื้อหนึ่ง บนเพิงลานไม้กว้างข้างขุนเขา และธารน้ำที่ร้านคีรีวงริเวอร์ไซด์ ได้สัมผัสวิวธรรมชาติ ไอหมอก ท้องฟ้า และสายน้ำ ช่างสุขสงบสวยงามจริงๆ
หมู่บ้านคีรีวงในปัจจุบัน ยังคงเป็นสถานที่สงบงามเรียบง่าย วิถีชีวิตชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกสวนผลไม้แบบผสมผสานหลายอย่าง หรือที่เรียกกันว่า “สวนสมรม” คือ ในแต่ละสวนจะมีปลูกทั้งเงาะ มังคุด ทุเรียน และที่ขาดไม่ได้ คือ สะตอ
ที่ขึ้นชื่อฮือฮาที่สุด คือ “มังคุดคีรีวง” มีวางขายตามห้างหรูในเมืองหลวง เห็นราคาแล้วอาจสะดุ้งได้ คือ ถ้าเป็นมังคุดคีรีวงลูกพอเหมาะ ไม่ใหญ่มาก จะวางขายกันกิโลกรัมละ 499 บาท แต่ถ้าเป็นลูกใหญ่ๆ สวยๆ ผมเห็นแปะราคาขายกันที่กิโลกรัมละ 749 บาท เชียวนะครับ ดังนั้น มังคุดที่คีรีวงน่าจะได้ชื่อว่าเป็นมังคุดที่แพงที่สุดในโลก
เมื่อหลายปีก่อน หมู่บ้านคีรีวง เคยเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์อยู่หลายวัน เมื่อเกิดมหาอุทกภัยทางธรรมชาติ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2531 ซึ่งมีฝนตกถล่มลงมาอย่างหนัก และก่อให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาหลวงไหลลงมาพัดถล่มบ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายไปกว่า 100 หลัง มีผู้คนบาดเจ็บ และเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ความรุนแรงของภัยพิบัติในครั้งนั้น ถึงขั้นทำให้ที่ตั้งเดิมของหมู่บ้านถูกน้ำป่าพัดถล่มจมหายจนกลายมาเป็นคลองน้ำในปัจจุบัน
ขณะที่ลำคลองในสมัยก่อน ก็ถูกน้ำป่าพัดเอาซากปรักหักพัง ทั้งกิ่งไม้ ต้นไม้ ตลอดจนดิน หิน ทรายจากภูเขาทับถมลงมาเป็นจำนวนมาก จนกลายมาเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านคีรีวงบางส่วนในปัจจุบันไปโดยปริยายอย่างไม่น่าเชื่อ โดยทางชุมชนยังคงเก็บรักษาบ้านเรือนบางหลังที่เคยถูกน้ำป่าซัดถล่มจากบ้านสูง 2 ชั้น ถูกดินทรายทับถมจนเหลือเพียงชั้นเดียวเอาไว้เป็นอนุสรณ์
ไปเมืองคอนกันเมื่อไหร่ ควรหาโอกาสแวะไปเที่ยวชมหมู่บ้านคีรีวง สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนหลังคาปักษ์ใต้แห่งนี้กันให้ได้นะครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'เฟรนลี่เมืองคอน-คีรีวง เมืองต้องห้ามพลาด' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



